ดูหนังออนไลน์
General

‘สวมเกราะให้นักรบเสื้อกาวน์’ ร่วมสมทบทุน ‘ม.มหิดล’ ซื้ออุปกรณ์ป้องกัน ‘COVID-19’ ให้บุคลากรทางการแพทย์

เฟสบุ๊ก Mahidol Channel ได้โพสต์ข้อความ เชิญชวนร่วมสมทบทุนเพื่อซื้ออุปกรณ์ป้องกัน COVID-19 ให้บุคลากรทางการแพทย์ ในโครงการ “สวมเกราะให้นักรบเสื้อกาวน์” เพื่อใช้ในการรับมือกับสถานการณ์การระบาดถึงเวลาที่เราจะ “ช่วยเหลือ” กลุ่มคนที่ “ช่วยเหลือ” เรามาตลอดMahidol2

มหาวิทยาลัยมหิดล เชิญชวนสมทบทุนเพื่อซื้ออุปกรณ์ป้องกัน COVID-19 ให้บุคลากรทางการแพทย์ ในโครงการ “สวมเกราะให้นักรบเสื้อกาวน์” เพื่อเสริมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์การระบาด

ร่วมบริจาคโดยโอนเงินผ่าน QR Code ในแอปพลิเคชันธนาคาร ระบบ e-donation โดยสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า โดยไม่ต้องใช้ใบเสร็จ

หรือแชร์โพสต์นี้ แท็กคนใกล้ตัว เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสนับสนุนโครงการนี้

#สวมเกราะให้นักรบเสื้อกาวน์
#COVID19 #โควิด19
#MahidolChannel

ขอขอบคุณ Art Jeeno ที่อาสาวาดภาพประกอบโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

91060949 2944152118975024 5805802998206562304 o

ทั้งนี้ทางเฟสบุ๊กยังได้แชร์เรื่องราวความในใจของพยาบาลที่ทำหน้าที่เพื่อชาวไทยทุกคน ซึ่งเป็นเรื่องราวของความเสียสละที่ต้องทำงานอย่างเต็มหน้าที่เพื่อดูแลผู้ป่วยในยามที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) กำลังระบาดอย่างหนักไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ในขณะที่เธอต้องใช้ชีวิตกับบุคคลที่รักอย่างมีระยะห่างทางสังคม และคิดเสมือนเธอเป็นผู้ที่มีเชื้อโรค และไม่อยากให้เชื้อแพร่ไปติดบุคคลในครอบครัวที่เธอรัก

Mahidol3

ความในใจของพยาบาลที่ทำหน้าที่เพื่อชาวไทยทุกคน

( CR. FB พิศณุ นิลกลัด )

เรื่องที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ เป็นบันทึกของสุภาพสตรีท่านหนึ่ง
เธอมีอาชีพเป็นพยาบาลที่ต้องดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19ทุกวัน

เธอเป็นคุณแม่ลูกสอง ลูกคนเล็กยังเด็กมาก ทุกวันหลังเลิกงาน กลับบ้าน
เธอต้องเข้าบ้านทางห้องซักผ้าซึ่งอยู่หลังบ้าน อาบน้ำเสร็จจึงพบหน้าลูก
และสามี พูดคุยกันได้ แต่กอดลูกไม่ได้เพราะต้องนั่งห่างกัน2เมตรทั้งๆที่
อยู่ในห้องนั่งเล่นด้วยกัน เธอต้องตอบคำถามลูกคนเล็กวันละเป็นร้อยคำถาม

เวลาตอบคำถามลูก เธอไม่กล้าสบตาสามี
เมื่อได้เวลานอน เธอต้องแยกห้องนอนเดี่ยว
ตอนส่งลูกเข้านอน เธออยากกอดลูกเหมือนที่เคยกอด แต่ทำไม่ได้

เรื่องที่เธอเขียน ทำให้เราได้เห็นชีวิตอีกมุมหนึ่งของคนมีอาชีพเป็นหมอ
พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ยามที่เกิดโรคระบาด

เธอเขียนประโยคสุดท้ายได้ดีแบบผมไม่อยากให้ทุกท่านพลาด

เชิญอ่านเรื่องของเธอครับ
________________________

คืนนี้…เป็นคืนสุดท้ายที่ดิฉันจะได้กอดราตรีสวัสดิ์ลูกหรือจูบสามี จนกว่าพระเจ้าเท่านั้นที่จะรู้ว่าถึงเมื่อไหร่

เป็นที่ยืนยันแล้วว่า ไวรัสกระจายในย่านที่ดิฉันอยู่
การเป็นพยาบาลห้องฉุกเฉิน หมายความว่ามีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อซ้ำแล้วซ้ำอีก 100%

ดิฉันเพียงแต่อยากจะสื่อถึงทุกคนที่ต้องอยู่แต่ที่บ้านกับครอบครัว จนเบื่อจะแย่ อยากออกไปข้างนอกเต็มทน

บางครั้งเพียงแค่ปรับมุมมองสักเล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะช่วยให้คุณมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองมี แต่คนอื่นไม่มี

เริ่มจากเวรที่ฉันจะต้องเข้าในวันพรุ่งนี้ ออกเวรแล้วดิฉันจะกลับเข้าบ้านทางประตูห้องซักผ้าซึ่งเปิดเข้ามาจากข้างนอกได้ จะถอดเสื้อผ้ารองเท้าออก เอาทุกอย่างใส่ในเครื่องซักผ้า กดซักโหมดฆ่าเชื้อ ใช้ Clorox เช็คทุกอย่างที่แตะต้อง จากนั้นหยิบผ้าเช็ดตัวที่สามีวางไว้ให้มาคลุมตัวเดินเข้าห้องน้ำ ที่จะเป็นห้องที่หลังจากวันนี้ไปห้ามคนอื่นเข้า

ดิฉันจะอาบน้ำอุ่น เสร็จแล้วจะฆ่าเชื้อทุกอย่างที่แตะต้อง ล้างมือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แล้วแต่งตัว

เสร็จกระบวนการนี้แล้ว ดิฉันก็สามารถเข้าไปนั่งในห้องนั่งเล่นได้ โดยอยู่ห่างจากทุกคนที่ฉันรัก 6 ฟุต แต่จะไม่แตะต้องใครเลย เพราะตลอดทั้งวันดิฉันอยู่ในบรรยากาศที่มีเชื้อแพร่กระจาย ตอนทำงานมีหน้ากากอันเดียวตลอดเวลาที่เข้าเวร 1 วันเป็นอย่างต่ำ ไม่สามารถแน่ใจได้ว่า ความชื้นจากลมหายใจจะทำให้ประสิทธิภาพของหน้ากากลดลงหรือไม่ จึงต้องปฏิบัติตนเสมือนมีเชื้ออยู่ และสามารถแพร่ใส่คนอื่นได้

ดิฉันคุยกับสามี และลูกจากระยะห่างที่ปลอดภัย จะไม่สัมผัสคนที่เป็นที่รักเลย ดิฉันไม่ใช่คนที่ชอบกอดคนอื่น แต่คาดว่าใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า คงมีวันที่ดิฉันอยากกอดใครเหลือเกิน แต่จะไม่สามารถกอดได้ นี่เป็นทางเดียวที่จะปกป้องคนที่อยากกอดได้

ถ้าหิว จะให้ใครสักคนทำอาหารให้ โดยจัดใส่จานชามประเภทใช้แล้วทิ้ง เพื่อจะได้ไม่ต้องห่วงว่าฆ่าเชื้อหมดเกลี้ยงหรือไม่ จะดื่มน้ำในถ้วยพลาสติก ขณะตอบคำถาม 100 ข้อของลูก และพยายามไม่สนใจสีหน้าสามี อาจจะต้องบอกลูกคนเล็กเป็นครั้งที่ล้านว่า แม่ปลอดภัยดี หลังจากนั้นดิฉันจะ..…กอดลม..…ส่งให้ลูก บอกราตรีสวัสดิ์ เมื่อลูกเข้านอนแล้ว
ดิฉันจะสามารถพูดอะไรกับสามีได้เต็มปากมากขึ้น

แต่ความจริงก็คือ บางทีดิฉันอาจจะต้องโกหกบ้างนิดหน่อย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เลวร้ายแค่ไหน พอง่วงดิฉันก็จะเข้านอนตามลำพังในห้องที่ห้ามคนอื่นเข้า

ชีวิตดิฉันจะเป็นอย่างนี้ทุกวัน แม้แต่วันหยุด (จนกว่าจะไม่มี) ดิฉันสามารถแพร่เชื้อได้ก่อนที่จะมีอาการ ดังนั้นจนกว่าวิกฤตนี้จะผ่านไป สถานการณ์ในชีวิตดิฉันจะแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง บางครั้งดิฉันอาจจะกอดเพื่อนร่วมงาน เพราะเขาก็สกปรกๆเท่ากับดิฉัน

แต่ในห้วงเวลาอันหนักอึ้งนี้ ดิฉันจะไม่สามารถได้รับสัมผัสแห่งรักของมนุษย์จากคนที่รักดิฉันที่สุดเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หลายเดือน ใครเล่าจะรู้ได้ เพราะส่วนนี้อยู่ในมือของประชาชนเป็นผู้กำหนด..

สิ่งที่ดิฉันอยากขอร้องคุณก็คือ
ขณะที่คุณนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้าน โดยมีลูกอยู่บนตัก
โปรดช่วยให้วิกฤตนี้ จบลงเร็วๆ
ด้วยการไม่ออกไปข้างนอก เว้นแต่จำเป็นจริงๆ
อ้อมแขนของดิฉันว่างเปล่าทุกวัน ไม่เหมือนคุณเลย
ดิฉันเข้านอนคนเดียวทุกวัน

อยู่บ้านเถอะ กอดลูกคุณ นอนกับสามี ทานอาหารในจานกระเบื้อง

ยินดีในสิ่งที่คุณยังสามารถทำได้
แต่เราบางคนทำไม่ได้ ดิฉันทำหน้าที่ของตัวเองอยู่
โปรดทำหน้าที่ของคุณด้วยเถิด…

🇹🇭อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ 🇹🇭

One Vaxxed Nurse

มหาวิทยาลัยมหิดล เชิญชวนสมทบทุนเพื่อซื้ออุปกรณ์ป้องกัน COVID-19 ให้บุคลากรทางการแพทย์ ในโครงการ #สวมเกราะให้นักรบเสื้อกาวน์

บริจาคผ่านระบบ e-Donation มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล โดย สแกน QR Code ทางแอปพลิเคชันธนาคารของคุณ

90650452 2940345376022365 2402536690280300544 o 1 90634045 2940345679355668 3392787773134995456 o 1 91022280 2940346176022285 3901124051996770304 o 1 90907044 2942768359113400 7294497559886692352 o

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight