World News

ยอดค้าปลีกสหรัฐซบ ฉุด ‘ดาวโจนส์’ ร่วง

 

ตลาดหุ้นสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (16 ธ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ดาวโจนส์ร่วงลงไปอยู่ในแดนลบ จากความผิดหวังในยอดค้าปลีกที่ซบเซาลง ขณะนักลงทุนยังตับตาผลการประชุมเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และความคืบหน้าในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 30,198.86 จุด ลดลง 0.45 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 3,701.53 จุด ขยับขึ้น 6.91 จุด หรือ 0.19% และดัชนีแนสแด็กที่ 12,622.37 จุด บวก 27.31 จุด หรือ 0.22%

Stocks ๒๐๑๑๒๕

วันนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกลดลง 1.1% ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 2 หลังจากลดลง 0.1% ในเดือนตุลาคม และลดลงมากกว่าที่ นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ยอดค้าปลีกจะลดลงเพียง 0.3% ในเดือนที่แล้ว

การชะลอตัวของยอดค้าปลีกได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการที่ภาคครัวเรือนมีรายได้ลดลง เนื่องจากชาวอเมริกันจำนวนมากประสบภาวะตกงาน

ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร ลดลง 0.5% ในเดือนพฤศจิกายน หลังจากลดลง 0.1% ในเดือนตุลาคม

อย่างไรก็ดี ปริมาณซื้อขายในวันนี้ ยังเป็นไปอย่างเบาบาง เนื่องจากนักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ และรอดูผลการประชุมเฟด

นายมิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐ กล่าวว่า การเจรจาระหว่างแกนนำในสภาคองเกรส ประสบความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเยียวยาประชาชน และภาคธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งการออกกฎหมายงบประมาณชั่วคราว เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาล อันเนื่องจากการขาดแคลนงบประมาณ (ชัตดาวน์)

“เรามีความคืบหน้าครั้งสำคัญ และผมเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถบรรลุข้อตกลงในไม่ช้า” นายแมคคอนเนลล์กล่าว

ทั้งนี้ นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้เชิญแกนนำในสภาคองเกรสเข้าประชุมวานนี้ (15 ธ.ค.) เพื่อหาทางบรรลุข้อตกลงในประเด็นดังกล่าว โดยแกนนำที่นางเพโลซีเชิญเข้าประชุม ได้แก่ นายแมคคอนเนลล์, นายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา และนายเควิน แมคคาร์ธี ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร

นอกจากนี้ ในระหว่างการประชุมดังกล่าว นางเพโลซียังได้ต่อสายสนทนาทางโทรศัพท์กับนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐด้วย

หากสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลง ก็จะทำให้หน่วยงานของรัฐบาลเผชิญภาวะชัตดาวน์ในวันที่ 19 ธันวาคม และชาวอเมริกันที่ตกงานจะไม่ได้รับเงินชดเชยจากสวัสดิการว่างงานในวันที่ 26 ธันวาคม

ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินเฟด ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่า เฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% แต่อาจเปลี่ยนแปลงวงเงิน การเข้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) จากปัจจุบันที่ระดับ 80,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน

ขณะที่เฟดซื้อตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) ในวงเงิน 40,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน เพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาดการเงิน

ทางด้านสำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ออกรายงานระบุว่า ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ และโมเดอร์นา อาจมีอาการใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก

รายงานเปิดเผยว่า อาสาสมัครที่ได้รับวัคซีนของไฟเซอร์ 4 รายมีอาการใบหน้าเบี้ยว จากจำนวนทั้งหมด 43,000 ราย ส่วนผู้ที่ได้รับวัคซีนของโมเดอร์นามีอาการ 4 รายเช่นกัน จากจำนวนทั้งหมด 30,000 ราย โดยจะมีอาการเกิดขึ้นหลังจากฉีดวัคซีนราว 22-32 วัน

อย่างไรก็ดี FDA ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะระบุว่าอาการดังกล่าวเป็นผลโดยตรงจากการฉีดวัคซีน แต่ FDA แนะนำให้ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนควรเฝ้าระวังอาการดังกล่าว

ขณะนี้แพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของการเกิดอาการดังกล่าวได้ แต่เชื่อกันว่า เกิดจากอาการบวม หรือการติดเชื้อไวรัสของเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อซีกหนึ่งบนใบหน้า

อ่านข่าวเพิ่มเติม