Business

บิ๊กบอส ‘มารวย’ พลิกแลนด์แบงก์ แตกไลน์อสังหาสู่ ‘ปั๊มน้ำมัน’

หากเอ่ยชื่อ “มารวย เรียลเอสเตท” เชื่อแน่ว่าในแวดวงอสังหา โดยเฉพาะภาคตะวันออกต้องเป็นที่รู้จัก ด้วยการที่เป็นบิ๊กเนมในทำเลภาคตะวันออก ที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มานานถึง 30 ปี และที่สำคัญคือ มีแลนด์แบงก์ หรือที่ดินผืนงามในมือมากมายที่พร้อมจะพัฒนาเพิ่มมูลค่า

ดร.สืบวงษ์ สุขะมงคล

นับแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2532 จากชื่อบริษัท ชลบุรีสามมุขธานี จำกัด หนึ่งในบริษัทในเครือ “วิจิตรากรุ๊ป” ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท ต่อมาในปี 2557 ได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท มารวย เรียลเอสเตท จำกัด และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 300 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ภาคตะวันออก พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทแนวราบ บนทำเลที่มีศักยภาพสูง ใกล้แหล่งนิคมอุตสาหกรรม ภายใต้แบรนด์ “บ้านมารวย” จนถึงปัจจุบันมีโครงการอสังหาริมทรัพย์แนวราบในมือแล้วกว่า 24 โครงการ

“หนึ่งในที่ดินที่คุณแม่สะสมไว้คือ ที่ดิน 200 ไร่ ย่านบางนา-ตราด กม. 34 ซึ่งไม่ขายแน่นอน เพราะถือเป็นประตูสู่อีอีซี และถือว่าเป็นที่ดินผืนใหญ่ในย่านนี้ ที่ยังมีโอกาสและศักยภาพพัฒนาอีกมาก” ดร.สืบวงษ์ สุขะมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มารวย เรียลเอสเตท จำกัด เริ่มต้นสนทนาถึงแผนการกระจายสู่ธุรกิจใหม่ๆ ของมารวยฯ

ล่าสุด ดร.สืบวงษ์ ได้ขยับขยายสู่ธุรกิจใหม่ นั่นคือ การซื้อแฟรนไชส์จากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อดำเนินธุรกิจสถานีบริการน้ำมันแบรนด์ ปตท. ซึ่งดำเนินการภายใต้บริษัท มะขามหย่งขนส่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทดั้งเดิมตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ ที่ดำเนินธุรกิจขนส่งอยู่แล้ว จึงถือได้ว่าเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกันและเอื้อซึ่งกันและกันได้ นอกจากนี้ยังเป็นการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจโดยไม่พึ่งพาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว

ที่สำคัญคือ ที่ดินผืนนี้ ถือเป็นประตูสู่อีอีซีที่จะมีศักยภาพอีกมากในอนาคต และยังอยู่ก่อนถึงนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์และอมตะ  อีกทั้งยังมีศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่อยู่ในย่านนี้ โดยเฉพาะศูนย์กระจายสินค้าของอาลีบาบาที่อยู่บางนา-ตราด กม.36 ทำให้เป็นทำเลที่สามารถพัฒนาโครงการใหม่ๆ รองรับได้อีกมาก

ปัจจุบัน ปั๊ม ปตท.แห่งนี้ได้เปิดให้บริการแล้ว และจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2562 นี้ โดยจุดเด่นที่แตกต่างจากปั๊มน้ำมันบริเวณใกล้เคียงคือ มีร้านอาหารชื่อดังหลายร้านเข้ามาเปิดให้บริการ อาทิ เคเอฟซีที่เป็นรูปแบบไดร์ฟทรูเปิดบริการ 24 ชม., ร้านเอสแอนด์พี, เซเว่นอีเลฟเว่น, แดรี่ควีน, ร้านอาหารตำมั่วและร้านเขียงในเครือเซ็น, พิซซ่าคอมปะนี, ฮอนอะจิ ราเมง รวมถึงร้านแม็ค แม็ค ที่เป็นเอาท์เล็ตของร้านยีนส์แม็ค เป็นต้น

นอกจากนี้ ด้วยศักยภาพที่ดินที่ผืนใหญ่ถึง 200 ไร่ ในส่วนของสถานีบริการน้ำมันใช้ไปเพียง 10 ไร่ ด้วยงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท จึงมองถึงการขยายธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคต โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความครบวงจรให้นักเดินทางมากที่สุด เช่น โรงแรมสไตล์รีสอร์ท ที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2563 เป็นต้น

“ปัจจุบัน อีอีซีเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสการลงทุนสูง แต่ยังไม่เกิดขึ้นเต็มที่ เนื่องจากยังไม่มีการลงทุนจากต่างชาติมากนัก ดังนั้น เราพร้อมลงทุนรองรับหากมีการลงทุนในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น โดยสิ่งสำคัญคือ การสนับสนุนสาธารณูปโภคพื้นฐานจากภาครัฐ เพื่อเอื้อให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่มากขึ้น”ดร.สืบวงษ์กล่าวปิดท้าย

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT