Startup

นักลงทุนเผย ‘สตาร์ทอัพ’ พลาด ‘คิดเล็กเกินไป’ ทำธุรกิจถึงทางตัน

นักลงทุนเผย “สตาร์ทอัพ” มักพลาดที่ “คิดเล็กเกินไป” ทำธุรกิจถึงทางตัน พร้อมแนะต้องฟังเสียง “ผู้ใช้ตัวจริง” เสมอ แม้จะขัดกับความเชื่อเดิม

น.ส. ปารดา ทรัพย์ประเสริฐ ผู้อำนวยการ 500 Startups กล่าวในงาน “TDPK Take-Off…Let’s Talk to the VCs” ที่จัดโดยทรู ดิจิทัล พาร์คว่า ในฐานะที่เป็นกิจการร่วมลงทุน (Venture Capitals: VCs) ที่ร่วมลงทุนกับสตาร์ทอัพมาแล้วมากกว่า 60 รายพบว่า ระยะเวลาการก่อตั้งธุรกิจไม่ใช่ปัจจัยที่ VCs คัดเลือกสตาร์ทอัพในการลงทุน แต่เป็นความพร้อมของสตาร์ทอัพรายนั้นๆ มากกว่า

หมายถึงสตาร์ทอัพรายนั้นต้องมีผลิตภัณฑ์หรือบริการออกสู่ตลาด และเริ่มมีตัวเลขรายได้แสดงให้นักลงทุนเห็นแล้ว จากประสบการณ์สตาร์ทอัพที่สามารถเอาชนะใจบริษัทตัวเองได้ มีตั้งแต่สตาร์ทอัพที่เพิ่งเปิดตัวสินค้าได้เพียง 3 สัปดาห์ ไปจนถึงนานมากกว่า 2 ปี พร้อมกันนั้นสตาร์ทอัพต้องมีแผนการขยายธุรกิจที่ชัดเจนและเป็นไปได้

ส่วนใหญ่สตาร์ทอัพมักจะพลาดตรงที่ “คิดเล็กเกินไป” นั่นคือทำธุรกิจสำหรับตลาดที่มีขนาดเล็กเกินไป ทำให้เมื่อถึงจุดหนึ่งธุรกิจจะถึงทางตัน ซึ่งตรงกันข้ามกับสิ่งที่ VCs มองหา นั่นคือสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพที่จะสามารถขยายธุรกิจให้เติบโตได้หากได้รับเงินทุนและการสนับสนุนจาก VCs

“เราอยากได้ธุรกิจที่ยังคงเติบโตได้ดีในอีก 5 ปีข้างหน้า ฉะนั้นสตาร์ทอัพจะต้องทำให้เราเชื่อว่าเขามีตลาดที่ใหญ่พอ มีโอกาสทางธุรกิจที่ยาวพอ” น.ส. ปารดากล่าว

ในฝั่งของสตาร์ทอัพเอง ก่อนจะเข้าไปนำเสนอแผนธุรกิจ (Pitching) กับ VCs ก็ต้องทำการบ้านเกี่ยวกับ VCs ที่ต้องการได้มาร่วมลงทุนด้วย เพราะ VCs ส่วนใหญ่ไม่ได้ให้แค่เม็ดเงินลงทุนและคำแนะนำเกี่ยวกับการทำธุรกิจเท่านั้น แต่สามารถมีส่วนช่วยให้สตาร์ทอัพต่อยอดและเติบโตได้ด้วย

ถ้าเป็นไปได้ควรเลือก VCs ที่มีประสบการณ์ลงทุนในธุรกิจอุตสาหกรรมเดียวกันหรือเกี่ยวข้องกันมาก่อน หรือมีเครือข่ายที่พร้อมสนับสนุนธุรกิจของสตาร์ทอัพนั้นๆ เช่น VCs ที่อยู่ในเครือของบริษัทขนาดใหญ่ อาจสามารถแนะนำให้สตาร์ทอัพได้รู้จักและทำธุรกิจกับบริษัทในเครือเดียวกับ VCs ได้ เป็นต้น

หลังจากได้รับเงินสนับสนุนจาก VCs แล้ว การขยายธุรกิจให้เป็นไปตามแผนที่เสนอไว้ถือเป็นเรื่องสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านั้น โดยควรฟังเสียงลูกค้าที่ใช้จริงก่อนเสมอ หากผู้ใช้งานจริงมีข้อแนะนำหรือข้อติชมให้นำมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไข ซึ่งบางครั้งคำแนะนำเหล่านี้อาจแย้งกับความคิดของตัวสตาร์ทอัพเองหรือแม้กระทั่ง VCs

แต่เชื่อว่าการรับฟังจากผู้ใช้งานจริงและการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง คือเส้นทางสู่ความสำเร็จขั้นต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการได้รับเงินสนับสนุนจาก VCs ในจำนวนที่มากขึ้นในการระดมทุนครั้งต่อๆ ไป หรือความสำเร็จในแง่ของการเติบโตทางธุรกิจ

เมื่อพูดถึงเรื่องการแข่งขัน สตาร์ทอัพมักจะกังวลว่าจะถูกคู่แข่งลอกเลียนแบบแนวความคิด ซึ่ง น.ส.ปารดา ก็ได้ให้แง่คิดว่า “วิธีเดียวที่จะปกป้องไอเดียธุรกิจของคุณได้ คือการก้าวให้เร็วกว่า” พร้อมให้คำแนะนำแก่สตาร์ทอัพไทยกับหนทางสู่การเป็นยูนิคอร์น หรือธุรกิจที่มีมูลค่ากว่าพันล้านเหรียญสหรัฐ ว่า ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องสำคัญในฐานะเครื่องมือสื่อสาร ขณะเดียวกันก็ควรเรียนรู้จากต่างชาติในส่วนของ Know-How ไปพร้อมกับการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือกับสตาร์ทอัพอื่นๆ หรือองค์กรอื่นๆ ในระบบนิเวศสตาร์ทอัพด้วย

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่สตาร์ทอัพควรพิจารณาก่อนรับเงินสนับสนุนจาก VCs ได้แก่ลักษณะการสนับสนุนด้านเงินทุนเช่น เงินให้เปล่า, การเข้ามาถือหุ้น, การสนับสนุนอื่นๆ นอกเหนือจากเงินทุน เช่น โอกาสทางธุรกิจ การให้คำปรึกษา และสุดท้ายคือเงื่อนไขการสนับสนุน เช่น สัดส่วนการถือหุ้น อำนาจการบริหาร อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ

 

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE