ดูหนังออนไลน์
Business

‘สมคิด’เร่งเครื่อง‘ครัวไทยสู่โลก’ดันส่งออกอุตฯอาหาร

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับ หอการค้าไทยและโคโลญเมสเซ่ ประเทศเยอรมนี เปิดงาน “THAIFEX – World of Food Asia 2018”  ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม– 2 มิถุนายนนี้ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวปาฐกถาหัวข้อ กำหนดทิศธุรกิจอาหารไทย ในยุค Digital Economy” ว่าอุตสาหกรรมอาหารเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทยที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจฐานราก และมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ในปี 2560  อุตสาหกรรมอาหารมีมูลค่าส่งออก ล้านล้านบาท  เพิ่มมูลค่าจีดีพี 6%  และมีส่วนแบ่ง 2.3% ของอุตสาหกรรมอาหารโลก  โดยประเทศไทยอยู่ในอันดับ 15 ของโลกที่ส่งออกอาหารสูงสุด

ปัจจุบันการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทย เพื่อการบริโภคในประเทศ 70%  ส่งออก 30%  ซึ่งยังมีโอกาสเติบโต เพราะอาหารเป็นสิ่งที่ทั่วโลกต้องการ  เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดี  อุตสาหกรรมส่งออกอาหารจะไม่ได้รับผลกระทบ

 สร้างมูลค่าเพิ่มอุตฯอาหารไทย

  นอกจากนี้อุตสาหกรรมอาหารยังมีผลต่อการเติบโตของภาคเกษตรในประเทศ เพราะใช้วัตถุดิบในประเทศ 80% ในการผลิตสินค้า   โดยสัดส่วน 85% มาจากผลผลิตในภาคเกษตร ซึ่งมีเกษตรกรเกี่ยวข้อง  20-30  ล้านคน  และส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจฐากรากในประเทศ      

 นายสมคิด กล่าวอีกว่ารัฐบาลให้ความสำคัญระดับชาติ ในการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหาร ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า  ตัวอย่าง ผลไม้ไทยที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมระดับโลก อย่าง“ทุเรียน” ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ด้วยการ พัฒนาแพ็คเกจจิ้ง  เช่นเดียวกับ สินค้าท้องถิ่น ของญี่ปุ่น ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย  เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวในเมืองต่างๆ  ทำให้ทั้งภาคเกษตรและการท่องเที่ยวเติบโตไปพร้อมกัน

 ในประเทศไทยทั้งกระเกษตร ,กระทรวงพาณิชย์ และการท่องเที่ยว ต้องร่วมมือกันสร้างมูลค่าเพิ่ม ในการพัฒนาทั้งอาหาร และผลไม้ในแต่ละท้องถิ่น สร้างสตอรี่ บอกเล่าเรื่องราวถึงวัฒนธรรมอาหารในแต่ละจังหวัด เพื่อเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยว นอกจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หาดทราย ที่ประเทศไทยมีความโดดเด่นอยู่แล้ว  

ไทยเฟ็กซ์

 “อุตสาหกรรมเกษตร  อาหารและท่องเที่ยว เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกัน  ทุกจังหวัดสามารถสร้างโปรดักท์อาหารและผลไม้ มาใช้เป็นแหล่งดึงดูนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ที่เดินทางมาไทยปีก่อน 35 ล้านคน และจะมีเพิ่มขึ้นถึง 40 ล้านคน ที่ล้วนเป็นโอกาสสร้างรายได้”

 ตัวอย่าง ข้าวไทย ในแต่ละภูมิภาคจะมีความแตกต่างกัน หากนำ ข้าวไทย มาสร้างสตอรี่ บอกเล่าแหล่งที่มา และแปรรูปสินค้าให้มีความหลากหลาย จะช่วยสร้างมูลค่ามหาศาล ทั้งอุตสาหกรรมอาหารและการท่องเที่ยว

 แนะลงทุนเทคโนฯนวัตกรรม

นายสมคิด กล่าวว่าแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมอาหาร ผู้ประกอบการต้องกล้าลงทุนเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลาย มีคุณภาพและความปลอดภัย เพราะคู่ค้าในต่างประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องมาตรฐานอาหารและคุณภาพ ที่ต้องปฏิบัติตามหลักสากล  โดยไม่มีการใช้แรงงานทาส หากสามารถทำได้ อุตสาหกรรมอาหารไทยมีโอกาสเติบโตได้ในตลาดโลก

 นอกจากนี้ต้องมุ่งสร้าง “แวลู ครีเอชั่น” ในทุกห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่เกษตรกร ที่ต้องปรับตัวสู่สมาร์ท ฟาร์มเมอร์, การพัฒนาแพ็คเกจจิ้งสินค้า, การสร้างมูลค่าเพิ่มธุรกิจอาหาร,การพัฒนาระบบขนส่ง (โลจิสติกส์),การทำตลาดอีคอมเมิร์ซ,ร้านค้าปลีก และการส่งออก

ในยุคที่ผู้บริโภคมีอำนาจซื้อสูงและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารผ่านโลกออนไลน์  ทำให้วันนี้สื่อดิจิทัล กำลังจะเปลี่ยนโลก  ดังนั้นการพัฒนา “ดิจิทัล แพลตฟอร์ม” เป็นสิ่งที่ทั้งห่วงโซ่ในอุตสากรรมอาหารต้องมุ่งพัฒนา เพราะเป็นช่องทางที่สามารถเข้าถึงและส่งข่าวสารถึงผู้บริโภคทั่วโลก และตอบโจทย์ความต้องการแบบเฉพาะเจาะจง

 เร่งเครื่อง“ครัวไทยสู่โลก”

นายสมคิด กล่าวว่าช่วง 15 ปีก่อนได้ประกาศนโยบายก “ครัวไทยสู่โลก” ที่ผ่านมาถึงขณะนี้ยังไม่สามารถทำให้ครบวงจร  แต่วันนี้ถือเป็นจังหวะเวลาที่ถูกต้อง ในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวอย่างจริงจัง เพราะวันนี้ ทั่วโลกรู้จักอาหารไทยตั้งแต่สตรีทฟู้ด ฟาสต์ฟู้ด ฟิวชั่น และพรีเมี่ยม  ดังนั้นจะให้กระทรวงพาณิชย์ ไปจัดทำงบประมาณในการผลักดันนโยบาย “ครัวไทยสู่โลก” เพื่อผลักดันการส่งออกอุตสาหกรรมอาหารไทยเติบโตในตลาด ซึ่งยังมีโอกาสอีกมาก เพราะปัจจุบันสัดส่วนส่งออกอยู่ที่ 30%

“ต้องฝากเป็นการบ้านให้กระทรวงพาณิชย์และหอการค้าไทย ร่วมกันผลักดันอุตสาหกรรมอาหารไทยให้เติบโตในตลาดโลก”

พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ การสร้างพ่อครัวแม่ครัวมืออาชีพ และสตาร์ทอัพ ในการร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทย พร้อมพัฒนาแบรนด์ Thai Select  ในตลาดโลก   หากอุตสหกรรมอาหารไทยเติบโตจะมีส่วนสำคัญผลักดันภาพรวมการส่งออกไทยให้เติบโตเพิ่มขึ้น 

ส่งออกอุตฯอาหารมูลค่า “1ล้านล้าน”   

สำหรับงาน “THAIFEX – World of Food Asia 2018”  ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่  27 ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม –  2 มิถุนายนนี้ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดแสดง 11 ฮอลล์ พื้นที่กว่า 107,000 ตร.ม. มีผู้ร่วมจัดงานเพิ่มขึ้น 17% กว่า2,537 ราย จาก 41 ประเทศทั่วโลก 

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เอเชีย” เป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพในการเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก เนื่องจากมีทรัพยากรสมบูรณ์และมีพื้นที่ทางการเกษตรถึง 3,400  ล้านไร่  (คิดเป็น 11% ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมดของโลก) อีกทั้งอาหารของชาวเอเชียยังมีเอกลักษณ์โดดเด่นเชื่อมโยงไปถึงวัฒนธรรม

 สำหรับประเทศไทย  อุตสาหกรรมอาหารถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญ ไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่อันดับที่ 3ของเอเชีย รองจากประเทศจีนและอินเดีย โดยแต่ละปีไทยส่งออกสินค้าอาหารไปทั่วโลก มูลค่าสูงเกือบ 1 ล้านล้านบาท ซึ่ง 40%  เป็นมูลค่าสินค้าทางการเกษตร และ 60% เป็นมูลค่ากระบวนการผลิตทางเกษตรกรรม

โดยมีสินค้าอาหารที่มีมูลค่าการส่งออกจัดอยู่ใน 5 อันดับแรกในตลาดโลก ได้แก่ ข้าว ไก่แปรรูป อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป กุ้งแช่แข็งและแปรรูป และสิ่งปรุงรสอาหาร

กระทรวงพาณิชย์ ตั้งเป้าหมายให้งาน ไทยเฟ็กซ์  เป็นศูนย์กลางของการจัดงานแสดงสินค้าอาหารเทคโนโลยีและบริการต่างๆ ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมั่นใจว่าอุตสาหกรรมอาหารของไทยมีความพร้อม ที่จะก้าวเข้าสู่ตลาดโลกได้        

ด้วยศักยภาพด้านสินค้าอาหารหลากหลายประเภทที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และได้รับการยอมรับจากนานาชาติทั่วโลก รวมถึงผู้ประกอบการไทยมีความสามารถ และมีความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนานวัตกรรมอาหารในรูปแบบใหม่ๆ ตลอดจนภาครัฐส่งเสริม สนับสนุน และเปิดโอกาสโดยการสร้างช่องทางในการเจรจาการค้าและธุรกิจเพื่อสร้างความเชื่อมโยงทางการค้ากับนานาประเทศอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าปัจจัยหลักเหล่านี้จะสามารถผลักดันให้อุตสาหกรรมอาหารไทยได้เติบโตในภูมิภาคเอเชีย และในตลาดโลกได้อย่างมีศักยภาพตามนโยบายรัฐบาล ครัวไทยสู่โลก : Kitchen of the World” ได้อย่างแน่นอน

ไทยเฟ็กซ์

ไทยเฟ็กซ์สะพัดกว่า “หมื่นล้าน”

นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่าปีนี้ ประเทศไทยตั้งเป้าหมายสู่การเป็นประเทศแห่งนวัตกรรมสร้างสรรค์ด้านอาหาร หรือ “Creative Food” เพื่อแสดงศักยภาพประเทศในฐานะครัวสร้างสรรค์ของโลก ตามนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของรัฐบาล โดยเฉพาะเอสเอ็มอี จะได้เกิดการพัฒนาความคิด นำข้อได้เปรียบจุดแข็งของอุตสาหกรรมอาหารไทยด้านความหลากหลายของวัตถุดิบ และรสชาติอาหารไทยที่มีเอกลักษณ์ มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ ต่อยอดให้แบรนด์สินค้าอาหารไทยมีความเข้มแข็งในตลาดโลกได้

ทั้งนี้ ประมาณการงาน ไทยเฟ็กซ์ ปีนี้ จะมผู้เข้าชมงานในวันธุรกิจจะเพิ่มขึ้น 10% และมูลค่าซื้อขายเพิ่มขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมา หรือประมาณ 11,500 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญมีแนวโน้มดีขึ้น จึงคาดว่าความต้องการสินค้าอาหารทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น

ไทยเฟ็กซ์

Add Friend Follow
RATTIYA ANGKULANON