Business

‘โควิด -19’ พ่นพิษหนัก ‘เซ็นทรัล-บางกอกแอร์เวย์ส’ งัดมาตรการ ‘ลางานไม่รับค่าจ้าง’

“เซ็นทรัล-บางกอกแอร์เวย์ส” ประกาศเปิดให้ลูกจ้างใช้สิทธิ์ “ลางานโดยไม่รับค่าจ้าง” เริ่มต้น 1 เดือน หวังลดค่าใช้จ่าย หลังได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19

นายธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามประกาศแจ้งต่อพนักงานว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดอย่างต่อเนื่องของโรคไวรัสโคโรน่า ที่ส่งผลกระทบอย่างหนักกับธุรกิจทั่วโลกและประเทศไทย ส่งผลให้จำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการกับโรงแรมน้อยกว่าปกติดังนั้น บริษัทฯจึงขอความร่วมมือจากเพื่อนร่วมงานทุกท่าน สมัครใจใช้สิทธิ์การลาแบบไม่รับค่าจ้าง ตั้งแต่วันที่ 1-31 มี.ค.2563 เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ

สำหรับเงื่อนไขการสมัครฯ ได้แก่ 1.พนักงานที่จะใช้สิทธิ์จะต้องเป็นพนักงานประจำเท่านั้น 2.พนักงานที่ใช้สิทธิ์การลาแบบไม่รับค่าจ้างครั้งนี้จะยังคงได้รับสวัสดิการต่างๆตามปกติ ทั้งเซอร์วิสชาร์จ และโบนัสประจำปี 3.พนักงานสามารถขอลาแบบไม่ได้รับค่าจ้างได้ โดยไม่มีจำนวนวันขั้นต่ำในการใช้สิทธิ์ดังกล่าว

4.ในกรณีที่พนักงานที่ขอใช้สิทธิ์ลาแบบไม่รับค่าจ้างตั้งแต่ 5 วันขึ้นไป พนักงานจะได้รับส่วนลดพิเศษ 20% สำหรับการลาแบบไม่รับค่าจ้างนั้นๆ เช่น ขอลาแบบไม่รับค่าจ้าง 5 วัน แต่จะถูกหักค่าจ้างเพียงแค่ 4 วันเท่านั้น (5-20%=4) หรือ ขอลาแบบไม่รับค่าจ้าง 9 วัน ถูกหักค่าจ้างเพียง 7.2 วันเท่านั้น (9-20% =7.2)

5.การลาแบบไม่รับค่าจ้างจะไม่นับรวมวันหยุดประจำสัปดาห์และจะได้รับวันหยุดประจำสัปดาห์ตามปกติ 6.พนักงานที่ต้องการใช้สิทธิ์จะต้องได้รับการอนุมัติจากหัวหนแผนกโดยตรง หัวหน้าฝ่าย และฝ่ายทรัพยากรบุคคล 7. พนักงานที่ต้องการใช้สิทธิ์สามารถส่งเอกสารขอใช้วันลาได้ที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และใช้สิทธิ์ได้ถึงสิ้นเดือนมี.ค.2563 นี้ เท่านั้น 8.พนักงานสามารถขอใช้ Staff Rate ในการจองห้องพักโรงแรมต่างๆในเครือเซนทารา ควบคู่ไปกับการลาครั้งนี้ได้

ทั้งนี้ ผู้บริหารระดับสูงทุกคนที่สำนักงานใหญ่ ได้สมัครใจใช้สิทธิ์การลา จำนวน 5 วัน (4 วันไม่ได้รับค่าจ้าง)

ขณะเดียวกันสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ก็ออกประกาศมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อลดค่าใช้จ่ายเช่นกัน

นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันมีภาวะชะลอตัวลง ประกอบกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวและการบิน

บริษัทฯ จึงได้มีการทบทวนแผนธุรกิจและปรับกลยุทธ์ในการดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว รวมถึงการออกมาตรการปรับลดค่าใช้จ่ายด้านปฏิบัติการบินและค่าใช้จ่ายด้านบุคคลากร เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

โดยมาตรการปรับลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการบินและค่าใช้จ่ายด้านบุคคลากร บริษัทฯ มีแผนดำเนินการ ดังนี้ 1.ปรับลดความถี่ของเที่ยวบิน ตลอดจนพิจารณายกเลิกเส้นทางบินในบางเส้นทาง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการในการเดินทางของผู้โดยสาร ณ ปัจจุบัน

2.ปรับลดเงินเดือนของประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กรรมการ/รองผู้อำนวยการใหญ่สายงานบริหารกลาง และรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสสายงานการเงินและบัญชี ลง 50%

3.ยกเลิกการปรับขึ้นเงินเดือนประจำปี 2563 ของผู้บริหารสูงสุดของฝ่าย 4. ปรับลดสวัสดิการของผู้บริหารและพนักงาน 5.ให้นายสถานีและรองนายสถานี ที่ประจำอยู่ ณ สถานีต่างประเทศและสถานีอื่น ๆ ในประเทศ ทำการโยกย้ายกลับมาประจำการที่สถานีกรุงเทพฯ 6.ขอความร่วมมือจากผู้บริหารและพนักงาน ในการลางานโดยไม่รับค่าจ้าง (Leave without pay) จำนวน 10-30 วัน

อย่างไรก็ตาม นายพุฒิพงศ์ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อมาตรฐานความปลอดภัยในการบิน และการบริการแก่ผู้โดยสาร

Add Friend Follow
WANPEN PUTTANONT