Politics

ก.ตร. ตั้ง ‘บิ๊กโจ๊ก’ นั่งที่ปรึกษา เทียบเท่า ‘ผู้ช่วยผบ.ตร.’

ก.ตร.เคาะแล้ว แต่งตั้ง ‘บิ๊กโจ๊ก’ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล นั่งที่ปรึกษา (สบ9) เทียบเท่าผู้ช่วยผบ.ตร. ทำหน้าที่ขับเคลื่อนงานด้านยุทธศาสตร์

วันนี้ (17 มี.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 4/2564

บิ๊กโจ๊ก สุรเชษฐ์ หักพาล

โดยมีวาระแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับพล.ต.ต.ขึ้นไป ได้แก่

  • ตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษตำรวจ        (ยศ พล.ต.อ. เทียบเท่า รองผบ.ตร.)
  • ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษตำรวจ  (ยศ พล.ต.ท. เทียบเท่า ผบช.)
  • ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิตำรวจ           (ยศพล.ต.ต.  เทียบเท่า ผบก.)
  • ตำแหน่งที่ปรึกษา                          (สบ.9) เทียบเท่า ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจ (ผช.ผบ.ตร.) ทำหน้าที่ขับเคลื่อนงานด้านยุทธศาสตร์

ล่าสุดเวลา 14.20 น. นายกรัฐมนตรีแถลงว่า ก.ตร. แต่งตั้งพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ.9)  เทียบเท่าผู้ช่วยผบ.ตร. ทำหน้าที่ขับเคลื่อนงานด้านยุทธศาสตร์

เส้นทางของ บิ๊กโจ๊ก

ทั้งนี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 47 เริ่มรับราชการตำรวจ ในตำแหน่งรองสารวัตร ก่อนที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง และก้าวหน้าในราชการอย่างการอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง เมื่อปี 2561 ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นพล.ต.ท. และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ในปี 2562 มีคำสั่งจาก พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติใขณะนั้น ให้ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย

ก่อนที่จะมีคำสั่งจาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญให้ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ ขาดจากตำแหน่งหน้าที่ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อโอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทนักบริหารระดับสูง ในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สังกัดสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

ต่อมา ถูกเพิ่มรายชื่อในบัญชีรายชื่อเพิ่มเติม ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 16/2558 เพื่อได้รับการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เนื่องด้วยมีมูลกรณี ถูกกล่าวหาว่า เกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ทำให้เสียหายแก่ทางราชการหรือทำให้ประชาชนเดือดร้อน

เดือนมกราคม  ปี 2563 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ขอลาอุปสมบท เพื่อทดแทนบุญคุณ บิดา มารดา ที่วัดไทยในพุทธคยา ประเทศอินเดีย ก่อนที่จะกลับมารับตำแหน่ง ที่สำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ในเดือน กุมภาพันธ์ ได้รับมอบหมายให้เป็นที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ทำในเรื่องการให้ข้อเสนอแนะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน

อีก 7 เดือนต่อมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ยังได้มอบหมายให้ทนายความส่วนตัว นำเอกสารคำร้องเข้ายื่นฟ้องพล.อ.ประยุทธ์ ต่อศาลปกครอง กรณีออกคำสั่งย้ายโอนไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่กี่วันต่อมา ศาลได้ตัดสินไม่รับคำฟ้อง และตีตกไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม