Economics

ทอท.!! เลื่อนประมูล ‘ดิวตี้ฟรี 4 สนามบิน’ ไม่มีกำหนด

ทอท. ยอมถอย!! เลื่อนขายซองประมูล “ดิวตี้ฟรี – เชิงพาณิชย์” ในสนามบินไม่มีกำหนด รอฟังกระแสสังคมหลังเปิดแถลงข่าวชี้แจงวันนี้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (18 มี.ค.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้จัดงานแถลงข่าวเพื่อชี้แจงเรื่องการประมูลกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอาการ (Duty Free) ในสนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินภูเก็ต, สนามบินเชียงใหม่ และสนามบินหาดใหญ่ จำนวน 1 สัญญา และการบริหารโครงการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ภายในอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิอีก 1 สัญญา หลังสังคมเกิดข้อสงสัยว่า การประมูลมีลักษณะผู้ขาด และอาจจะไม่สอดคล้องกับกฎหมายร่วมทุนที่มีการประกาศใช้ใหม่นั้น

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ทอท. จะเลื่อนการจำหน่ายเอกสารการประมูล (TOR) ดิวตี้ฟรีในสนามบิน 4 แห่ง และทีโออาร์พื้นที่เชิงพาณิชย์ในสนามบินสุวรรณภูมิ ออกไปจากวันพรุ่งนี้ (19 มี.ค.) เนื่องจากสังคมยังมีคำถามและเกิดกระแสว่า ทอท. เดินหน้าเปิดประมูลโดยที่ไม่ฟังสังคม

ทั้งนี้ ทอท. จะขอชี้แจงเรื่องทั้งหมดในวันนี้ก่อน จากนั้น ทอท. จะรอฟังเหตุผลจากผู้ที่ไม่เห็นด้วยมาหักล้าง ถ้าผู้โต้แย้งมีเหตุผลใหม่ๆ ที่รับฟังได้ ทอท. ก็คงต้องเดินหน้าชี้แจงต่อไป แต่ถ้าหากสังคมเข้าใจมากขึ้นหรือผู้โต้แย้งไม่ยังไม่มีเหตุผลใหม่ๆ ก็คงจะเดินหน้าเปิดประมูลต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทอท. ยังคงตั้งเป้าหมายจะเปิดประมูลและได้ตัวผู้ชนะ ในเดือนกันยายน 2562 เพื่อให้เอกชนมีเวลา 1 ปีในการลงทุนและเปิดให้บริการได้ในเดือนกันยายน 2563

“สุดท้ายถ้ายังมีข้อกังขา ก็ต้องขออนุญาตเลื่อนการขายซองออกไปก่อน เอาให้สะเด็ดน้ำ” นายนิตินัย กล่าว

นายนิตินัย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เบื้องต้น ทอท. ตั้งเป้าจะเลื่อนการจำหน่ายทีโออาร์ออกไปประมาณ 2 สัปดาห์ หากไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เพิ่มเติมก็จะประกาศวันจำหน่ายทีโออาร์และกรอบเวลาประมูลใหม่ต่อไป

นอกจากนี้ นายนิตินัย ชี้แจงประเด็นข้อสงสัยของสังคมว่า ในการจัดทำทีโออาร์ของทั้ง 2 โครงการ ทอท. ได้พิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน รับฟังความคิดเห็นจากหลายองค์กรมาประมวลผล รวมทั้งศึกษาถึงบริบทโดยรวมรอบด้าน ได้ผลสรุปดังนี้

1. การเปิดเสรีเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากร (Duty Free Pick-up Counter) เป็นการยุติการผูกขาดธุรกิจดิวตี้ฟรี โดยสามารถเห็นตัวอย่างได้จากการเปิดเสรีพิคอัพเคาน์เตอร์ที่สนามบินภูเก็ตทำให้มีผู้ยื่นความจำนงประกอบกิจการดิวตี้ฟรีในเมืองนับสิบราย

ทอท. คาดว่าหลังจากมีการเปิดเสรีพิคอัพเคาน์เตอร์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันในธุรกิจดิวตี้ฟรีที่สำคัญของกรุงเทพฯ และประเทศไทย

2. รูปแบบของการให้สิทธิประกอบกิจการดิวตี้ฟรี และกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ที่เหมาะสมที่สุดและเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่ายในระยะยาว คือ การให้สิทธิสัมปทานเพียงรายเดียว (Master concessionaire) การแยกประมูลตามหมวดสินค้า (Category consessions) จะไม่ส่งผลดีต่อองค์กรและประเทศชาติโดยรวม

เนื่องจากธุรกิจดิวตี้ฟรีไม่เหมือนการค้าปลีก โดยเฉพาะเรื่องสถานที่ ห้างสรรพสินค้ามีประตูอยู่ที่เดิมตลอดไป แต่สนามบินมีประตูเทียบเครื่องบินระยะประชิด (contact gate) ที่เปรียบเสมือนประตู และแต่ละคอนแทคเกตสามารถรองรับเครื่องบินได้ในแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกัน

ดังนั้น การไหลเวียนของผู้โดยสาร (Passenger flow) ในสนามบิน จึงแตกต่างจากห้างสรรพสินค้า โดยขึ้นอยู่กับประเภทเครื่องบินที่สายการบินนำมาให้บริการ ดังนั้น จึงมีความสุ่มเสี่ยงที่หากมีการแยกสัญญาแล้วจะทำให้ผู้ประกอบการบางรายมีปัญหาเมื่อปริมาณและการไหลเวียนของผู้โดยสารมีการเปลี่ยนแปลงไป

นอกจากนี้ ยังจะทำให้ภายในสนามบินเดียวกัน มีความแตกต่างให้เห็นทั้งในด้านโครงการส่งเสริมการขาย และมาตรฐานการให้บริการ ซึ่งจะสร้างการเปรียบเทียบและความสับสนให้กับผู้โดยสาร อีกทั้งยังนำมาซึ่งการผูกขาดในรายสินค้านั้นๆและไม่ได้เป็นการส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด แต่จะแสดงถึงความไม่มีมาตรฐานของสนามบินของประเทศอีกด้วย

3. การให้สิทธิประกอบกิจการดิวตี้ฟรีทั้ง 4 สนามบิน ซึ่งประกอบด้วยสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินเชียงใหม่ สนามบินภูเก็ต และสนามบินหาดใหญ่ รวมอยู่ในสัญญาเดียว เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน สนามบินที่มียอดขายน้อย เช่น สนามบินเชียงใหม่ และสนามบินหาดใหญ่ ประสบปัญหาการขาดทุน แต่สามารถยังดำเนินกิจการอยู่ได้ เนื่องจากมีการถัวกำไรจากสนามบินใหญ่ คือ สนามบินสุวรรณภูมิ

นอกจากนั้น การเปิดเสรีพิคอัพเคาน์เตอร์ ณ สนามบินภูเก็ต ได้เริ่มประสบปัญหาการขาดทุนจากการแข่งขันของร้านค้าปลอดอากรในเมือง (Downtown Duty Free) แสดงให้เห็นว่าความแข็งแรงและศักยภาพของผู้ประกอบการจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งจากผลการศึกษาของ Prime Street บริษัทที่ปรึกษาชี้ชัดว่า การรวมสัญญาดิวตี้ฟรีทั้ง 4 สนามบิน จะทำให้ผู้ชนะการประมูลมีอำนาจต่อรองกับผู้แทนจำหน่าย (Supplier) ของสินค้า (Brand Name) ชั้นนำได้มาก

ดิวตี้ฟรีเป็นธุรกิจที่ต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการอื่นในระดับโลก การจะทำให้สนามบินภูมิภาคมีการจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมเหมือนสนามบินใหญ่ ทอท.จำเป็นต้องคัดเลือกให้ได้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพมากที่สุดเพื่อให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้ หากสนามบินของไทยไม่สามารถแข่งขันได้ จะส่งผลเสียต่อประเทศชาติโดยรวมต่อไป

“ทอท.ได้ดำเนินการจัดทำข้อกำหนดและรายละเอียดของทั้ง 2 โครงการตามขั้นตอนอย่างถูกต้องในทุกกระบวนการ โดยคำนึงประโยชน์สูงสุดของ ทอท.และประเทศที่จะได้รับเป็นสำคัญ รวมถึงการที่จะดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2562 ที่กำหนดให้มีคนนอกร่วมอยู่ในกระบวนการด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบและชี้แจงต่อสาธารณชนได้” นายนิตินัย กล่าว

Add Friend Follow
NOPPHAWHAN TECHASANEE