Properties

ปริศนา!! ‘โยธิน บุญดีเจริญ’ วางมือ G LAND ล้ม ‘เดอะ ซูเปอร์ ทาวเวอร์ ‘ 125 ชั้น

อาคารจี ทาวเวอร์

จากดีลใหญ่ กรณี บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN  ใช้เงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท เข้าซื้อหุ้น บริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน)  หรือ G LAND   50.43% จากผู้ถือหุ้นหลัก 5 ราย และอยู่ระหว่างทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดอีก 49.57% ที่เหลืออยู่ หลายคนมีคำถามว่าทำไม”G LAND” จึงขายหุ้นให้ซีพีเอ็นในราคาที่ค่อนข้างถูก ในราคาหุ้นละ 3.10 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคา Book Value หรือราคามูลค่าตามบัญชี

ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2555 จีแลนด์ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดประมาณ 17,800 ล้านบาท และเป็นหนึ่งในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

“The ฺBangkok Insight” ขอย้อนรอยที่มา ที่ไปของการขายหุ้น “G LAND” ในครั้งนี้  ได้ข้อมูลน่าสนใจว่า ทางผู้บริหาร G LAND  คือนายโยธิน บุญดีเจริญ ได้พยายามที่จะขายทรัพย์สินมาก่อนหน้านี้สักระยะหนึ่งแล้ว แต่ขายไม่ได้จนกระทั่งนำมาสู่การขายหุ้นบิ๊กดีล ที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2561

โครงการ เดอะไนน์ ทาวเวอร์

เร่ขายทรัพย์สินหลายแปลงก่อนตัดใจขายหุ้น

แหล่งข่าวจากกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาการลงทุน กล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะมีดีลการซื้อขายหุ้นล็อตใหญ่ ระหว่าง CPN  และ G LAND  เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้ทาง G LAND  ได้พยายามตัดขายทรัพย์สิน คือที่ดินในโครงการแกรนด์ คาแนล ย่านรังสิต และดอนเมือง เพื่อนำเสนอขายให้กับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทุนต่างชาติรายหนึ่ง แต่เนื่องจากราคาที่เสนอขายนั้นสูงเกินไป จึงไม่บรรลุข้อตกลง

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนได้ชัดเจนว่า ผู้บริหาร G LAND คือนายโยธิน บุญดีเจริญ ได้ตัดใจที่จะวางมือจากการทำธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ เนื่องจากตัวเองมีอายุมากแล้ว ขณะที่ทายาททั้ง 3 คน ซึ่งมีทั้งลูกสาวและลูกชาย ต่างไม่ได้สนใจสานต่อในธุรกิจนี้  จึงนำมาซึ่งการตัดใจขายหุ้นในที่สุด

ส่วนความคืบหน้าการพัฒนาโครงการใหญ่ “เดอะ ซูเปอร์ ทาวเวอร์” ความสูง 125 ชั้น บริเวณหัวมุมถนพระราม 9 – รัชดาภิเษก ปัจจุบันได้ลงงานในส่วนฐานรากอาคารไปแล้ว แต่ตามแผนงานต้องใช้เวลาอีกกว่า 5 ปี จึงจะแล้วเสร็จ  

อย่างไรก็ดี การตั้งโต๊ะซื้อหุ้นในส่วนที่เหลือตามกฎของตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือการทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ ยังต้องรออีก 20 วัน ก่อนครบกำหนดในวันที่ 3 ตุลาคม 2561 โดยหุ้นในส่วนที่ยังไม่ขายนั้น มีผู้ถือหุ้นในสัดส่วนที่สูงอยู่ 1 ราย คือ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ถืออยู่จำนวน 1,082 ล้านหุ้น สัดส่วน 18.20%  ส่วนนี้คาดว่าเป็นของ นายกฤตย์ รัตนรักษ์ ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด และประธานกรรมการสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ซึ่งร่วมถือหุ้นใน G LAND มาตั้งแต่ต้น

ส่วนผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ อีก 9 รายถือหุ้นในสัดส่วนไม่มากนัก ตั้งแต่ 0.60-4.68% รายละเอียดตามนี้

 

 

เซ็นทรัลได้2 อาณาจักรใหม่พระราม9-พหลโยธิน

อย่างไรก็ดี การซื้อหุ้น G LAND ของ CPN  ในครั้งนี้ นอกจากทำให้ CPN ได้อาณาจักรที่ดินทำเลทอง หัวมุมถนนพระราม9-รัชดาภิเษก พื้นที่ 70 ไร่ ซึ่งเป็นที่ตั้งห้างเซ็นทรัลพระราม 9 ในปัจจุบัน และยังมีอาคารสำนักงานอีก 2 อาคาร คือ จี ทาวเวอร์ และ เดอะ ไนน์ ทาวเวอร์ รวมไปถึงอาคารยูนิลีเวอร์ ซึ่งเช่าที่ดินของ G LAND สร้างเป็นสำนักงานใหญ่ในปัจจุบัน และที่ดินว่างอีก 2 แปลง

แปลงหนึ่งกำลังลงงานฐานรากเพื่อสร้างอาคาร “เดอะ ซูเปอร์ทาวเวอร์” ความสูง 125 ชั้น  ยังมีที่ดินแปลงติดกัน ที่ G LAND  ตั้งใจจะสร้างโรงแรมขึ้นมาอีกแห่ง เรียกได้ว่าเป็นอาณาจักรใหม่ของ CPN บนทำเลทองที่ถูกขนานนามว่าเป็น “New CBD ” ย่านธุรกิจการเงินแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

การซื้อหุ้น G LAND ครั้งนี้ ยังทำให้ CPN ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาที่ดิน บนถนนพหลโยธิน ฝั่งตรงข้ามแดนเนรมิตเดิม เนื้อที่ 48 ไร่ ซึ่งติดถนน 2 ฝั่ง ทั้งพหลโยธิน และ ถนนวิภาวดี ผ่าน บริษัท เบย์วอเตอร์ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง G LAND  กับ บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ในสัดส่วน 50 : 50  ซึ่งการพัฒนาโครงการดังกล่าว สามารถเชื่อมโยงกับห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งพื้นที่นี้ก็จะกลายเป็นอาณาจักรใหม่อีกแห่งของเซ็นทรัล ลาดพร้าว ในวันที่สัญญาเช่าที่ดินบริเวณเซ็นทรัล ลาดพร้าวในปัจจุบัน กับการรถไฟแห่งประเทศไทยหมดอายุลง

กลุ่มCPNไม่ต้องการที่จะลงทุนและสานต่อโครงการ”เดอะ ซูเปอร์ทาวเวอร์” ความสูง 125 ชั้น

โครงการ เดอะ ซูเปอร์ ทาวเวอร์

พับแผน “เดอะ ซูเปอร์ทาวเวอร์” 125ชั้น

ขณะที่ฝั่งผู้บริหารเซ็นทรัล ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงแผนธุรกิจ กับจากการเข้าซื้อหุ้น G LAND ครั้งนี้

“เท่าที่ทราบเบื้องต้นทางกลุ่ม CPN ไม่ต้องการที่จะลงทุนและสานต่อโครงการ “เดอะ ซูเปอร์ทาวเวอร์” ที่ทาง G LAND เคยประกาศไว้ว่าจะสร้างอาคารสูง 125 ชั้น ใช้เงินลงทุน 1.8 หมื่นล้านบาท เพราะมองว่าเป็นการลงทุนสูง ประกอบกับไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ใช้เวลาในการคืนทุนก็นาน แต่หากทำเป็นธุรกิจอย่างอื่น เช่น ออฟฟิศให้เช่าการคืนทุนน่าจะดีกว่า เท่ากับว่าตามแผนของ G LAND ที่วางไว้ก็จะถูกพับแผนทันที” แหล่งข่าว ระบุ

จับตาแผนพัฒนาทำเลทองในมือCPN 

อย่างไรก็ดี สิ่งที่กลุ่ม CPN จะดำเนินการ สำหรับที่ดินแปลงพระราม 9 อาจจะพลิกรูปแบบการพัฒนา เป็น “โครงการมิกซ์ยูส “ ที่ประกอบด้วย ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และโรงแรม คล้ายกับโครงการที่เซ็นทรัลเวิลด์ คือเป็นโมเดลธุรกิจ ที่มีความถนัด ทั้งโรงแรม สำนักงาน และศูนย์การค้า ซึ่งที่ดินแปลงนี้ก็มีความเหมาะสมที่จะพัฒนาได้

ส่วนที่ดินแปลงพหลโยธิน 48 ไร่ ที่ร่วมกับบีทีเอสก็เป็นอีกแปลง ที่ CPN สามารถออกแบบให้เป็นอาณาจักรมิกซ์ยูส ที่สมูรณ์แบบได้เช่นเดียวกัน และมีข้อดีคือที่ดินทั้งสองแปลงนี้ เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ไม่ใช่ที่ดินเช่าเหมือนที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ไม่มีวันหมดอายุสัญญาเช่า ดีลการซื้อหุ้นจาก G LAND ครั้งนี้ จึงถือว่าเป็นการลงทุนที่ขยายอาณาจักรเซ็นทรัลได้พร้อมกันถึงสองทำเล

วงการอสังหาฯ ตะลึงขายราคาถูกเกิน

การขายหุ้นของ นายโยธิน ให้กับ CPN ครั้งนี้เกิดคำถามและข้อสงสัยมากมาย เหตุใดถึงขายให้ในราคาที่ถูกมากๆ ทั้งที่ที่ดินแต่ละแปลงที่มีอยู่มีราคาดีทั้งนั้น แต่หากพิจารณาจากราคาที่เสนอขายออกไปแล้วถือว่า “ถูกมาก” ที่ดินที่ปล่อยออกไปถือว่าเป็นจุด “ทำเลทอง” แทบทั้งนั้น รวมทั้งที่ดินบริเวณโลคอลโรด แกรนด์คาแนล

การวางมือจากการพัฒนาที่ดินที่มีอยู่ของนายโยธิน เปรียบเสมือนการวางมือจากการพัฒนาธุรกิจอสังหาฯ ไปโดยปริยาย ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนายโยธิน เองก็มีอายุมากแล้ว การประกาศขายหุ้นออกครั้งนี้ เป็นตัวบ่งชี้ชัดถึงการวางมืออย่างแท้จริง

 

Add Friend Follow
อรวรรณ หอยจันทร์
อรวรรณ หอยจันทร์ หลายมุมมอง