ดูหนังออนไลน์
Business

‘ปิยสวัสดิ์’ โพสต์เฟซบุ๊ก แจงเหตุถอนฟ้อง ‘ปานเทพ’

จากกรณีที่มีรายงานข่าวเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ว่า นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ อดีตประธานกรรมการ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ได้ถอนฟ้องคดีที่ตนเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ตัวแทนเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย(คปพ.) ในข้อหาหมิ่นประมาท 2 คดี กรณีเขียนบทความเกี่ยวกับพลังงาน เผยแพร่ทางเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ผู้จัดการเมื่อปี 2560 โดยศาลได้อนุญาตให้ถอนฟ้องทั้ง 2

ปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์

ล่าสุด นายปิยสวัสดิ์ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว Piyasvasti Amranand ชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าว โดยใช้หัวข้อว่า ปิยสวัสดิ์เหตุถอนฟ้องปานเทพ โดยมีใจความดังนี้

ปกติผมจะไปขึ้นศาลด้วยตนเองเสมอ เพราะถูกบ่มเพาะมาให้ให้เกียรติศาล แต่มีบางครั้งที่ผมติดภารกิจสำคัญก็จะให้ทนายไปแทนหากสามารถมอบหมายได้ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันโดยทั่วไป แต่ถ้าจะต้องชี้แจงประเด็นพลังงานก็จะต้องเลื่อน เพราะทนายไม่สามารถทำแทนได้

การที่ผมไม่ได้ไปศาลด้วยตนเองในวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพราะติดภารกิจเร่งด่วนที่สำคัญมากที่สหรัฐ คือ การไปหารือเรื่องโครงการลงทุนของบริษัท PTTGC ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีมาในมลรัฐ Ohio โดยทางบริษัทเพิ่งจะสามารถนัดกับ รมต.พลังงาน และ รมต.พาณิชย์ของสหรัฐ ได้ไม่กี่วันล่วงหน้า

แม้จะได้รับนัดศาลเป็นเดือนแล้วก็ตาม แต่งานนี้สำคัญมากสำหรับบริษัท และสำหรับประเทศไทยด้วย ผมจึงจำเป็นต้องมอบหมายทนายไปแทน เพราะทราบว่าจะเป็นการเจรจาไกล่เกลี่ยตามที่ศาลได้แจ้งตั้งแต่คราวก่อนโดยท่านกำชับว่าคราวหน้าต้องให้จบ ผมจึงมอบหมายให้ทนายถอนฟ้องได้หลังจากการไกล่เกลี่ยหากคู่ความยอมถอยอย่างใดอย่างหนึ่ง การที่ทนายผู้รับผิดชอบตัดสินใจถอนฟ้องจึงอยู่ในอำนาจที่ได้รับมอบหมาย

ผมทราบกระแสข่าวในสื่อโซเชียลมีเดียหลังภรรยาได้โทรมาสอบถาม พร้อมต่อว่าผมว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมรู้สึกประหลาดใจ แต่ก็ได้ยืนยันกับภรรยาว่าไม่ได้ให้ทนายถอนฟ้องโดยไม่มีเงื่อนไขอย่างแน่นอน ขอให้รอฟังคำอธิบายของทนายก่อน

หลังจากได้รับคำชี้แจงและไต่ถามทีมทนายแล้ว จึงขอชี้แจงให้ทุกคนได้ทราบดังต่อไปนี้

  1. คดีที่ผมฟ้องนายปานเทพเป็นเพียงหนึ่งในหลายคดีที่กระทรวงพลังงาน บริษัท ปตท จำกัด ( มหาชน) ผม และผู้เชี่ยวชาญทางด้านพลังงานอื่นยื่นฟ้อง กลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านพลังงาน โดยบุคคลเหล่านี้มีการนำเสนอข้อมูลเพียงด้านเดียว ทั้งยังพาดพิงบุคคลที่ทำงานทางด้านพลังงานให้เสียหายมาโดยตลอด 7 ปีที่ผ่านมา จนบางครั้งทำให้เกิดความสับสนทำให้นโยบายพลังงานหลายด้านของรัฐต้องสะดุดและชะลอออกไป ยังโชคดีที่ในที่สุดแล้วรัฐก็รับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย และไม่รับฟังข้อเสนอของบุคคลเหล่านี้แต่ฝ่ายเดียว มิฉะนั้นแล้วคงจะเกิดความเสียหายต่อประเทศเป็นอย่างมาก เช่นเรื่องการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ เป็นต้น
  2. คดีจำนวนหนึ่งที่มีการฟ้องร้อง ศาลพิพากษายกฟ้องเพราะเห็นว่าเป็นการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนหรือเป็นการวิจารณ์โดยสุจริต หลายคดีศาลให้ไกล่เกลี่ยแล้วก็มีการไกล่เกลี่ยกันเรียบร้อย เช่นคดีระหว่างผมกับหม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ก็ไม่เคยมีปัญหากันอีก หลายคดีมีคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยผิดเรียบร้อยแล้ว และมีคดีที่สำคัญคดีหนึ่งที่กระทรวงพลังงานเป็นโจทก์อยู่ในขั้นตอนฎีกาของจำเลย
  3. คดีที่ผมได้ฟ้องร้องต่อนายปานเทพ ที่มีการไกล่เกลี่ยเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 นั้นมีเหตุสืบเนื่องมาจากการที่นายปานเทพซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ “ณ บ้านพระอาทิตย์” ในเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ (manager.co.th) ได้เผยแพร่บทความ “บันทึกลับไพ่ฝากจากทักษิณในรัฐบาลทหาร” ซึ่งใน 3 ตอนแรกมีเนื้อหาที่พาดพิงถึงผมให้ได้รับความเสียหาย ซึ่งผมได้เคยมอบหมายให้ทนายความมีหนังสือถึงนายปานเทพให้ลบเนื้อหาที่มีการพาดพิงถึงผม ก่อนการฟ้องคดีแล้ว แต่นายปานเทพไม่ดำเนินการ ผมจึงมีความจำเป็นต้องใช้สิทธิฟ้องร้องต่อศาลเป็นจำนวน 2 คดี
  4. ที่จริงแล้วบทความที่นายปานเทพเขียนมีสาระ ที่คล้ายกับบทความที่เคยเขียนก่อนหน้านี้ และมีการฟ้องร้องทั้งนายปานเทพ และหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และได้มีการไกล่เกลี่ยไปแล้วเมื่อ 3 ปีที่ก่อน โดยหนังสือพิมพ์ผู้จัดการได้ยอมลงข้อความแสดงความเสียใจและลบข้อความพิพาทตามฟ้องในคดีดังกล่าวออกจากเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ manager.co.th อีกทั้งยอมลงคำชี้แจงของผม และปตท. ไปแล้วอย่างละเอียดในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการหน้าหนึ่ง เฟซบุ๊กของบริษัทเอเอสทีวีผู้จัดการจำกัด และเว็บไซต์ manager.co.th ดังนี้
    4.1 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2558 ปิยสวัสดิ์ แจงทุกประเด็น “พลังงานไทย” https://m.mgronline.com/onlinesection/detail/9580000139661
    4.2 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2558 ปิยสวัสดิ์ ตอบประเด็น “มูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม กับการบริหาร ESCO Fund”
    https://mgronline.com/onlinesection/detail/9580000139989
    4.3 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2558 ปตท. แจงทุกข้อกล่าวหา ยืนยันธุรกิจโปร่งใส ไม่หวั่นการตรวจสอบจากสังคม https://mgronline.com/onlinesection/detail/9580000140257

    ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
  5. ภายหลังจากที่ผมได้ยื่นฟ้องร้องนายปานเทพต่อศาล ทางศูนย์ประนอมข้อพิพาทของศาล และศาลได้ขอให้ผมเข้าร่วมกระบวนการไกล่เกลี่ยเพื่อระงับข้อพิพาท 9 ครั้ง เป็นระยะเวลากว่า 1 ปี เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561
    ใน 2 ครั้งแรกศาลนัดที่ศูนย์ประนอมข้อพิพาทโดยในวันที่ 22 พฤษภาคม 2560 ทนายความของผมก็ได้แถลง ให้ศาลทราบถึงสาเหตุแห่งการฟ้องคดี และแจ้งต่อศาลว่า นายปานเทพมีเจตนาที่จะทำให้ผมได้รับความเสียหายมาโดยตลอด จึงไม่ประสงค์จะไกล่เกลี่ยคดีนี้
    แต่ศาลเห็นว่ายังมีเวลาเพราะคดีนี้มีกำหนดนัดในเดือนกันยายน 2560 จึงขอความร่วมมือให้คู่ความทั้งสองฝ่ายได้เจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและกำหนดนัดไกล่เกลี่ยครั้งใหม่เป็นวันที่ 27 มิถุนายน 2560
    ครั้งนี้ฝ่ายจำเลยก็ไม่ได้เดินทางไปเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าวตามนัดของศาลเช่นเดียวกันทนายความโจทก์จึงแถลงต่อศาลว่าไม่ประสงค์จะไกล่เกลี่ยอีกต่อไป และขอศาลได้โปรดส่งสำนวนคืนเพื่อดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องต่อไป
    ที่ผมจำเป็นต้องเล่าในรายละเอียดและลำดับความเป็นมา เพราะมีการครหาว่าผมฟ้องร้องเพียงเพื่อกดดันให้คู่ความไกล่เกลี่ย ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด แต่ที่ผมยอมเข้าร่วมกระบวนการไกล่เกลี่ยเพราะถือเป็นการให้เกียรติศาล คดีจึงเข้าสู่การ “นัดไต่สวนมูลฟ้อง” ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2560 ตามสรุปความเป็นมาด้านล่าง
  6. ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งผมติดภาระกิจการประชุมอยู่ที่ต่างประเทศไม่อาจมาเดินทางมาศาลได้ดังที่กล่าวมาแล้ว ผมจึงได้แจ้งแก่ทนายความว่าถ้าหากศาลยังมีเจตนาให้คู่ความทั้งสองฝ่ายเจรจาไกล่เกลี่ยก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับศาล ผลปรากฏว่าทนายได้ถอนฟ้องโดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งที่จริงทนายควรโทรมาปรึกษาผมก่อน
    หลังจากไต่ถามทนาย ได้รับการชี้แจงว่าศาลมีแนวโน้มที่จะยกฟ้องเพราะเห็นว่าปานเทพทำหน้าที่สื่อมวลชน ทนายเห็นว่าควรดำเนินการการถอนฟ้องตามคำแนะนำของศาลเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจที่จะร่วมมือในการไกล่เกลี่ย โดยทนายเชื่อมั่นว่านายปานเทพก็มีเจตนาที่สุจริตที่จะระงับข้อพิพาทจริง
    หากต่อมาภายหลังนายปานเทพบิดพลิ้วคือมีการกล่าวหาผมอีก ทนายความแนะนำผมว่าในทางกฎหมายก็ยังฟ้องร้องนายปานเทพได้อีกเพราะการกระทำของนายปานเทพนั้นในทางกฎหมายมีการกระทำความผิดครั้งเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายฉบับซึ่งผมได้ฟ้องร้องเฉพาะความผิดฐานหมิ่นประมาทเท่านั้น (ในทางกฎหมายเรียกว่า “กรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท”) ทนายจึงตัดสินใจถอนฟ้อง
    นอกจากนี้ ทนายรายงานว่าเขาได้เรียนต่อศาลว่าจะไกล่เกลี่ยหากนายปานเทพตกลงที่จะไม่ติดใจดำเนินคดีใดๆ เกี่ยวกับคดีนี้ ซึ่งนายปานเทพก็ได้ตกลง ศาลขอให้จบกันด้วยดีและจำเลยก็รับปาก ทนายจึงถอนฟ้อง และเห็นว่าไม่น่ามีปัญหาเพราะศาลยังชักชวนว่าอยากให้ทั้งผมถ้าเดินทางมาศาลในวันนี้ และคุณปานเทพไปไหว้พระประจำศาลเพื่อความเป็นสิริมงคลที่คดีสามารถจบลงด้วยดี ซึ่งต่อมาทนายของผมก็เป็นตัวแทนผมขึ้นไปไหว้พระกับนายปานเทพและกลุ่มสมาชิกของนายปานเทพก่อนแยกย้ายกัน
    จากที่ได้ลำดับความเป็นมาข้างต้นพร้อมขยายความด้านล่าง ผมขอย้ำว่าผมไม่เคยกลัวที่จะให้มีการสืบพยาน และในอดีตก็ถูกสืบพยานมาหลายคดีแล้ว การถอนฟ้องไม่ใช่การหลีกเลี่ยงการสืบพยาน
  7. ายหลังจากที่ถอนฟ้องคดีนายปานเทพยังคงมีการกล่าวพาดพิงถึงผม ทั้งในการเผยแพร่เนื้อหาที่เคยทำให้ผมต้องฟ้องร้อง และยังทำให้บุคคลโดยทั่วไปเข้าใจว่าผมเกรงการถูกซักค้านของนายปานเทพในชั้นศาล ผมจึงไม่เดินทางไปศาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดไปจากเจตนาของผม ที่ต้องการร่วมมือกับศาลในการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท
    ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมจะไม่ไปโต้วาทีกับคนทียังไม่เข้าใจข้อเท็จจริงและมีพฤติกรรมชอบเสนอข้อมูลเพียงด้านเดียว แต่จะขอเรียนให้ทุกท่านทราบว่า ขณะนี้ผมอยู่ในระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมดเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาใช้สิทธิดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และคราวนี้คงจะต้องเรียนกับศาลว่าไม่สามารถที่จะไกล่เกลี่ยได้ เพราะการไกล่เกลี่ยกับบุคคลบางประเภทยิ่งเป็นเหตุให้ความขัดแย้งมีความรุนแรงมากขึ้น​​
    ​​ ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์​
    ​​​6 พฤศจิกายน 2561

นอกจากนี้ นายปิยสวัสดิ์ ยังได้สรุปความเป็นมาของการไกล่เกลี่ย  ที่เขาบอกว่า บางส่วนอาจไม่ตรงกับของนายปานเทพ

  • วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 การไกล่เกลี่ยที่ศูนย์ประนอมข้อพิพาท นายปานเทพไม่ได้เข้าร่วมกระบวนการไกล่เกลี่ยเนื่องจากเจ้าหน้าที่ศาลแจ้งต่อศาลว่า เพิ่งส่งหนังสือแจ้งให้นายปานเทพทราบเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2560 โดยทนายของผมได้รับแจ้งในวันที่ 17
    ในวันนั้นทนายของผมได้แถลงให้ศาลทราบถึงสาเหตุแห่งการฟ้องคดี และเหตุผลที่ผมไม่ประสงค์จะไกล่เกลี่ย เพราะเห็นในเจตนานายปานเทพที่จะทำให้ผมเสียหายมาโดยตลอด
    อย่างไรก็ตามศาลเห็นว่าคดีนี้มีกำหนดนัดในเดือนกันยายน 2560 จึงขอความร่วมมือให้คู่ความทั้งสองฝ่ายได้เจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกัน จึงกำหนดนัดไกล่เกลี่ยครั้งใหม่เป็นวันที่ 27 มิถุนายน 2560
  • วันที่ 27 มิถุนายน 2560 ทนายความของผมเข้าร่วมกระบวนการระงับข้อพิพาท แต่นายปานเทพและทนายความไม่ได้เดินทางมาเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าวตามนัด ทนายความโจทก์จึงแถลงต่อศาลว่าไม่ประสงค์จะไกล่เกลี่ยอีกต่อไป ขอศาลได้โปรดส่งสำนวนคืนเพื่อดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องต่อไป
  • วันที่ 18 กันยายน 2560 คดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ศาลได้ทำการสอบถามข้อเท็จจริงและไกล่เกลี่ยไปพร้อมกันและขอให้ทนายของผมนำข้อเท็จจริงที่ได้พูดคุยไกล่เกลี่ยกันในวันนี้มาแจ้งให้ผมทราบเพื่อหาแนวทางการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท
  • วันที่ 22 มกราคม 2561 ผมและนายปานเทพเดินทางมาศาลพร้อมกัน ศาลได้ทำการไกล่เกลี่ยคู่ความทั้งสองฝ่ายเห็นว่ายังมีข้อเท็จจริงบางเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายไม่เคยได้รับรู้กัน เช่นที่ผมได้เคยชี้แจงเรื่องต่างๆ ที่เป็นประเด็นกับนายปานเทพไปแล้วในที่สาธารณะแต่นายปานเทพไม่ได้รับทราบ จึงได้มีการเสนอให้ผมเขียนบทความ ที่มีเนื้อหาชี้แจงข้อเท็จจริงตามที่นายปานเทพได้เสนอในบทความ “บันทึกลับไพ่ฝากจากทักษิณในรัฐบาลทหาร” ลงเผยแพร่ในเฟซบุ๊กของนายปานเทพ (หลังจากสรุปว่าไม่สามารถไปขอให้ นสพ.ผู้จัดการลงได้) ซึ่งในเบื้องต้นนายปานเทพก็ได้ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว (แต่ในที่สุดมิได้เกิดขึ้น)
  • วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 และวันที่ 14 มีนาคม 2561 ศาลขอทราบความคืบหน้าในการเจรจาไกล่เกลี่ย ทนายความของผมได้แจ้งว่าเนื่องจากบทความที่นายปานเทพเขียนมีประเด็นที่จะต้องชี้แจงอยู่เป็นจำนวนมาก ต้องใช้เวลาในการจัดทำคำชี้แจงอีกสักระยะ เพื่อรวบรวมเป็นบทความที่มีการเสนอไว้ข้างต้น ศาลเห็นว่าคดีมีแนวโน้มที่จะสามารถเจรจากันได้จึงให้เลื่อนการพิจารณาคดีออกไป
  • วันที่ 12 มิถุนายน 2561 ทนายของผมได้จัดทำบันทึกข้อตกลงเพื่อระงับข้อพิพาทมาให้นายปานเทพพิจารณา แต่นายปานเทพไม่ได้เดินทางมาศาล ทนายนายปานเทพจึงต้องนำข้อตกลงดังกล่าวไปเสนอต่อนายปานเทพเพื่อพิจารณา ศาลเห็นว่าคดีมีแนวโน้มที่จะสามารถเจรจากันได้ จึงเลื่อนการไต่สวนมูลฟ้องออกไปเป็นวันที่ 31 สิงหาคม 2561
  • วันที่ 31 สิงหาคม 2561 บันทึกข้อตกลงยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ศาลจึงยังคงมีคำสั่งให้ไกล่เกลี่ยโดยให้เลื่อนการพิจารณาคดีออกไป อนึ่ง แม้สิ่งที่นายปานเทพได้โพสต์ซึ่งดูเป็นพาดพิงศาลนั้นเป็นความจริงตามที่ทราบจากการไต่ถามทนายในภายหลัง แต่ผมไม่เคยได้รับทราบประเด็นเหล่านั้นแต่อย่างใด
  • วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ถอนฟ้องตามรายละเอียดข้างต้น

The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight