Business

วิเคราะห์ ‘หุ้น MONO’ เรตติ้งดี ใช่ว่าจะกำไร

วันนี้อยากจะชวนคุยเรื่องของ “หุ้น MONO” บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) กันสักหน่อยครับ เพราะเป็นธุรกิจหนึ่งประเภทที่หลายคนให้ความสนใจกันมากทีเดียว 

ทุกคนน่าจะรู้จัก MONO กันดีในฐานะเจ้าของธุรกิจทีวีดิจิทัลช่อง MONO29 นอกจากนี้ ยังเป็นเจ้าของธุรกิจสื่ออีกหลายอย่าง เช่น สื่อออนไลน์ วิทยุ ธุรกิจภาพยนตร์ กีฬา เกม เพลง และนิตยสาร เป็นต้น

สัดส่วนรายของ MONO แบ่งเป็น

  1. รายได้จากการโฆษณา 75%
  2. รายได้จากสมัครรับข้อมูลข่าวสารและบันเทิง 11.8%
  3. รายได้จากธุรกิจภาพยนตร์ 3.4%
  4. รายได้จากธุรกิจกีฬา 1.7%
  5. รายได้จากธุรกิจเพลง 1.6%
  6. อื่นๆ 1.3%

ตั้งแต่ปี 2561 ที่ผ่านมา เรตติ้งของธุรกิจทีวีดิจิทัลช่อง MONO29 นั้นเติบโตค่อนข้างดีมาก สามารถแซงช่องใหญ่อื่นๆ เบียดขึ้นไปติดท็อป 3 ได้สำเร็จ เป็นรองแค่สองเจ้าใหญ่อย่างช่อง 7HD และช่อง 3HD เท่านั้น แถมบางช่วงยังแอบสอดแทรกขึ้นไปบนระดับท็อปได้จากคอนเทนต์ที่เจาะกลุ่มคนรักหนังโดยเฉพาะ 

เรตติ้งดี แต่ทำไมกำไรร่วง

เรื่องของเรื่อง คือ ตอนนี้ MONO เจอปัญหาแม้เรตติ้งสูง แต่ผลประกอบการกลับน่าห่วง โดยงบการเงินรอบ 9 เดือน 2562 บริษัทขาดทุน 384 ล้านบาท เป็นการขาดทุนเพิ่มขึ้นกว่า 300 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2561 

ตัวเลขนี้สร้างความผิดหวังให้กับตลาดพอสมควร แม้จะรู้ดีว่าช่วงนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ธุรกิจสื่อจะโกยกำไรแบบมหาศาล แต่ก็ไม่คิดจะผลงานจะออกมาติดลบขนาดนี้ 

ย้อนผลประกอบการ MONO ระหว่างปี 2558 – 2561

ปี 2558 รายได้ 1,925 ล้านบาท ขาดทุน 486 ล้านบาท 

ปี 2559 รายได้ 2,112 ล้านบาท ขาดทุน 249 ล้านบาท

ปี 2560 รายได้ 2,575 ล้านบาท กำไร 58 ล้านบาท 

ปี 2561 รายได้ 2,512 ล้านบาท ขาดทุน 193 ล้านบาท

สำหรับผลขาดทุนนี้ เป็นเพราะรายได้โดยรวมที่ลดลง ซึ่งมาจากรายได้สื่อโฆษณา ลดลง 7.8% และรายได้บริการ SMS ผ่านมือถือ ลดลง 27% ซึ่งบริษัทชี้แจงว่า เนื่องจากสื่อโฆษณามีการแข่งขันรุนแรง เป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการของบริษัทอยู่

ซื้อหุ้น MONO ตอนต้นปี ถึงสิ้นปีขาดทุน 32%

สะท้อนมาถึงราคาหุ้น และความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยราคาหุ้น MONO ในรอบปี 2561 ต้องว่าร่วงหนักมาก ! ซึ่งถ้านับตั้งแต่ต้นปีถึงปลายปี ติดลบไปแล้ว 32% แถมในช่วงเดือนธันวาคม ราคาหุ้นยังทำจุดต่ำสุด (New Low) ในรอบ 5 ปีอีกด้วย 

บล.ทิสโก้ วิเคราะห์ว่า MONO ขาดทุนสูง จากต้นทุนคอนเทนท์จำนวนมาก ถึงแม้บริษัทจะพยายามหาช่องทางรายได้ใหม่ๆ แต่ก็ยังไม่เพียงพอจะมาชดเชยกับธุรกิจสื่อโฆษณาที่มีการแข่งขันสูงเพื่อแย่งชิงเรตติ้ง ยังแนะนำ “ขาย”

เช่นเดียวกับ บล.หยวนต้า คงคำแนะนำ “ขาย” หุ้น MONO จากต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ และต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน หันไปบริโภคสื่อออนไลน์แทนทีวี ซึ่งเป็นลบต่อ core business ของบริษัทตรงๆ 

ก็ถือว่าเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจที่ performance ดี แต่ไม่สามารถแปลงสิ่งนั้นกลับมาเป็นกำไรได้ตามเรตติ้งที่ควรจะเป็น ซึ่งคงตรงกับคำพูดที่บอกกันว่า “การลงทุนกับธุรกิจที่ไม่โต จะคาดหวังผลตอบแทนก็คงยากจะคุ้มค่า”

หมายเหตุ : บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาส่งเสริมการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนควรศึกษาปัจจัยให้รอบด้านก่อนตัดสินใจลงทุน

Add Friend Follow
InveStory