General

พรุ่งนี้! ศรีสุวรรณ ร้อง ปปง. สอบบัญชีธนาคาร ท่อน้ำเลี้ยง ม็อบแนวร่วม ปลดแอก

สอบบัญชีธนาคาร ท่อน้ำเลี้ยง เรียกดูข้อมูลธนาคาร กลุ่มเปิดรับบริจาคเงิน สนับสนุน ม็อบแนวร่วม ปลดแอก ฐานะ “ตัวการร่วม”  เหตุฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมือง

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (16 กันยายน) จะเข้าร้องเรียนต่อ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ สำนักงาน ปปง. เพื่อขอให้ตรวจ สอบบัญชีธนาคาร ท่อน้ำเลี้ยง กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง ทั้งกลุ่มแนวร่วม เยาวชนปลดแอก

สอบบัญชีธนาคาร ท่อน้ำเลี้ยง

ทั้งนี้ ตามที่มี กลุ่มปลดแอก กลุ่มแนวร่วม หรือกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มประชาธิปไตยทั้งหลาย พยายามดำเนินการจัดการชุมนุมสาธารณะ ขึ้นในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันที่ 19 กันยายน 2563 เพื่อเรียกร้องให้มีการยุบสภา หยุดคุกคามประชาชน และร่างรัฐธรรมนูญใหม่ รวมทั้งการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยนั้น

การกระทำของกลุ่มต่าง ๆ ดังกล่าว ก่อนหน้านี้ มีการจัดชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด ทั้งในและนอกสถานศึกษา ซึ่งแกนนำผู้จัดการชุมนุม และผู้ที่ปราศรัย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียก และตั้งข้อกล่าวหา ว่ามีพฤติการณ์และการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายหลายข้อหา หลายกรรม หลายวาระ

ขณะที่ บางรายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีคำร้องฝากขังยังศาลแล้ว และศาลได้มีเมตตา ให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยมีเงื่อนในระหว่างประกันตัวออกมา แต่ก็ยังมิหลาบจำ กลับออกมาดำเนินการ ในลักษณะที่ส่อไปในทางที่ขัดต่อกฎหมาย และอาจเข้าข่าย การฝ่าฝืนเงื่อนไขการประกันตัวกันหลายคน

การออกมาขับเคลื่อน โดยการจัดชุมนุมในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ และการประกาศว่า จะมีการจัดการชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 19 กันยายนนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีกลุ่มผลประโยชน์ หรือ กลุ่มทุนอยู่เบื้องหลัง หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า “ท่อน้ำเลี้ยง”

ทั้งนี้ เพราะการจัดชุมนุมสาธารณะแต่ละครั้ง จะต้องมีค่าใช้จ่าย ในการดำเนินการอย่างมากมาย ทั้งค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าเวที ค่าเครื่องเสียง ค่ารถสุขา ค่าวัสดุอุปกรณ์ต่างๆจิปาถะมากมาย ฯลฯ ซึ่งเป็นจำนวนเงินมิใช่น้อย

“ลำพังนักเรียน นักศึกษา ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่มีรายได้ ต้องแบมือขอเงินจากพ่อแม่ผู้ปกครองมาใช้ จะนำเงินมากมาย มาใช้จ่ายเพื่อการจัดชุมนุมเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก”นายศรีสุวรรณ กล่าว

สำหรับการจัดชุมนุมที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีบุคคลต่าง ๆ ที่แสดงตนเป็นท่อน้ำเลี้ยง ให้กับการชุมนุมดังกล่าว หลายคน รวมทั้งกลุ่มต่าง ๆ ก็ยังได้เปิดบัญชีธนาคารรับ บริจาคเงิน เผยแพร่ ในสื่อออนไลน์มากมาย

อีกทั้งการชุมนุมสาธารณะที่ผ่านมา ปรากฎโดยชัดเจนว่า เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายมากมาย จึงเข้าองค์ประกอบ ในความผิดมูลฐาน ตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งที่ผ่านมา พนักงานเจ้าหน้าที่ ยังมิได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ที่ร่วม บริจาคเงิน หรือ เป็นท่อน้ำเลี้ยง ให้กลุ่มผู้ชุมนุม ที่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด

ดังนั้น การที่มีผู้ร่วม บริจาคเงิน ผ่านบัญชีของกลุ่มต่าง ๆ ที่เปิดรับการบริจาค เพื่อเป็นท่อน้ำเลี้ยง ให้กับการชุมนุมที่ผิดกฎหมายนั้น ถือได้ว่าเป็น “ตัวการร่วม” ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.83 และ ม.86 ในฐานะผู้สนับสนุน ให้มีการกระทำความผิด ฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมือง

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ปปง. เพื่อให้ใช้อำนาจตามกฎหมายในการสั่งให้ธนาคารต่าง ๆ ที่บุคคล หรือกลุ่มต่าง ๆ เปิดบัญชีรับบริจาค เพื่อจัดการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย รายงานให้กับ ปปง.ทราบว่า มีใครบ้างที่บริจาคเข้าบัญชีเหล่านั้น

ทั้งนี้ เพื่อที่ ปปง.จะได้เรียกมาดำเนินการ ไต่สวนสอบสวนเอาผิดต่อไป โดยสมาคมฯ จะเดินทางไปยื่นคำร้อง ในวันพุธที่ 16 กันยายน 2563 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน ปปง. ถนนพญาไท วังใหม่ เขตปทุมวัน กทม.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team