ดูหนังออนไลน์
Telecommunications

กสทช.ไล่บี้‘ทรู-เอไอเอส’จ่ายเยียวยา 4.2 พันล้าน ถก‘ดีแทค’ 12 ก.ย.นี้

กสทช. มีมติเรียกเงินรายได้เยียวยา “ทรูมูฟ” 3.38 พันล้าน “เอไอเอส”  869 ล้านบาท รวมสองราย 4.2  พันล้าน  นัดถก “ดีแทค”ขอใช้สิทธิเยียวยาคลื่น 1800 MHz และ 850 MHz  12 ก.ย.นี้

ฐากร ตัณฑสิทธิ์

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า วันนี้ (5 ก.ย.) ที่ประชุม กสทช. พิจารณาผลการตรวจสอบรายได้แผ่นดินนำส่งคลังในช่วงระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการ กรณีคลื่นความถี่ 1800 MHz โดยบอร์ด กสทช. มีมติ ดังนี้
1. รับทราบผลการพิจารณาของคณะทำงานตรวจสอบเงินนำส่งรายได้แผ่นดินจากการให้บริการในระยะเวลาความคุ้มครองผู้ใช้บริการ และสำนักงาน กสทช. ต่อรายงานผลการพิจารณาเกณฑ์การตรวจสอบรายได้แผ่นดิน นำส่งคลังของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
2. เห็นชอบเกณฑ์และผลการพิจารณาตรวจสอบรายได้แผ่นดินนำส่งคลังในช่วงระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการกรณีคลื่นความถี่ 1800 MHz ตามที่คณะทำงานตรวจสอบฯ และคณะอนุกรรมการกลั่นกรองงาน กสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคมเสนอ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

กรณีบริษัท ทรู มูฟ จำกัด  บอร์ด กสทช. “เห็นชอบ” ให้ทรู มูฟ นำส่งเงินรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่คลื่น 1800 MHz ในช่วงคุ้มครองผู้ใช้บริการ นับตั้งแต่วันที่เข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ปี 2556 จนถึงวันที่สิ้นสุดระยะเวลาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่คลื่น 1800 MHz ในระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการ  ระหว่างวันที่ 16 กันยายน 2556 ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2558  เป็นจำนวน  3,382 ล้านบาท

โดย กทค. ได้เคยมีคำสั่งตามมติที่ประชุม ครั้งที่ 17/2558 ให้ทรู มูฟ ส่งรายได้ช่วงที่ 1  ระหว่างวันที่ 16 กันยายน  2556 – 17 กรกฎาคม 2557 ไปแล้ว จำนวน 1,070 ล้านบาท ดังนั้นจึงมีคำสั่งให้ ทรู มูฟ จะต้องนำส่งเงินรายได้เพิ่มเติมเป็นจำนวน 2,312  ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ เพื่อส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

กรณีบริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด (บริษัทในเครือเอไอเอส)  บอร์ด กสทช. “เห็นชอบ”ให้นำส่งเงินรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่คลื่น 1800 MHz ในช่วงคุ้มครองผู้ใช้บริการ นับตั้งแต่วันที่เข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ปี 2556 จนถึงวันที่สิ้นสุดระยะเวลาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนคลื่น 1800 MHz ในระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการ  ระหว่างวันที่ 16 กันยายน  2556 ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2558  จำนวน  869 ล้านบาท

โดยที่ กทค. ได้เคยมีคำสั่งตามมติที่ประชุม ครั้งที่ 17/2558 ให้ ดิจิตอลโฟน นำส่งรายได้ช่วงที่ 1  ระหว่างวันที่ 16 กันยายน  2556 – 17 กรกฎาคม 2557 ไปแล้ว จำนวน 627 ล้านบาท ดังนั้นจึงมีคำสั่งให้ ดิจิตอลโฟน ต้องนำส่งเงินรายได้เพิ่มเติมเป็นจำนวน 242 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้

นัดถก “ดีแทค”เยียวยา 12 ก.ย.นี้

นายฐากร กล่าวว่า ที่ประชุม กสทช. ยังได้พิจารณากรณีบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ขอทบทวนมติที่ประชุม กสทช. เรื่อง แผนความคุ้มครองผู้ใช้บริการ สิ้นสุดสัญญาสัมปทาน ในย่าน 850 MHz โดยขอให้ผู้ใช้บริการได้รับความคุ้มครองตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ปี 2556 จนกว่า กสทช. จะจัดสรรคลื่นความถี่สัมปทานย่าน 850 MHz หรือ 900 MHz ที่ปรับเปลี่ยนจากคลื่นสัมปทาน 850 MHz ให้แก่ผู้อนุญาตรายใหม่

ที่ประชุม กสทช. มองว่าเรื่องนี้มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้บริการจึงให้สำนักงาน รวบรวมรายละเอียดเพิ่มเติมและมีเวลาศึกษาพิจารณา และกำหนดนัดประชุม กสทช. วาระพิเศษ เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว ในวันพุธที่ 12 กันยายนนี้  ก่อนที่สัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดในวันที่ 15 กันยายนนี้

The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight