Branding

‘TCMC’ ปิดดีลรับงานติดตั้งพรม 4 โปรเจคยักษ์

TCMC  ปิดดีลติดตั้งพรมแผ่น และพรมทอแอ็กซมินสเตอร์  4 สถานที่สำคัญทั้งภาครัฐและเอกชน  มูลค่ากว่า 65 ล้านบาท เริ่มทยอยส่งมอบงานไตรมาส 3 ปีนี้  ตอบโจทย์อนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ผลิตวัสดุรองพื้นพรมคาร์เปทไทล์ จากขวดพลาสติกรีไซเคิล มุ่งสู่การเติบโตยั่งยืน

ม.ล.วัลลีวรรณ วรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TCMC ผู้ประกอบธุรกิจในกลุ่มธุรกิจพรมและวัสดุปูพื้น กลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ และกลุ่มธุรกิจพรมและผ้าหุ้มบุในรถยนต์ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลังปี 2562 มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรก การดำเนินการต่างๆเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้

นอกจากธุรกิจพรม Royal Thai ที่สร้างชื่อเสียงในต่างประเทศ ยังมีพรม Carpet Tiles แบรนด์ Carpets Inter ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดบริษัทปิดดีลการติดตั้งพรม Carpet Tiles และ Axminster ใน 4 องค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน มีขนาดพื้นที่ติดตั้งรวม 89,700 ตารางเมตร รวมมูลค่ากว่า 65 ล้านบาท

ม.ล.วัลลีวรรณ วรวรรณ
ม.ล.วัลลีวรรณ วรวรรณ

“โครงการที่ TCMC ได้รับมา ล้วนเป็นงานที่สำคัญ เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่สำคัญ ยินดีที่ได้รับความไว้วางใจให้พรมของบริษัท เป็นประตูด่านแรกที่จะให้การต้อนรับผู้ที่มาเยือน ด้วยพรมชั้นเลิศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ และดีไซน์ รวมถึงความหลากหลาย จะเริ่มทยอยส่งมอบงานตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2562 ” ม.ล.วัลลีวรรณ กล่าว

ทั้งนี้งานที่ TCMC ได้งานออกแบบและติดตั้งพรม Tiles ลายสั่งทำพิเศษ ภายในพื้นที่อาคารรัฐสภาใหม่ทั้งอาคาร  ทั้งในส่วนห้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.), สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และห้องละหมาด บนพื้นที่รวม 14,000 ตารางเมตร โดยจะเริ่มติดตั้งตั้งแต่เดือนกันยายน-พฤศจิกายน 2562

นอกจากนี้ ยังได้งานออกแบบติดตั้งพรม Tiles ลวดลายพิเศษ ภายในพื้นที่อาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ ของสนามบินสุวรรณภูมิ บนพื้นที่ขนาด 52,000 ตารางเมตร จะเริ่มติดตั้งตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี2562 ถึงไตรมาส 1 ปี 2563 ยังมีในส่วนของงานออกแบบติดตั้งพรม สำหรับองค์กรชั้นนำของเอกชน คืองานออกแบบติดตั้งพรม Tile ลายสั่งทำพิเศษ ภายในสำนักงานใหญ่ของธนาคารไทยพาณิชย์ รวมถึงสำนักงานสาขา บนพื้นที่ขนาด 15,000 ตารางเมตร โดยจะเริ่มติดตั้งตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2562 ถึงไตรมาส 2 ปี 2563 และงานออกแบบติดตั้งพรมทอแอ็กซมินสเตอร์ ภายในพื้นที่โรงละคร และภัตตาคาร ภูเก็ตแฟนตาซี บนพื้นที่รวมขนาด 8,700 ตารางเมตร

สำหรับพรม Tiles ของบริษัทภายใต้แบรนด์ Carpets Inter เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นสำนักงานขนาดใหญ่ และองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยปี 2561 มียอดขายรวม 11.58 ล้านดอลลาร์ เติบโตสูงขึ้นกว่าปี 2560 ถึง10% เป็นยอดขายในประเทศ 35% และต่างประเทศ 65% ส่วนปี 2562 ประมาณการว่าจะเติบโตขึ้นกว่า 15% โดยการขยายตลาดเข้าสู่ประเทศอินเดียและออสเตรเลีย มีการทำสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายกับผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ของทั้งสองประเทศ

“ปัจจุบันองค์กรชั้นนำต่างๆ มีความตื่นตัวและให้ความสนใจ เรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น  ปีนี้บริษัทมีนโยบายส่งเสริมเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยมีการพัฒนาพรมแผ่นพร้อมวัสดุรองพื้นแบบ EcoSoft  ซึ่งผลิตมาจากขวดพลาสติกรีไซเคิล  มีคุณสมบัติพิเศษคือมีความยืดหยุ่นดี ดูดซับเสียงได้ดีกว่ายางรองแบบ PVC ในรุ่นเก่า มีความทนทานในการใช้งาน และยังช่วยประหยัดพลังงานจากการใช้เครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้า โดยจะเห็นได้จากออเดอร์ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง” ม.ล.วัลลีวรรณ กล่าว

นอกจากนี้  สามารถปิดดีลที่สำคัญของตลาดต่างประเทศ  อาทิ โครงการออกแบบติดตั้งพรมบนเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว จำนวน 11 ลำ ในประเทศสหรัฐอเมริกา โครงการเอกชนในประเทศต่างๆ อีกหลายแห่ง  ปัจจุบัน สัดส่วนการผลิตและจัดจำหน่ายพรมของ TCMC แบ่งสัดส่วนออกเป็นตลาดในประเทศไทย 35% และตลาดต่างประเทศ 65%

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2562 บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้รวมเติบโตที่ระดับ 7-10%  ในช่วงไตรมาส 1 ปี2562 บริษัทมีรายได้รวมแล้วที่ 2,121.41 ล้านบาท ขณะที่กิจกรรมการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2 ปี2562 เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนการบริหารองค์กรใหม่ส่งผลให้แต่ละกลุ่มธุรกิจเกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ชัดเจนขึ้น สามารถเน้นการให้บริการตรงตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 บริษัทยังมีการทยอยส่งมอบงานออกแบบและติดตั้งพรมในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมีคำสั่งจอง (back log) แล้วเกือบ 70% ของเป้าหมายทั้งปี อีกทั้งยังคาดการณ์ว่ายอดขายเฟอร์นิเจอร์ในประเทศอังกฤษ จะเติบโตตามเป้าหมายในช่วงครึ่งปีหลัง ถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของทั้งธุรกิจพรมและเฟอร์นิเจอร์  ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ประมาณ 50% ของรายได้รวม

“เพื่อให้บรรลุเป้าของเราที่ท้าทายและทำผลกำไรแก่ผู้ถือหุ้น  เรามีแผนจะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าในทุกกลุ่มธุรกิจ ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย มาเพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตให้มีคุณภาพและกำลังการผลิตที่สามารถแข่งขันได้  ในด้านการบริหารจัดการ  ได้ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารของธุรกิจแต่ละกลุ่ม ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างทันท่วงที  บริษัทยังมีการบริหารและจับตาดูค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันได้แข็งค่าที่สุดในรอบ 6 ปี  การแข็งค่าของค่าบาท ส่งผลกระทบทั้งในแง่บวกและแง่ลบต่อบริษัท  แต่ฝ่ายบริหารยังคงเชื่อมั่นในแนวทางการดำเนินงานและทีมงานที่พร้อมจะดำเนินการ ตามเป้าหมาย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าว

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight