ดูหนังออนไลน์
Business

‘สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด’ คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้ดิ่งหนัก สั่งจับตาการเมืองใกล้ชิด!

“ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด” คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้ติดลบ 8% จากเดิมคาดติดลบ 5% หลังท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัว สั่งจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศใกล้ชิด

นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดของปีไปแล้วในไตรมาส 2 คาดว่า ทั้งปีเศรษฐกิจจะหดตัว 8% หดตัวมากขึ้นจากเดิมคาดว่าหดตัว 5% เพราะการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นกลับมา แม้การส่งออกจะเริ่มฟื้นตัว แต่ตัวเลขการส่งออกปีนี้ยังติดลบ 8%

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวน่าจะเป็นไปอย่างช้า จากปัจจัยลบภายในประเทศ และความไม่แน่นอนต่างประเทศ โดยคาดเศรษฐกิจจะฟื้นกลับมาเติบโตที่ 2% ในปี 2564 โดยจะต้องใช้เวลาอีก 2 – 3 ปี เศรษฐกิจไทยจึงจะกลับมาโต 3 – 4% ก่อนเกิดโควิด-19

สำหรับสถานการณ์ต่างๆ ที่ยังต้องติดตาม โดยเฉพาะสถานการณ์การเมืองในประเทศ ที่ต้องติดตามใกล้ชิด และเฝ้าระวังมากขึ้น หลังการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเชื่อว่าสถานการณ์ยังควบคุมได้ โดยหวังการเมืองจะไม่เป็นปัจจัยลบในการกดดันเศรษฐกิจที่กำลังตั้งหลักอยู่ เพราะหากมีความรุนแรงอาจจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปีหน้า

นอกจากนี้ การที่เพิ่งได้ทีมเศรษฐกิจใหม่หลังจากขาดช่วงไปหลายเดือน การเบิกจ่ายจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งจากรัฐบาลและจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังอยู่ในระดับไม่สูงนัก ตลาดการเงินอยู่ในภาวะ “ติดตามดูสถานการณ์” ทั้งหมด ซึ่งการที่นโยบายรัฐไม่ต่อเนื่อง มีผลทำให้การบริโภคยังไม่ฟื้นตัว โดยคาดหวังมาตรการการคลัง ทั้งช้อปดีมีคืน โครงการคนละครึ่ง จะกระตุ้นการบริโภคในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้

“ยอมรับว่ามาตรการการคลังมีความสำคัญมาก แม้ว่าโอกาสที่จะใช้มาตรการการคลังมีน้อยลง หลังจากที่หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเป็น 40 – 50% เพราะมาตรการการเงินโดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยมีข้อจำกัด ดอกเบี้ยนโยบาย อยู่ในระดับต่ำ 0.50% ดังนั้นจึงมีความคาดหวังว่าทีมเศรษฐกิจจะสามารถสร้างความเชื่อมั่น เร่งการเบิกจ่าย เร่งการลงทุนของรัฐบาลที่ควรจะนำร่องภาคเอกชนให้มีการลงทุนภายในประเทศ” นายทิม กล่าว

ส่วนกรณีที่มีการเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจและรอนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจจากทีมใหม่ ในขณะที่การเมืองยังอยู่ในช่วงติดตามดูสถานการณ์ ส่งผลให้ไม่กระทบต่อค่าเงินบาทมากนัก โดยธนาคารคาดว่า ค่าเงินบาทจะอยู่ที่ราว 31 บาทต่อดอลลาร์ในสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็อยู่ในภาวะ “ติดตามสถานการณ์” เช่นเดียวกัน ถ้าสถานการณ์ยังทรงตัวและเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น ธปท. น่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% แต่ถ้าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงในช่วงในไตรมาสนี้ โอกาสที่ ธปท. จะลดดอกเบี้ยไปที่ 0.25% ก่อนสิ้นปี ก็เป็นไปได้

ส่วนสถานการณ์โควิด-19 ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะสถานการณ์ในต่างประเทศ และการพัฒนาวัคซีน โควิดคาดว่า การท่องเที่ยวจะใช้เวลา 3 – 5 ปี การท่องเที่ยวของไทยจะกลับไปที่จุดก่อนเกิดโควิด-19 หรือมีจำนวนนักท่องเที่ยว 40 ล้านคน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team