ดูหนังออนไลน์
Business

เจาะหุ้นถุงมือยาง ‘STGT’ ราคาแรง… แพงไปหรือยัง ? 

เจาะหุ้นถุงมือยาง STGT ราคาแรง… แพงไปหรือยัง ท่ามกลางสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 พร้อมความเห็นนักวิเคราะห์จากหลายสำนัก

ช่วงนี้ชื่อของหุ้น “ถุงมือยาง” STGT บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก หลังจากเพิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ ซื้อขายเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 ท่ามกลางสถานการณ์ระบาดของโควิด-19

หุ้น STGT เสนอราคาขายไอพีโอ อยู่ที่ 34.00 บาท/หุ้น ที่ราคาพาร์ 1 บาท ซึ่งในวันแรกที่เปิดเทรด ราคาหุ้นก็แรลลี่บวก 77.94% ขึ้นไประดับ 60.50 บาท ด้วยมูลค่าเทรด 17,255.29 ล้านบาท ขณะเดียวกันในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาหุ้นก็ไปแตะจุดสูงสุดที่ 78.50 บาท ผลตอบแทนระดับนี้สร้างความชื่นอกชื่นใจให้ผู้ที่ได้หุ้นจองกันไปถ้วนหน้า หนึ่งในนั้นก็คือ “เสี่ยยักษ์” วิชัย วชิรพงศ์ นักลงทุนรายใหญ่ของไทย ที่ถือหุ้น STGT จำนวน 22.2 ล้านหุ้น หรือ 1.55%

STGT ทำธุรกิจอะไร ? 

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก STGT เราได้สรุปที่มาที่มาของหุ้นตัวนี้มาให้ดูกันก่อนว่าทำธุรกิจอะไร มีจุดเด่นตรงไหน ผลประกอบการที่ผ่านมาเป็นอย่างไร  ก่อนหน้านี้ STGT เป็นหนึ่งในบริษัทย่อยของ STA หรือ บริษัท ศรีตรัง แอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางธรรมชาติแบบครบวงจร อย่างไรก็ดี ด้วยการเติบโตของ STGT ที่เป็นสายธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายถุงมือยางที่ใช้ในทางการแพทย์ ทำให้บริษัทตัดสินใจ spin-off เข้าตลาดหุ้น

STGT เป็นผู้ผลิตถุงมือยาง รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ด้วยกำลังการผลิตติดตั้งในปี 2562 รวมทั้งหมด 27,153 ล้านชิ้น ส่งออกไปจำหน่าย 95 ประเทศทั่วโลก ความได้เปรียบของ STGT คือ ต้นทุนในการบริหารจัดการวัตถุดิบ เพราะสามารกำหนดคุณภาพน้ำยาง และสั่งซื้อวัตถุดิบในราคาที่ประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) จากบริษัทแม่อย่าง STA รวมถึงการระบาดของโควิด-19 ทำให้ทั่วโลกมีความต้องการใช้ถุงมือยางเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

ในปี 2562 STGT มีรายได้รวม 12,224 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 613.91 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 1/2563 มีรายได้รวม 3,873 ล้านบาท เติบโต 28.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 421.89 ล้านบาท เติบโต 184.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 

STGT ซื้อตอนนี้ แพงไปหรือยัง ? 

ย้อนหลับมาที่คำถามสำคัญ หากเราเข้าลงทุนในตอนนี้ จะเรียกว่า “ตกรถ” ได้หรือยัง เนื่องจากราคาหุ้นกระโดดสูงไปมากในช่วงที่ผ่านมา โดยปัจจุบัน STGT มี P/E Ratio อยู่ที่ 118.32 เท่า ซึ่งแพงมาก เมื่อเทียบกับตลาดและค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม

 

อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 9 กรกฎาคม 2563

แต่ถ้ามองอีกมุม !!! จะพบว่า P/E Ratio ที่เราเห็นแพงๆ ข้างต้นนั้น จะกลายเป็นไม่แพงไปเลยทันที หาก STGT สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้ตามที่คาดการณ์ไว้ โดยบจ.กสิกรไทย คาดว่า STGT จะทำกำไรสุทธิปี 2563 โต 654.57% มาอยู่ที่ 4,784 ล้านบาท จากการรับรู้ออเดอร์ถุงมือยางที่เพิ่มขึ้น 

ดังนั้น แสดงว่าหากกำไรสุทธิเติบโตในระดับ 500 – 600% ได้อย่างที่นักวิเคราะห์ประเมินจริงๆ การเข้าซื้อหุ้น STGT ในตอนนี้ P/E Ratio อาจจะลดเหลือเพียง 20 – 30 เท่า   

อัปเดตบทวิเคราะห์ ณ วันที่ 9 กรกฎาคม 2563

สุดท้ายแนะนำว่าลองนำข้อมูลข้างต้น ไปพิจารณาจากให้ดีอย่างครบทุกมิติครับ ว่าราคาของ STGT แพงไปหรือยัง สมเหตุสมผลหรือไม่ และคุ้มไหมที่จะเข้าไปไล่ราคาในตอนนี้ 

InveStory