Lifestyle

ปิดตำนาน80ปีเขาดินเร่ง’ย้ายทุกชีวิตไปต่างจังหวัด’

หลังจากมีการแถลงอย่างเป็นทางการถึงการย้ายสวนสัตว์ดุสิต ล่าสุดวันนี้ทีมงาน The Bangkok Insight ได้ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศ และความคืบหน้าของการเตรียมการ พบว่า บรรยากาศของสวนสัตว์เขาดิน มีประชาชนเข้ามาเยี่ยมชมมากขึ้น และทางสวนสัตว์อยู่ระหว่างเตรียมการจัดงานใหญ่ 12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ ที่อาจเรียกได้ว่า เป็นกิจกรรมครั้งสุดท้ายของสวนสัตว์แห่งนี้ หลังเปิดให้บริการมานาน 80ปี

พิทักษ์ อุ่นซ้อน (กลาง)

นายพิทักษ์ อุ่นซ้อน ผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิตกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า ภารกิจของสวนสัตว์ดุสิตในตอนนี้คือ เตรียมตัวในการเคลื่อนย้ายทุกชีวิตไปยังต่างจังหวัด โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นไป พร้อมระบุว่า ร้านค้าต่างๆ ภายในเขาดินจะยังอยู่ครบ จนถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้

สำหรับสถานที่แห่งใหม่ที่จะจัดสร้างเป็นสวนสัตว์นั้น เป็นพื้นที่พระราชทาน ขนาด 300 ไร่ ในย่านธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ซึ่งใหญ่กว่าพื้นที่เดิมของเขาดินที่มี 118 ไร่ถึง 3 เท่า ในจุดนี้ นายพิทักษ์ เผยว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงพระราชทานพื้นที่ใหม่ จากเดิมที่ทางองค์การสวนสัตว์ต้องมองหาพื้นที่ใหม่เอง และยังไม่มีความลงตัว เมื่อเป็นเช่นนี้ก็สามารถดำเนินการต่อได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

ปัจจุบัน สัตว์ในสวนสัตว์ดุสิตนั้นมีทั้งสิ้น 1,100 กว่าชีวิต 90 ชนิด และสัตว์ทุกชนิดจะยังอยู่ครบจนถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ทั้งหมด ส่วนการเคลื่อนย้ายนั้น นายพิทักษ์ระบุว่า สัตว์เช่น ยีราฟ ฮิปโป จะไปที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ส่วนละมั่งพันธุ์ไทย ซึ่งเป็นฝูงสุดท้ายในประเทศจะย้ายไปที่สวนสัตว์อุบลราชธานี, สำหรับหมี และเสือ จะกระจายไปตามสวนสัตว์ต่าง ๆ แต่หลัก ๆ คือสวนสัตว์เปิดเขาเขียว, ฟากของสัตว์เลื้อยคลานจะถูกย้ายไปสวนสัตว์นครราชสีมา เป็นต้น

สำหรับรายได้ในวันธรรมดาของสวนสัตว์ดุสิตอยู่ที่ 70,000 – 80,000 บาท แต่ถ้าเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์รายได้จะเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 – 300,000 บาท

ทั้งนี้ นายพิทักษ์ เผยว่า การย้ายไปพื้นที่แห่งใหม่จะเป็นประโยชน์มากต่อสัตว์ เพราะนอกจากพื้นที่จะกว้างขวางขึ้นแล้ว สัตว์ยังไม่ต้องเสี่ยงได้รับบาดเจ็บกับการประท้วง หรือเหตุการณ์ทางการเมืองที่มักเกิดขึ้นรอบ ๆ สวนสัตว์อีกด้วย

“ที่ผ่านมา เวลามีการชุมนุมทางการเมือง เราต้องพิจารณาเคลื่อนย้ายสัตว์บางชนิด เช่น ตัวกินมด เพราะหูของสัตว์ชนิดนี้บอบบางมาก เวลามีเสียงประทัด เสียงปืน เขาจะได้รับผลกระทบมาก หรือบางทีมีแก๊สน้ำตา สัตว์ก็ต้องโดนแก๊สน้ำตาไปด้วย”

ส่วนสีสันของเขาดินที่หลายคนมีความทรงจำ นอกเหนือจากการชมชีวิตสัตว์ เช่น เรือถีบ หรือรถพ่วงนั้น นายพิทักษ์ เผยว่าเป็นส่วนของเอกชนที่เข้ามาเอาท์ซอร์ส ดังนั้น เมื่อมีการคืนพื้นที่ ธุรกิจเหล่านี้ก็ต้องออกไป

สำหรับรูปแบบการเตรียมการขนย้ายนั้น นายพิทักษ์เผยว่ามีได้หลายรูปแบบ บ้างอาจเป็นการนำกรงเข้าไปวางในพื้นที่ให้สัตว์คุ้นเคย รวมถึงวางอาหารให้ในกรง จากนั้นเมื่อถึงวันที่ต้องขนย้ายก็เพียงรอให้สัตว์เดินเข้าไปกินอาหาร จากนั้นก็ปิดประตู โดยจะมีสัตวแพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิดสำหรับสัตว์ที่มีอาการเครียด

อย่างไรก็ดี ประชาชนหลายคนก็ยอมรับว่า มีความผูกพันกับสถานที่แห่งนี้มาตั้งแต่เด็ก เช่น นางกลอยใจ อัครวิเนค อดีตรองผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พัฒนาการ หนึ่งในประชาชนผู้เข้าเยี่ยมชมสวนสัตว์ดุสิตในวันนี้เผยว่า “เราเห็นที่นี่มาตั้งแต่อายุ 14 จนตอนนี้เกษียณอายุราชการแล้ว ต้องบอกว่าผูกพันกับที่นี่มาก เพราะเป็นสถานที่ที่อยู่ในทุกช่วงของชีวิต ตั้งแต่เราเข้ามาเรียนกรุงเทพฯ จนแต่งงานมีลูกก็พาลูกมา เสียดายมากที่สวนสัตว์จะย้ายไป”

 

หรือครอบครัวผู้เข้าเยี่ยมชมสวนสัตว์เขาดินอีกรายหนึ่ง เล่าว่า “เป็นความสุขเล็ก ๆ ของครอบครัวที่ได้เข้ามาสัมผัสชีวิตสัตว์ได้ใกล้ขนาดนี้ เวลาเข้ามาได้เลี้ยงมัน ได้ให้อาหารมัน ทุกคนมีความสุข และรู้สึกสงบ หรือพ่อแม่ก็สามารถบอกเล่าเรื่องราวในอดีตสมัยพ่อแม่ให้ลูก ๆ ฟังได้ว่าสวนสัตว์ดุสิตนั้นเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้เขาจะไปแล้ว นี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เราได้มาที่นี่ ก็เสียดายครับ”

ทั้งนี้ นอกจากเตรียมการดูแลประชาชนที่จะเข้ามามากขึ้นในเดือนสุดท้ายแล้ว สวนสัตว์ดุสิตยังมีการจัดกิจกรรมพิเศษ ร่วมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ระหว่างวันที่ 11 – 13 สิงหาคมนี้ โดยมีจุดเด่นคือ “นกแก๊ก” นกเงือกที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศไทย พร้อมสิทธิพิเศษให้ผู้ที่เกิดในเดือนสิงหาคมได้รับส่วนลด 50% ในการซื้อบัตรผ่านประตูด้วย

Add Friend Follow
Suwapit Laxanaphisuth