ดูหนังออนไลน์
Business

เปิดโผหุ้น 5 กลุ่มธุรกิจชนะตลาด กำไรเพิ่มขึ้นมากที่สุด

เช็คด่วน! หุ้น 5 กลุ่มธุรกิจไหน มีกำไรเพิ่มขึ้นมากที่สุดในช่วงไตรมาส 2/2563 ท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 

บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประกาศผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ปี 2563 ออกมาแล้ว วันนี้เราจึงได้สรุปมาดูให้ดูกันว่า โดยรวมแล้วตลาดหุ้นไทยในไตรมาสนี้ เป็นอย่างไรบ้าง โดนผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวไปมากน้อยแค่ไหน  จากการรวบรวมข้อมูลจากจำนวนบริษัทจดทะเบียนกว่า 690 แห่งในตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่า มีกำไรสุทธิรวมกันทั้งสิ้น 1.16 แสนล้านบาท โดยปรับลดลงเกือบ 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 

อย่างไรก็ดี แม้ภาพรวมกำไรสุทธิจะลดลง แต่ในทุกวิกฤติก็ยังมีผู้ชนะอยู่เสมอ วันนี้เราจึงได้คัด 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถชนะตลาด โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมากที่สุด ประจำไตรมาส 2/2563 

สำหรับ 5 กลุ่มอุตสาหกรรม (sector) ที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นสูงสุด มีดังนี้

1. กลุ่มของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์

กำไรสุทธิรวมไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 1,200 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 353% กลุ่มของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ เป็นแชมป์ไตรมาส 2 ของปีนี้ที่สามารถทำกำไรเติบโตได้มากที่สุด โดยทำกำไรเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 900 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยหลักมาจากแรงหนุนจากยอดขายสินค้าในกลุ่มสินค้าถุงมือยาง เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 

2. กลุ่มธุรกิจการเกษตร 

กำไรสุทธิรวมไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 1,700 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 105% กลุ่มธุรกิจการเกษตรมีปัจจัยสนับสนุกจากราคาหมูที่พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากมีการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู (ASF) ในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน จึงเป็นสาเหตุให้ราคาหมูเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และส่งผลต่ออัตรากำไรของบริษัทในกลุ่มนั่นเอง

3. กลุ่มบรรจุภัณฑ์ 

กำไรสุทธิรวมไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 2,100 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 93%  ด้วยต้นทุนพลังงานที่ต่ำลงในไตรมาสนี้ ทำให้สินค้าบรรจุภัณฑ์ที่เป็นธุรกิจขั้นปลายปิโตรเลียมได้รับอานิสงส์ไปเต็มๆ ขณะเดียวกันความต้องการใช้สินค้าบรรจุภัณฑ์อาหารก็เพิ่มขึ้นด้วย จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 

4. กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 

กำไรสุทธิรวมไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 2,700 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 47% เป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่โตแกร่งท่ามกลางวิกฤติแบบชัดเจน จากปรากฏการณ์ new normal ที่ทำให้ยอดขายในกลุ่มสินค้า Cloud Storage และ Data Center มีความต้องการมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

5. กลุ่มวัสดุก่อสร้าง 

กำไรสุทธิรวมไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 14,000 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 46% เป็นกลุ่มที่ได้รับผลบวกจากต้นทุนพลังงานที่ลดลงเช่นเดียวกัน ส่งผลให้อัตราการทำกำไรดีขึ้น  รวมถึงการยกเลิกวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ ทำให้กิจกรรมการก่อสร้างสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ สำหรับกลุ่มที่มีกำไรสุทธิลดลงมากที่สุดตกเป็นของ กลุ่มค้าปลีก โดยมีกำไรลดลง 8,100 ล้านบาท ปรับลดลง 60% จากปีก่อน เนื่องจากยอดขายสาขาเดิม หลังจากรัฐบาลบังคับใช้มาตรการ lockdown รวมถึงประชาชนเลี่ยงการออกจากการบ้านมากขึ้น และการเลื่อนวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ทำให้ประชาชนใช้จ่ายน้อยลง 

สุดท้ายคงต้องจับตามองกันต่อไปว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ ภาพรวมของกลุ่มธุรกิจต่างๆ จะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้ดั่งเดิมหรือไม่ และกลุ่มที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรก จะยังรักษาระดับนี้ได้อยู่ไหม เมื่อถึงไตรมาส 3 เราจะมาอัปเดตให้ดูกันอีกครั้งครับ

Add Friend Follow
InveStory