Economics

สหภาพฯ เรียกประชุมพรุ่งนี้! ถกปม ‘กทพ.’ ขยายสัมปทานทางด่วน 30 ปี

“สหภาพฯ” เรียกประชุมพรุ่งนี้! ถกปม “การทางพิเศษฯ” ขยายสัมปทานทางด่วน 3 ฉบับ 30 ปี พร้อมขอความเห็นชอบเปลี่ยนตัวประธานสหภาพฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.00 น. พรุ่งนี้ (16 พ.ค.) จะมีการประชุมใหญ่วิสามัญสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (สร.กทพ.) ครั้งที่ 6/2562 โดยวาระสำคัญคือ การพิจารณาขอเปลี่ยนตัวผู้ดำรงตำแหน่งประธานสหภาพฯ จากนายชาญชัย โพธิ์ทองคำ

นอกจากนี้ ที่ประชุมจะพิจารณาแนวทางการดำเนินงานของสหภาพฯ ในเรื่องการขยายสัมปทานทางพิเศษ (ทางด่วน) จำนวน 3 ฉบับ ให้กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เป็นเวลา 30 ปี เพื่อยุติข้อพิพาทระหว่างกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ล่าสุดวันนี้ (15 พ.ค.) คณะกรรมการ (บอร์ด) การทางพิเศษฯ มีมติเห็นชอบผลการเจรจาขยายสัมปทานทางด่วน เพื่อแลกกับการยุติข้อพิพาทกับ BEM โดยสหภาพฯ ได้ยื่นหนังสือคัดค้านการพิจารณาดังกล่าวต่อบอร์ดในวันนี้ด้วย

สำหรับหนังสือคัดค้านดังกล่าวมีนายบัณฑิต พรึงลำภู เลขานุการสหภาพฯ เป็นผู้ลงนามและมีข้อความระบุว่า สหภาพฯ ขอคัดค้านการขยายระยะเวลาของสัมปทานและการดำเนินการที่ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้

  1. ขอคัดค้านการนำข้อมูลของสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ที่ปรึกษา) ที่ยังมิได้รับการตรวจสอบ หรือตรวจการจ้าง มาใช้เป็นแนวทางในการเจรจาขยายสัมปทาน
  2. คัดค้านผลการเจรจาตามที่คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางฯ จากการนำข้อมูลของที่ปรึกษา ที่ยังมิได้ตรวจสอบ หรือตรวจการจ้าง มาใช้เป็นแนวทางในการเจรจาขยายสัมปทาน
  3. คัดค้านการต่อระยะเวลาของสัญญาสัมปทานตามแนวทางการเจรจาที่ยังไม่มีความชัดเจนตามข้อห่วงใยดังกล่าวข้างต้น
  4. คัดค้านสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และการเร่งรีบพิจารณาตรวจสอบร่างสัญญาที่มีมูลค่าหลายแสนล้านบาท

ทั้งนี้ สหภาพฯ ขอให้พิจารณาดำเนินงานต่างๆ ให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย รอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ ตามที่ประธานบอร์ดได้แจ้งกับพนักงาน ลูกจ้าง ผู้บริหาร และประชาชน โดยเฉพาะประเด็นการลงบัญชี

ซึ่งในเบื้องต้นการต่อขยายระยะเวลาสัมปทานให้กับ BEM และบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด ออกไปอีกสัญญาละ 30 ปี ทำให้การทางพิเศษฯ ต้องแบ่งรายได้ให้กับเอกชนประมาณ 3 แสนล้านบาทและเอกชนเป็นเจ้าของทางด่วนรวมทั้งสิ้น 60 ปี และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาสัมปทานจะเหลืออายุของทางด่วนเพียง 15 ปี โดยการทางพิเศษฯ จะต้องทำลายและก่อสร้างทางด่วนใหม่ ซึ่งอาจจะไม่มีเงินลงทุน เพราะตลอดอายุของโครงการได้แบ่งรายได้ให้เอกชนมาโดยตลอด

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE