Startup

‘PLY AGV’ ฟอล์คลิฟท์ไร้คนขับสายพันธุ์ไทย ตอบโจทย์ขาดแรงงาน

“PLY AGV” ฟอล์คลิฟท์ไร้คนขับ  ฝีมือสตาร์ทอัพสายพันธ์ุไทย ตอบโจทย์แรงงานขาดแคลน และลดข้อผิดพลาดในไลน์การผลิต-คลังสินค้า 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ตอนนี้สตาร์ทอัพมีบทบาทต่อการขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างมาก จากการทำธุรกิจที่หลากหลาย มีความยึดหยุ่นสูง ปรับตัวเปลี่ยนแปลงได้ทันกับยุคสมัย รอดและเติบโตด้วยตัวเองได้ อีกภารกิจสำคัญของสตาร์ทอัพสัญชาติไทยในตอนนี้ ก็คือกระตุ้นผู้ประกอบการไทยให้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการ

บริษัท เจ็นเซิฟ จำกัด เป็นสตาร์ทอัพสายเทคโนโลยี ที่เข้ามาในธุรกิจวิจัย และพัฒนา 6 ปีก่อน เพื่อผลิตอุปกรณ์ที่ตอบสนองโจทย์ต่างๆ ของกลุ่มลูกค้า โดยเมื่อปี 2560-2561 เจ็นเซิฟได้วิจัย และพัฒนา “รถฟอร์คลิฟท์” อัตโนมัติไร้คนขับ ใช้ในการขนส่งสินค้าในคลัง ( Autonomous Forklift ) เป็นรถเอจีวี (Automated Guided Vehicle : AGV ) หรือรถขนส่งอัตโนมัติแบบไร้คนขับ โดยใช้เทคโนโลยีนำทาง

การพัฒนาของเจ็นเซิฟ ทำให้เป็นเอจีวีสมัยใหม่ ดัดแปลงจากรถฟอร์คลิฟท์ที่ใช้คนขับ นำทางด้วยระบบเลเซอร์ โดยไม่ต้องติดแถบแม่เหล็ก เชื่อมโยงกับระบบซอฟต์แวร์ในการจัดการคิวงานรถ ให้เลือกเส้นทางที่สั้นที่สุด โดยได้รับทุนวิจัยกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มีชื่อว่า “พลายเอจีวี “ ( PLY AGV )

น.ส.วรีมน ปุรผาติ กรรมการ บริษัท เจ็นเซิฟ จำกัด เล่าว่าสิ่งที่เราผลิตขึ้นมานั้น กำลังเป็นที่ต้องการสูงมากในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ที่แรงงานหายาก ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ต้องการการทำงานที่รวดเร็ว ทันเวลา แม่นยำ ลดข้อผิดพลาด และประหยัดค่าใช้จ่าย บริษัทจึงพัฒนาระบบขึ้นมา เป็นการบริหารจัดการขนส่งสินค้าภายในคลังสินค้า ไลน์การผลิต มีรถฟอร์คลิฟท์ไร้คนขับมาเป็นกลไกในการทำงาน พร้อมกับการวางระบบเชื่อมโยงข้อมูลการทำงานระหว่างคลังสินค้า และรถฟอร์คลิฟท์ แบบเรียลไทม์ ที่เรียกว่า Smart Warehouse

“ปัจจุบันระบบและหุ่นยนต์ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาสูงมาก ในประเทศไทยมีความพยายามพัฒนาระบบมานาน แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะการบริหารจัดการในไลน์ และคลังสินค้าเป็นเรื่องยาก ที่เราทำขึ้นมา ก็ต้องไปทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ และให้ความรู้กับตลาดค่อนข้างมาก เพื่อให้เข้าใจว่าหุ่นยนต์ของเราจะช่วยบริหารจัดการในคลังสินค้าได้อย่างไร ”

ตอนนี้ระบบและรถได้ถูกพัฒนาขึ้นมาแล้ว และกำลังถูกนำไปใช้งานกับลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาหลายสิบราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงในไลน์การผลิต และคลังสินค้า เพื่อลดข้อผิดพลาด ลดความเสียหายชำรุดกับสินค้า และต้องการการเคลื่อนย้ายที่รวดเร็วแม่นยำ ซึ่งเราได้พัฒนาหลากหลายรูปแบบเหมาะสมกับการใช้งาน

อาทิ รถฟอร์คลิฟท์สำหรับขนส่งสินค้าน้ำหนักมาก (AGV Counter Balance) สำหรับเคลื่อนย้ายสินค้าในระดับพื้น (AGV Pallet Mover) หรือที่สามารถยกของขึ้นชั้นได้ ( AGV Pallet Stacker ) และให้เหมาะสมกับไลน์การผลิต และคลังสินค้าทุกขนาด

สำหรับสนนราคาระบบ และรถ PLY AGV ราว 2-7 ล้านบาท รวมระบบบริหารคลังสินค้า สถานีชาร์จไฟฟ้า และรถฟอร์คลิฟท์ 1 ตัว รับประกัน 1 ปี ราคานี้ นางสาวรีมน บอกว่า แสนถูกหากเทียบกับต้องนำเข้าจากต่างประเทศ คืนทุนได้ภายใน 4-5 ปี

แต่จะคุ้มต่อเมื่อเป็นคลังสินค้าที่ต้องทำงาน 24 ชม. ซึ่งผู้ประกอบการก็ต้องการทำอย่างนั้นได้อยู่แล้ว เพราะเป็นหุ่นยนต์ไร้คนขับ เพียงแต่ต้องมีผู้ควบคุมระบบอัตโนมัติ ซึ่งอาจใช้เพียงคนเดียวก็ได้ ดังนั้นค่าใช้จ่ายลดแน่นอน ทั้งจากค่าแรงงาน และการลดข้อผิดพลาดต่างๆ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น

เธอประมาณการณ์ว่าปีนี้น่าจะทำยอดขายได้ราว 50 ล้านบาท และภายใน 5 ปีจะกวาดรายได้ 2,000 ล้านบาท ตอนนี้บริษัทยังพัฒนายานยนต์ไร้คนขับรูปแบบอื่นๆต่อ เพื่อใช้ในกิจการต่างเพิ่มเติม

น.ส.วรีมน บอกว่า กำลังพัฒนาต่อเนื่องไปถึงการออกแบบและผลิตเรือสำรวจไร้คนขับ ( USV ) เพราะบริษัทมีประสบการณ์ทำงานร่วมกับบริษัทใหญ่ๆมาแล้วในการนำเรือออกสำรวจทรัพยากรทางน้ำ น่าจะเปิดตัวได้เร็วๆ นี้ โดยขณะนี้บริษัทกำลังไล่จดสิทธิบัตรต่างๆ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจระยะยาว

Add Friend Follow
SARANYA THONGTHAB