Startup

‘สมาร์ท สตาร์ทอัพ’เวทีปั้น‘นักรบพันธุ์ใหม่’

ในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญกับแวดวงธุรกิจมากขึ้น ผู้ประกอบธุรกิจโดยเฉพาะ “สตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี” ต้องศึกษาทำความเข้าใจ และปรับตัวรองรับความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด

“นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์” จึงเปรียบเสมือนอาวุธสำคัญในการสร้างความแตกต่าง ให้ธุรกิจมีความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง!!

สมาร์ท สตาร์ทอัพ
สกนธ์ วรัญญูวัฒนา

สร้างเวที“สมาร์ท สตาร์ทอัพ”

สกนธ์ วรัญญูวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และสตาร์ทอัพ มีความเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง

นโยบายปีนี้จะเน้นการทำงานเชิงรุก โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะมุ่งพัฒนาให้ผู้ประกอบการ กลุ่มเครือข่ายนักธุรกิจรุ่นใหม่ เช่น YEC, MOC Biz Club, Young FTI  ให้มีความพร้อมในการทำธุรกิจเชิงรุกมากขึ้น ด้วยการกระตุ้นและเสริมสร้างแนวคิดให้เอสเอ็มอี นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ ขยายโอกาสทางธุรกิจ ต่อยอดให้ธุรกิจอยู่รอดในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

รวมถึงปรับเปลี่ยนให้ธุรกิจเป็น New Business Model ที่จะสร้างความได้เปรียบในทุกด้านแก่ธุรกิจ เริ่มด้วยการจัดกิจกรรม “Smart Startup 2018” หนึ่งในแผนการพัฒนาเพิ่มโอกาสธุรกิจเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ

นำร่องครั้งที่ 1 จังหวัดภูเก็ต วันที่ 8-10 มิถุนายน 2561 ครั้งที่ 2 จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 13-15 กรกฎาคม 2561 และครั้งที่ 3 จังหวัดนครราชสีมา วันที่ 24-26 สิงหาคม 2561

ภายในงานแบ่งกิจกรรมเป็น 2 ส่วน คือ 1.โซนนิทรรศการ และ2” การนำเสนอธุรกิจ ซึ่งเป็นการนำเสนอบริการของธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาในการดำเนินธุรกิจในทุกๆ ด้าน เช่น ด้านการบริหารจัดการ การตลาด การเงินการบัญชี การซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์ การขนส่งและจัดเก็บสินค้าตามประเภทธุรกิจ (สินค้าไลฟ์สไตล์ ท่องเที่ยวและโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ การศึกษา อาหารและการเกษตร บริการด้านสุขภาพ) โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเอสเอ็มอี ได้โดยตรง

สมาร์ท สตาร์ทอัพ

สร้างนักรบเศรษฐกิจพันธุ์ใหม่

วันนี้การทำธุรกิจรูปแบบใหม่ (New Business Model) มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ  สกนธ์  กล่าวว่าการจัดกิจกรรม “สมาร์ท สตาร์ทอัพ” จึงเป็นจุดเริ่มต้น(คิกออฟ) บทบาทกระทรวงพาณิชย์ ผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่สอดคล้องกับนโยบายประเทศ หรือ “ไทยแลนด์ 4.0”

ภายใต้นโยบายดังกล่าวที่เป็นความพยายามของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจให้มีความก้าวหน้าและทันสมัย โดยอาศัยนวัตกรรมและเทคโนโลยี และสิ่งสำคัญ คือ จุดแข็งของคนไทย  ด้านความคิดสร้างสรรค์ ที่มีอยู่ทั่วประเทศเป็นจุดเน้นการเชื่อมโยงระหว่าง “นวัตกรรม วัฒนธรรม และเทคโนโลยี”  เพื่อเกิดความเข้มแข็งในการทำธุรกิจสมัยใหม่ของประเทศไทย

พร้อมร่วมมือเสริมสร้างความเข้มแข็งของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  ให้เข้าใจและมีความรู้ความสามารถในการพัฒนาและนำเทคโนโลยีมาใช้ทำธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ

งานสมาร์ท สตาร์ทอัพ 2018 ที่จัดเป็นครั้งที่ 2 เพื่อมุ่งเน้นสร้างการเรียนรู้การดำเนินธุรกิจของคนรุ่นใหม่ ในการนำนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ มาพัฒนาธุรกิจ เพื่อผลักดันเอสเอ็มอี  ไปสู่ Smart Enterprises  เพื่อสร้าง “นักรบเศรษฐกิจพันธุ์ใหม่” ของประเทศไทย

“เราเห็นความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในระดับสากล แต่มองว่าความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยไม่ด้อยไปกว่าต่างชาติ  จากการเรียนรู้ และนำเทคโนโลยี มาใช้เสริมสร้างมูลค่าเพิ่มการดำเนินธุรกิจ”

ปั้นธุรกิจสตาร์ทอัพเพิ่ม “เท่าตัว”

ธุรกิจสตาร์ทอัพ หมายถึงผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่มีความคิดสร้างสรรค์ด้านธุรกิจบริการ การผลิต ทำให้มีการนำ “ปัญหาและจุดอ่อน” ของการดำเนินธุรกิจแบบเดิมมาคิดค้นและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่แก้ไขปัญหาและสร้างประโยชน์ร่วมกัน ทั้ง “ผู้ผลิต ผู้ให้บริการ และลูกค้า” ได้อย่างตรงเป้าหมาย

ดังนั้นธุรกิจสตาร์ทอัพ  จึงเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการกับลูกค้าได้โดยตรง เพื่อสร้างสรรค์ธุรกิจและขยายตลาดใหม่ๆ  ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด  ธุรกิจสตาร์ทอัพจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาธุรกิจสมัยใหม่

ช่วงที่ผ่านมาธุรกิจสตาร์ทอัพเติบโตอย่างก้าวกระโดด  จากการสำรวจของ Global Entrepreneurship Monitor  พบว่าคนไทย 74% เห็นว่าการเริ่มต้นธุรกิจสมัยใหม่หรือธุรกิจส่วนตัว เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

จากการสำรวจข้อมูลของ Techsauce  พบว่าปี 2560  ประเทศไทยพัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่สามารถระดมเงินทุนได้ถึง 86.2 ล้านดอลลาร์  เติบโต 1.5 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2559  จึงเห็นเทรนด์และแนวโน้มการพัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เท่ากับว่าโอกาสพัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพของประเทศไทยยังมีอีกมาก

ดังนั้นงาน “สมาร์ท สตาร์ทอัพ” ที่จัดขึ้นใน 3 ภาค จึงเป็นเวทีสำคัญในการร่วมกันพัฒนาสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี เพื่อเรียนรู้และพัฒนาธุรกิจร่วมกัน การค้นหาธุรกิจที่ต้องการพัฒนา พัฒนาธุรกิจสร้างโมเดลใหม่ เปิดโอกาสให้กับทุกคน เพื่อก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

“เวทีสมาร์ท สตาร์ทอัพ เป็นการดึงกลุ่มที่มีความรู้อยู่แล้วมาพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอีไปพร้อมกัน ด้วยเป้าหมายเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และค้นหาผู้ประกอบการใหม่ เพื่อสร้างเศรษฐกิจไทยเข็มแข็งและแข่งขันในภาวะท้าทาย ส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพเติบโต”

ปัจจุบันมีธุรกิจสตาร์ทอัพ ประมาณ 1,000 ราย ภายใต้นโยบายการส่งเสริมจากภาครัฐผ่านโครงการต่างๆ ต้องการเพิ่มจำนวนสตาร์ทอัพให้ได้ “เท่าตัว” ในระยะเวลาอันใกล้  ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพพัฒนาสตาร์ทอัพได้หลากหลาย

สมาร์ท สตาร์ทอัพ

ลุย 3 จังหวัดค้นหาดาวเด่น

ประเทศไทย ได้ชื่อว่ามีของดี ทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น  จากความหลากหลายของแต่ชุมชน จนเกิดเป็นระบบเศรษฐกิจขนาดเล็กที่เข้มแข็ง ที่เรียกว่า “เศรษฐกิจฐานราก”

การพัฒนา “สตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี” จากนี้คือภารกิจต่อยอด ด้วยความคิดสร้างสรรค์  เพื่อพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชนให้ดีขึ้น เป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจประเทศไทย ผ่านโครงการ “สมาร์ท สตาร์ทอัพ”  ที่เป็นการนำเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค มาเป็นรากฐานต่อยอดพัฒนาธุรกิจในพื้นที่ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและรักษาคุณค่าของวิถีชีวิตในแต่ละท้องถิ่น  ที่จะเริ่มจากการเรียนรู้และเฟ้นหาสตาร์ทอัพ มาเสริมศักยภาพธุรกิจรอบด้าน  ทั้ง โลจิสติกส์ warehouse& fulfillment มาร์เก็ตติ้ง  อีคอมเมิร์ซ

โดย  3 พื้นที่แรกที่เป็น “เรือธง” คือ ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ดินแดนวัฒนธรรมล้านนา พัฒนาให้เป็นพื้นที่ Creative Culture  เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา  มุ่งพัฒนา “เมืองอัจฉริยะ”  รูปแบบสมาร์ทซิตี้ ของภาครัฐ  พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ด้วยนวัตกรรมอินโนเวทีฟ “โมเดิร์น ไลฟ์สไตล์” เป็นศูนย์กลางทางการค้า  การทำธุรกิจด้วยเทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์

ภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต เมืองท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงระดับโลก  ด้านแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่งดงาม ความโดดเด่นด้านการท่องเที่ยวและการบริการที่สะดวก จึงมุ่งพัฒนาเป็น “ดิจิทัล ไลฟ์” ครบวงจร

โดยทั้ง 3 แห่ง  เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและเอกลักษณ์ ด้านการแข่งขัน ที่จะเป็นพื้นฐานสำคัญ นำพาธุรกิจไทยต่อยอดด้วย “ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และ เทคโนโลยี” เพื่อพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน พร้อมส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจสตาร์ทอัพและพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอี สู่การเป็น Smart Enterprises

แนวทางการพัฒนาศักยภาพการประกอบธุรกิจ เอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ ด้วยการแก้ไขปัญหาและเพิ่มศักยภาพ  (From Pain to Gain)  เพื่อต่อยอดพัฒนาธุรกิจ  ด้านองค์ความรู้ใหม่ รวมทั้งนวัตกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยความคิดสร้างสรรค์ การนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต

Add Friend Follow
RATTIYA Angkulanon