Business

เปิด 5 หุ้นอสังหาฯสุดปัง ที่โบรกฯแนะต้องมีในพอร์ต!

ในเดือนเม.ย.จะเป็นช่วงเทศกาลที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยจะขึ้นเครื่องหมายกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิ์เงินปันผล (XD) ในงวดประจำปี 2561 ซึ่งในปีนี้เช่นกัน โดยโบรกเกอร์ประเมินว่า ในเดือนเม.ย. 2562 มีบจ.ขึ้นเครื่องหมาย XD จำนวน 63 บริษัท และมีผลกระทบกดดันดัชนีหุ้นไทยประมาณ 9 จุด ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันให้ดัชนีมีความผันผวนมากขึ้น

บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า หนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่แนะนำ เป็นธีมการลงทุนในประจำเดือนเมษายน ได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัย เนื่องจากคาดว่าจะมีแรงซื้อเข้ามาเก็บเงินปันผลก่อนหน้าที่หุ้นหลายบริษัทเตรียมจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในช่วงถัดไป

นอกจากนั้น การวิเคราะห์เชิงปริมาณ ยังสนับสนุนว่า ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา หุ้นกลุ่มนี้ให้ผลตอบแทน Total return เฉลี่ยเดือนเม.ย.สูงเป็นอันดับ 2 ของปี (เป็นรองเพียงเดือนก.พ.) โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 2.9% และไม่เคยมีปีไหนที่ให้ผลตอบแทนติดลบเลย

ทั้งนี้  จากการศึกษาเชิงปริมาณของฝ่ายวิจัยพบว่าหุ้น 5 อันดับแรกในดัชนีกลุ่มอสังหาริมทรัพย์( SETPROP) ที่มีความมั่นใจเชิงสถิติสูงสุดว่าจะให้ผลตอบแทน Total return ในเดือนเมษายนเป็นบวก ได้แก่ หุ้น BLAND, CI, LALIN, MJD, AP โดยมองว่า AP นั้นมีความน่าสนใจมากกว่าบริษัทอื่น เนื่องจากเป็นหุ้นที่เตรียมได้รับน้ำหนักเพิ่มในดัชนี MSCI Small Cap จากการบังคับใช้เกณฑ์ NVDR ใหม่ และเป็นหุ้นที่ยังไม่ขึ้นเครื่องหมาย XD ขณะที่เป็นหุ้นที่มีระดับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล( Remaining dividend yield) สูงถึง 5.6%

ด้านบล.เอเซียพลัส มีความเห็นว่า หลังจากที่ ธปท. ประกาศเมื่อปลายปี 2561 และในวันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นวันแรกที่เกณฑ์เรื่อง Loan to Value (LTV) ใหม่ซึ่งกำหนดให้การซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 หรือที่อยู่อาศัยราคาเกิน 10 ล้านบาท จะกู้เงินได้ไม่เกิน 80% ของราคาที่อยู่อาศัย   ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการชะลอตัวของแรงซื้อที่อยู่อาศัยในช่วงเวลาสั้นๆ

กลุ่มที่ซื้อบ้านหลังที่ 2 ขึ้นไป ซึ่งอาจเป็นการซื้อเพื่อการลงทุนหรือเก็งกำไร มีกำลังซื้อลดลง นอกเหนือจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัว น่าจะกดดันภาพรวมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในระยะสั้น – กลาง

แต่อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ  คือ มีการเร่งซื้อ – โอนฯ ก่อน วันที่ 1 เมษายน 2562 เพราะผู้ซื้อก็ตั้องการเลี่ยงมาตรการ ขณะที่ฝ่ายผู้ประกอบการก็ต้องการระบายระบายสต็อกที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จออกจึงได้มีการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายที่จูงใจ ซึ่งอาจจะทำให้การรับรู้รายได้ของผู้ประกอบการในงวดไตรมาส 1/2562 น่าจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับงวดก่อนหน้า หรือ ระยะเดียวกันของปีก่อนหน้า

ขณะที่ภาพรวมทั้งปี 2562  คาดว่า ยังเห็นธุรกรรมการขาย โอนฯ ยังมีอยู่ แต่แน่นอนการเปิดโครงการใหม่ และ Presale  อาจจะชะลอกว่าอดีต ทั้งนี้ คาดว่า Presale ของผู้ประกอบการ 16 รายใหญ่ปี 2562 จะทรงตัวอยู่ที่ 3.5 แสนล้านบาทใกล้เคียงปี 2561 ส่วนยอดโอนฯ ก็ยังถูกสนับสนุนด้วย Backlog ซึ่งยอดรวมมีอยู่ที่ 3.3 แสนล้านบาท  (รวม JV) ซึ่งกว่า 1.46 แสนล้านบาทมีกำหนดสร้างเสร็จและโอนฯ

ฝ่ายวิจัยคาดว่าในปี 2562  ทำให้กำไรสุทธิงวดปีนี้ ยังน่าจะเติบโตแม้ต่ำราว 4%จากงวดเดียวกันปีก่อน แต่พบว่าราคาหุ้นกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัยได้ปรับตัวลดลงมาต่อเนื่อง จึงน่าจะถือเป็นโอกาสสำหรับการเลือกหุ้นปัจจัยพื้นฐานดี ฐานะการเงินแข็งแรง และให้ Dividend Yield สูง สะสมเข้าไว้ในพอร์ตลงทุน

จากการสำรวจข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า ดัชนีหุ้นไทยไตรมาสแรกปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.78% ส่วนดัชนีหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 2.30%  ซึ่งต่ำกว่าดัชนีภาพรวมตลาด

สำหรับ 5 หุ้นอสังหาฯที่โบรกเกอร์ แนะนำ พบว่า ในไตรมาส1/2562 ราคาปรับตัวขึ้นไม่มาก แต่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูง ดังนี้ หุ้น BLAND ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.97% อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 5.94% หุ้น CI ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 3.28% ผลตอบแทนจากเงินปันผล 2.54% หุ้น LALIN ราคาหุ้นลดลง 4.15% อัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ที่ 7.36% หุ้น MJD ลดลง 4.09% งดจ่ายเงินปันผล และหุ้น AP ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 17.50% อัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ที่ 5.67%

จากข้อมูลดังกล่าวผู้ลงทุนน่าจะพอใช้เป็นสัญญาณได้ว่า ควรเลือกซื้อหรือลงทุนหุ้นตัวไหนไว้ในพอร์ตลงทุนของตัวเองช่วงเดือนเมษายนนี้

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team