Finance

แห่ขายทิ้งบิตคอยน์ ฉุดราคาดิ่งเหว สัญญาณทางเทคนิคชี้เข้าสู่ขาลง


บิตคอยน์ (Bitcoin) คริปโทเคอร์เรนซีขวัญใจนักลงทุนทั่วโลก เริ่มเข้าสู่ขาลงจากหลายปัจจัย ทั้งการกวาดล้างในจีนและหลายประเทศสั่งห้ามสถาบันการเงินเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

บิตคอยน์ราคาดิ่งเหว

บิตคอยน์ราคาดิ่งเหว สัญญาณทางเทคนิคสู่ขาลง

บิตคอยน์ นับเป็นตัวชี้วัดความนิยมของสินทรัพย์ดิจิทัล เมื่อราคาบิดคอยน์ขยับขึ้น ก็จะเป็นแรงหนุนให้สินทรัพย์ดิจิทัลอื่นขยับขึ้น แต่มาวันนี้เมื่อราคาบิตคอยน์ร่วงแบบ “หลุดทุกแนวรับ” ทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นร่วงตามไปด้วย

ราคาบิตคอยน์วันนี้ (22 มิถุนายน) ร่วงลงอย่างรุนแรง ไปแตะระดับ 31,250 ดอลลาร์ ต่ำสุดในรอบเกือบ 6 เดือน และราคาร่วงลงจากจุดสูงสุดเมื่อเดือนเมษายน 63,634 ดอลลาร์ หรือราว 50% โดยราคาร่วงลงเริ่มตั้งแต่ทางการจีนสั่งห้ามสถาบันการเงินยุ่งเกี่ยวกับธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล และนโยบายจีนเริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อประกาศกวาดล้างการทำเหมืองบิตคอยน์ในจีน

บิตคอยน์เจอแรงเทขายอย่างหนัก โดยไม่มีข่าวที่ช่วยหนุนราคานับตั้งแต่ทางการจีนประกาศมาตรการ ทำให้นักลงทุนในตลาดเริ่มวิตกว่าทิศทางบิตคอยน์ที่เชื่อกันว่ามีแต่ขาขึ้น เพราะมีปริมาณจำกัด เริ่มเกิดความไม่แน่ใจมากขึ้น ว่าถึงที่สุดแล้วบิตคอยน์อาจไร้ค่าในตลาด หากทุกประเทศพร้อมใจกันห้ามทำธุรกิจ

วันนี้ ราคาบิตคอยน์ร่วงหลุด 31,300 ดอลลาร์ สะท้อนความเชื่อมั่นและแรงซื้อส่วนมากหายไปจากตลาด ทั้งกระแส Grayscale เตรียมเทขายกว่า 16,000 บิตคอยน์ในช่วงกลางเดือนหน้า

บิตคอยน์

ราคาบิตคอยน์ ผันผวนอย่างมากในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยเมื่อวานนี้ (21 มิ.ย.) ราคาดีดกลับขึ้นมาจากระดับ 33,000 ดอลลาร์ จนขึ้นไปแตะ 35,000 ดอลลาร์ ก่อนที่จะเริ่มมีสัญญาณการปรับตัวลงเรื่อย ๆ

ราคาบิตคอยน์ร่วงลง จากข่าว Grayscale เตรียมเทขาย ทำให้นักลงทุนเริ่มวิตกว่าจะมีนักลงทุนรายใหญ่อื่น ๆ เทขายตามมา ทำให้ตลาดบิตคอยน์ตอนนี้เริ่มวิตกมากขึ้น

ยังไม่มีใครฟันธงว่าถึงจุดสิ้นสุดขาขึ้นของบิตคอยน์ แต่ในเชิงเทคนิค ราคาบิตคอยน์เข้าสู่ขาลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อราคาเฉลี่ยในรอบ 50 วันต่ำกว่าค่าเฉลี่ยใน 200 วัน

บิตคอยน์ราคาดิ่งเหว

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บิตคอยน์ (Bitcoin)

บิตคอยน์ (Bitcoin) เป็นเงินตราแบบดิจิทัล (Cryptocurrency) และเป็นระบบการชำระเงินที่ใช้กันทั่วโลก บิตคอยน์เป็นสกุลเงินดิจิทัลแรกที่ใช้ระบบกระจายอำนาจ โดยไม่มีธนาคารกลางหรือแม้แต่ผู้คุมระบบแม้แต่คนเดียว เครือข่ายเป็นแบบเพียร์ทูเพียร์ และการซื้อขายเกิดขึ้นระหว่างจุดต่อเครือข่าย (Network Node)โดยตรง ผ่านการใช้วิทยาการเข้ารหัสลับและไม่มีสื่อกลาง

การซื้อขายเหล่านี้ถูกตรวจสอบโดยรายการเดินบัญชีแบบสาธารณะที่เรียกว่าบล็อกเชน บิตคอยน์ถูกพัฒนาโดยคนหรือกลุ่มคนภายใต้นามแฝง “ซาโตชิ นากาโมโตะ” และถูกเผยแพร่ในรูปแบบซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซในปี 2552

บิตคอยน์ถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วย ‘การขุด’ (Mining) และสามารถแลกเป็นสกุลเงินอื่น สินค้า และบริการ ณ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 มีร้านค้ากว่า 100,000 ร้าน ยอมรับการจ่ายเงินด้วยบิตคอยน์ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ประมาณว่าใน พ.ศ. 2560 มีผู้ใช้เงินตราแบบดิจิทัล 2.9 ถึง 5.8 ล้านคน โดยส่วนใหญ่แล้วใช้บิตคอยน์

ที่มาของชื่อ

คำว่า บิตคอยน์ ปรากฏขึ้นครั้งแรกและถูกให้ความหมายในสมุดปกขาว (white paper)[4] ที่ถูกตีพิมพ์เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2551[17] เป็นการรวมคำว่า บิต และ คอยน์ เข้าด้วยกัน[18]

หน่วย

หน่วยของบัญชีระบบบิตคอยน์คือ บิตคอยน์ จนถึง ค.ศ. 2014 ชื่อที่ใช้ในการซื้อขาย (Ticker Symbol) ของบิตคอยน์ได้แก่ BTC และ XBT โดยมีสัญลักษณ์ยูนิโคด หน่วยย่อยที่มักถูกใช้ได้แก่ มิลลิบิตคอยน์ (mBTC) และ ซาโตชิ ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งตามผู้สร้างบิตคอยน์ ซาโตชิเป็นหน่วยย่อยที่เล็กที่สุดแสดงจำนวน 0.00000001 บิตคอยน์ หรือ หนึ่งในร้อยล้านของบิตคอยน์ ส่วนมิลลิบิตคอยน์เท่ากับ 0.001 บิตคอยน์ หรือ หนึ่งในพันของบิตคอยน์ และยังเท่ากับ 100,000 ซาโตชิ

อ่านข่าวเพิ่มเติม: