Economics

เอสซีจีเปิดเวที ‘Hackathon’ ดึงไอเดียคนนอกต่อยอดธุรกิจ

ภายใต้การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันที่เกิดขึ้นในแวดวงธุรกิจจากการที่ดิจิทัลคืบคลานเข้ามามีบทบาทในชีวิตของผู้คน การรอให้ปัจจัยต่างๆมากระทบ อาจทำให้องค์กรล้มสลาย หลายองค์กรระดับยักษ์จึงเริ่มหาทางรอดด้วยการเปิดรับไอเดียจากคนภายนอก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจ

เอสซีจี ในฐานะเป็นองค์กรธุรกิจที่มีอายุยาวนาน 105 ปี ย่อมหวั่นเกรงการเปลี่ยนแปลงที่อาจมากระทบ  และวางกลไกเชิงรุกแทนการตั้งรับ โดยนำกลไก “Hackathon” ที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลกมาใช้ เพื่อเปิดเวทีสร้างสรรค์นวัตกรรมภายใน 3 วัน 2 คืน ภายใต้แนวคิด “Passion for Open Innovation” ระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคม 2561 เงินรางวัลรวมสูงสุด 900,000 บาท

ทั้งนี้เพื่อเปิดกว้างคนรุ่นใหม่ที่มีมุมมอง และแนวคิดต่างออกไป ไม่จำกัดอายุ สายงาน และความเชี่ยวชาญมาแสดงความสามารถสร้างสรรค์โซลูชั่น และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยตอบโจทย์ลูกค้าเอสซีจีในยุคดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น และเป็นเวทีให้มาพัฒนาไอเดียผ่านการร่วมเวิร์คช็อป “Lean Startup “กับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำไปใช้ต่อยอดทางธุรกิจของตนเองในอนาคต

ผู้แข่งขันที่มีความคิดสร้างสรรค์โดดเด่นจะมีโอกาสได้รับการสนับสนุนจากเอสซีจีในการนำไอเดียไปต่อยอดธุรกิจของเอสซีจี รวมถึงมีโอกาสได้ร่วมงานกับเอสซีจีทั้งการเป็นพนักงาน และร่วมงานทางธุรกิจ

เวทีนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม มีผู้สมัครกว่า 200 คน ทำการคัดเลือกเหลือ 100 คน  ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสายงานทั้งผู้พัฒนาโปรแกรม (Developer) ผู้ออกแบบการใช้งาน (Designer) และผู้เชี่ยวชาญการวางแผนธุรกิจ (Business planner) ซึ่งมีทุกเพศทุกวัยรวมถึงชาวต่างชาติ

ผู้เข้าร่วมแข่งขันมีโจทย์ท้าทาย 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.การนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างการเติบโตให้เอสซีจี และคู่ธุรกิจด้วยรูปแบบการทำธุรกิจ B2B ใหม่ๆ 2.การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต และพัฒนาความยั่งยืนในอุตสาหกรรม 3.การยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้บริโภค

นายยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ -การบริหารกลาง เอสซีจี ระบุว่า พร้อมเปิดกว้างกับผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneur) ในตัว เพื่อหาไอเดียใหม่ๆเข้ามาสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด รวมถึงนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจที่มีอยู่ และหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลก

3 ธุรกิจของบริษัทเราล้วนต้องการไอเดียสร้างสรรค์ทั้งสิ้น ทั้งธุรกิจก่อสร้าง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าจาก B2B  (Business-to-Business)  หรือ การทำธุรกิจโดยขายสินค้า หรือบริการให้กับลูกค้าที่เป็นลูกค้าองค์กร เป็น B2C  ( Business-to-Consumer)  หรือธุรกิจที่ขายสินค้า หรือบริการให้กับลูกค้าที่เป็นผู้บริโภคทั่วไปมากขึ้น ทำให้เราต้องเรียนรู้พฤติกรรม และความต้องการของผู้บริโภคให้ถ่องแท้

ส่วนธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (Packaging ) มีโจทย์ท้าทายจากการพัฒนารูปแบบสินค้าอุตสาหกรรมไปสู่ B2B โดยต้องใช้เทคโนโลยีมา สร้างโอกาสทางธุรกิจ ทั้งคุณภาพผลิตภัณฑ์ และความรวดเร็ว ขณะที่เคมีภัณฑ์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงในการขยายงานต้องมีศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก

“เอสซีจีจึงต้องการเปิดตัวเองให้กว้างขึ้น ในการสร้างไอเดียใหม่ไปพัฒนา และต่อยอด  หรือสร้างสิ่งใหม่ๆ ทั้งผลิตภัณฑ์ บริการ และธุรกิจ  Hackathon จะมาเสริมให้เป้าประสงค์ของเราครบถ้วน”

นายยุทธนา ย้ำว่า สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดของผู้บริโภคในวันนี้ ก็คือ จากจัดซื้อแยกเป็นซื้อระบบ นั่นหมายถึงซื้อสินค้า พ่วงด้วยบริการ และดูแลรักษา ดังนั้นเราต้องตามให้ทันความต้องการของโลก และผู้บริโภคในอนาคตให้ได้ ขณะเดียวกันก็ต้องตอบสนองต่อคนทุกวัย นำเสนอสินค้า และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้ ภายใต้ 3 หลักสำคัญ คือ “ดี รวดเร็ว และสะดวก”

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB