ดูหนังออนไลน์
Business

วอนตรึงราคาเหล็ก ‘พาณิชย์’ ถกรัฐ-เอกชน รื้อค่า K บรรเทาผลกระทบเหล็กแพง

พาณิชย์ ขอความร่วมมือผู้ผลิต ตรึงราคาเหล็ก ไม่ให้ปรับสูงเกินต้นทุนที่แท้จริง พร้อมถกภาครัฐ-เอกชน กำหนดแนวทางคิดค่า K บรรเทาผลกระทบราคาเหล็กพุ่ง

ร.ต.จักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาเหล็กในประเทศ ที่เพิ่มสูงขึ้น กรมฯ ได้ขอให้ ผู้ผลิตเหล็ก ตรึงราคาจำหน่ายไม่ให้มีการปรับราคาสูงขึ้นเกินกว่าต้นทุนที่แท้จริง และได้เชื่อมโยงให้กลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้าง สั่งซื้อเหล็กจากผู้ผลิตเหล็กโดยตรง เพื่อลดต้นทุนด้านราคาลงส่วนหนึ่ง โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก ในสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้รับเป็นผู้ประสานงานกับ สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

เหล็กแพง

ขณะเดียวกัน ได้สำรวจต้นทุน และราคาจำหน่ายเหล็ก ในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อใช้ในการติดตาม และกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับราคาสูงขึ้นเกินกว่าต้นทุนที่แท้จริง

ทั้งนี้ หากพบการจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควร จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการไม่ปิดป้ายแสดงราคา จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 หากพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายดังกล่าว สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด

สำหรับความคืบหน้า กรณีอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง ต้องการให้มีการทบทวนแนวทาง การกำหนดค่าตัวเลขดัชนีที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของค่างาน (ค่า K) ของงานก่อสร้างภาครัฐ นั้น กรมฯ ได้ประชุมหารือกับสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์แล้ว

ร.ต.จักรา ยอดมณี

จากการประชุม ได้มีมติให้สมาคมฯ จัดทำรายละเอียดข้อมูลว่าแนวทางการกำหนดค่า K และการคำนวณราคากลางของหน่วยงานภาครัฐควรมีการทบทวนอย่างไร เพื่อเสนอให้สำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

“ทุกฝ่ายมีความเข้าใจที่ตรงกันในหลักการและเหตุผลของการกำหนดค่า K ซึ่งเป็นการสร้างความเป็นธรรมต่อทั้งหน่วยงานภาครัฐ และผู้รับเหมา ที่รับงานจากภาครัฐที่จะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเกินสมควร หากมีความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างแต่ละช่วงเวลา ตลอดจนรับทราบถึงวิธีการคำนวณและปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อค่า K”ร.ต.จักรากล่าว

ก่อนหน้านี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน เร่งดำเนินการแก้ไข ปัญหาผลกระทบจากราคาเหล็กที่ปรับสูงขึ้น

ดังนั้น กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ จึงได้ประชุมหารือกับ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมผู้ผลิตเหล็ก 7 ราย ได้แก่ สมาคมผู้ผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน สมาคมผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย สมาคมผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า สมาคมผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี และสมาคมโลหะไทย เพื่อหาทางออกในเรื่องดังกล่าว