Economics

‘GC’ ประกาศเพิ่มมูลค่าธุรกิจ รองรับ 5 เมกะเทรนด์โลก ดึง ‘allnex’ เสริมศักยภาพ สู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

GC ประกาศรองรับ 5 เมกะเทรนด์โลก ตอบโจทย์อนาคตด้วยวิสัยทัศน์เพิ่มมูลค่าธุรกิจ ผ่านแนวคิดการตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้คน ด้วยการสร้างสรรค์เคมีภัณฑ์คุณภาพดี ด้วยกระบวนการผลิตที่ดี เป็นมิตรต่อผู้ใช้ และสิ่งแวดล้อม ดีต่อโลกอย่างยั่งยืน สื่อสารผ่านแคมเปญ #ยิ่งใกล้คุณยิ่งต้องดี ที่เปิดตัวไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ 

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ประกาศทิศทางการดำเนินงานของบริษัทในปี 2565 พร้อมปรับเปลี่ยนองค์กร ให้ตอบโจทย์ธุรกิจเพื่ออนาคต สอดคล้อง 5 เมกะเทรนด์โลก ที่มีผลต่อการเติบโต การดำรงชีวิตประจำวันของมนุษย์ การแข่งขันทางการค้า การปรับเปลี่ยนทิศทางของภาคอุตสาหกรรมสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ

5 เมกะเทรนด์โลก

5 เมกะเทรนด์โลก

  • Climate Change & Energy Transition
  • Demographic Shift
  • Health & Wellness
  • Urbanization
  • Disruptive Technology

GC มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มุ่งเน้นดำเนินธุรกิจเคมีภัณฑ์ครบวงจร ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของผู้คน เช่น บรรจุภัณฑ์ เครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์การสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ วัสดุก่อสร้าง และพลาสติกเชิงวิศวกรรม ซึ่งล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่รอบตัว

สอดรับการแนวคิดแคมเปญสื่อสาร #ยิ่งใกล้คุณยิ่งต้องดี ตอกย้ำภารกิจในการสร้างความมั่นใจว่า ทุกวัตถุดิบที่มาจาก GC ได้รับการพัฒนาให้ดีที่สุด ทั้งผลิตภัณฑ์ที่ดี กระบวนการผลิต และการบริหารจัดการที่ดี และดีต่อสิ่งแวดล้อมดีต่อโลก

GC

ศึกษาแผนออกหุ้นกู้ 1.7 พันล้านดอลลาร์ มีนาคมนี้

นายคงกระพัน เปิดเผยด้วยว่า บริษัทกำลังศึกษาแผน เตรียมจะออกหุ้นกู้สกุลเงินดอลลาร์ วงเงิน 1,700 ล้านดอลลาร์ ภายในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งจะเป็นหุ้นกู้ระยาว อายุ ประมาณ 10-30 ปี เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน

หุ้นกู้ที่จะออกใหม่ดังกล่าว จะมีการล็อกดอกเบี้ย เพื่อลดผลกระทบจากแนวโน้มดอกเบี้ยโลกที่จะขยับขึ้น หลังจากที่มีการวิเคราะห์กันว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

GC เดินหน้าธุรกิจแห่งอนาคตด้วยกลยุทธ์ 3 Steps

GC

Step Change

กลยุทธ์การยกระดับความสามารถในการแข่งขัน สานต่อสร้างเสริม GC ให้เข้มแข็ง ทั้งด้านความปลอดภัย และเสถียรภาพการผลิต พร้อมยกระดับความสามารถในการแข่งขัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และตลาดโลกให้มากขึ้น โดยมีความก้าวหน้าโครงการ ดังนี้

  • โครงการผลิตพลาสติกวิศวกรรมชั้นสูง ของบริษัท Kuraray GC Advanced Material (KGC) ที่ GC ร่วมทุนกับ บริษัท Kuraray และ บริษัท Sumitomo ของประเทศญี่ปุ่น อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง
    คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อผลิต High Heat Resistant Polyamide-9T (PA-9T) จำนวน 13,000 ตันต่อปี และ Hydrogenated Styrenic Block Copolymer (HSBC) จำนวน 16,000 ตันต่อปี นับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อรองรับเมกะเทรนด์โลก
  • โครงการขยายกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกโพลิโพรพิลีน (PP) ของบริษัท HMC Polymers
  • การปรับโครงสร้างธุรกิจ PVC ภายหลัง VNT ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อขยายตลาด PVC ไปสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA)

Step Out

กลยุทธ์การแสวงหาโอกาสต่อเนื่อง หลังจากประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ allnex เพื่อสร้างการเติบโตในธุรกิจใหม่ หรือในต่างประเทศ โดยการปรับองค์กรตั้งหน่วยงานธุรกิจต่างประเทศขึ้น เพื่อต่อยอดการเติบโตของบริษัท มุ่งสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยมีเป้าหมายเพื่อมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจในต่างประเทศ สนองตอบความต้องการของผู้บริโภคภายใต้เมกะเทรนด์โลก

อย่างไรก็ดี การเข้าซื้อจะคงยังไม่ใช่ธุรกิจที่มีขนาดใหญ่เท่ากับการเข้าซื้อกิจการ allnex  และการเข้าซื้อหุ้นของ บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) หรือ VNT ซึ่งจะเข้ามาเสริมผลการดำเนินงานของบริษัท และกำลังการผลิตของบริษัทให้มีการเติบโตระยะยาว

GC

Step Up

กลยุทธ์สร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ ด้วยการเป็นต้นแบบองค์กรเพื่อความยั่งยืนในระดับสากล มุ่งเน้นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน  (Sustainable Development Goals: SDGs) สร้างสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social, Governance: ESG) สอดรับกับเมกะเทรนด์ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (Climate Change)

GC ยกระดับคุณภาพชีวิต มุ่งสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ (Together to Net Zero) โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การขับเคลื่อนด้วยประสิทธิภาพ (Efficiency-driven) การขับเคลื่อนด้วยการบริหารพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ (Portfolio-driven) และการขับเคลื่อนการชดเชยคาร์บอน (Compensation-driven) เพื่อบรรลุเป้าหมายในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง 20% ภายในปี 2573 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางธุรกิจ

นอกจากนี้ GC ยังได้ Transform องค์กรในหลาย ๆ ด้าน เพื่อสนับสนุนทิศทางองค์กร และแผนกลยุทธ์ในระยะยาว ได้แก่ Digital Transformation, Market Focused Business Transformation, Lean Process and Organization Transformation รวมทั้งปรับองค์กร เพื่อการดำเนินงานด้าน Decarbonization

GC

2564 ปีแห่งความสำเร็จ

ผลการดำเนินงานในปี 2564 มีรายได้จากการขายรวม 465,128 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 43% โดยในปี 2564 GC มีกำไรจากการดำเนินงาน (ไม่รวมผลกำไรจากสต็อกน้ำมัน และการปรับมูลค่าสุทธิ ที่จะได้รับของสินค้าคงเหลือ ให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ ผลขาดทุนทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยน และผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยง และรายการพิเศษอื่น ๆ) ที่ 55,186 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 93% จากปีก่อนหน้า

ส่งผลให้ในปี 2564 มีกำไรสุทธิรวม 44,982 ล้านบาท (10.01 บาท/หุ้น) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 200% จากปี 2563 นับเป็นผลการดำเนินงานที่สูงที่สุด

เพื่อการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีครบวงจร GC ได้ปรับพอร์ตโฟลิโอเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและแข่งขันได้ในเวทีโลก โดยได้ประกาศซื้อหุ้น VNT จากผู้ถือหุ้น เพื่อขยายฐาน สร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจปลายน้ำ และเป็นการเพิ่มมูลค่าในธุรกิจสายโอเลฟินส์ให้กับบริษัท

GC ดำเนินกลยุทธ์ปรับพอร์ตโฟลิโอการลงทุนใหม่ โดยลดขนาดของกลุ่มธุรกิจที่เป็น Non-Petrochemical ลง เพื่อโฟกัสไปที่กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์ให้มากขึ้น โดยขายหุ้น GPSC ให้ ปตท. จำนวน 12.73% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 25,000 ล้านบาท โดยยังเหลือหุ้นอยู่จำนวน 10 %

นอกจากนี้ GC ยังประสบความสำเร็จด้านการเงิน โดยการออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่มีหลักประกัน และไม่ด้อยสิทธิให้กับนักลงทุน และสถาบันต่างประเทศ จำนวนรวม 1,250 ล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนมีนาคม 2564

GC

การเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างมาก จากยอดจองซื้อกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ ทั้งยังออก และเสนอขายหุ้นกู้สกุลเงินบาท จำนวนรวมทั้งสิ้น 30,000 ล้านบาท ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก และมียอดจอง 1.5 เท่าของวงเงินที่เสนอขาย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านเงินทุนของบริษัทในอนาคต

GC ก้าวเข้าสู่ธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง HVB (High Value Business) โดยประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ allnex ผู้นำระดับโลกในธุรกิจผลิตภัณฑ์สารเคลือบผิว (Coating Resins) และสารเติมแต่งสำหรับงานอุตสาหกรรม ที่มีความหลากหลาย สำหรับใช้กับวัสดุทุกประเภท เช่น โลหะ พลาสติก ไม้

ครอบคลุมการใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น เหล็ก ยานยนต์ และบรรจุภัณฑ์ ตอบโจทย์เรื่องความแข็งแรงทนทาน ความสวยงาม ความปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยี ที่มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ การใช้วัตถุดิบและกระบวนการผลิต ที่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพ ลดการปลดปล่อยสารอินทรีย์ระเหย

การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ความทนทาน และอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น การใช้ทรัพยากรหมุนเวียน เพื่อช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นต้น โดยอุตสาหกรรมนี้มีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง โดยเฉพาะตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

GC

ความสำเร็จด้านความยั่งยืน

ในปี 2564 GC ได้รับรางวัลและใบรับรองด้านความยั่งยืนในระดับโลก ประกอบด้วย

  • บริษัทปิโตรเคมีรายแรกของไทย ที่ติดอันดับ 1 ของโลก จากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) 3 ปีซ้อน ในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ ด้วยการดำเนินธุรกิจที่บูรณาการความยั่งยืน หรือ ESG ครบ 3 ด้าน คือ สิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และ บรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (Governance & Economic)
  • รางวัล S&P Global Sustainability Award 2022 ระดับ Gold Class ในธุรกิจเคมีภัณฑ์ เป็นระดับสูงที่สุด จากการประเมินด้านความยั่งยืนในระดับโลกจาก S&P Global ด้วยการดำเนินงาน ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ผ่านการสร้างสมดุลของ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความยั่งยืน เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนองค์กรให้ไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จ
  • บริษัทแรกและบริษัทเดียวในประเทศไทย ในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ ที่ได้รับการจัดอันดับจาก CDP ให้เป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการน้ำ (A Level) และ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (A- Level)
  • ได้รับการรับรองระดับโลกด้านความยั่งยืน และการลดคาร์บอน “ISCC PLUS” จากองค์กร International Sustainability & Carbon Certification ถึง 2 สาขา ได้แก่โรง Olefins Cracker และโรงผลิตเม็ดพลาสติก Polyethylene ซึ่งใบรับรองนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อ มและความมุ่งมั่นของบริษัท ที่จะสนับสนุนด้านเศรษฐกิจชีวภาพ และเศรษฐกิจหมุนเวียน
  • ผ่านการตรวจประเมินจาก Lloyd’s Register Quality Assurance Ltd (LRQA) บริษัทตรวจสอบระดับสากลว่า เป็นโครงการที่มีการดำเนินงานสอดคล้องกับหลักมาตรฐานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (BS8001:2017) เป็นรายแรก และรายเดียวในประเทศไทย นับเป็นโครงการ ที่สองของ GC ที่ได้รับการรับรอง ต่อยอดจากโครงการ Upcycling the Oceans, Thailand (UTO)

GC

#GC #ยิ่งใกล้คุณยิ่งต้องดี #GCเคมีที่เข้าถึงทุกความสุข #GCChemistryforBetterLiving

อ่านข่าวเพิ่มเติม