Business

เช็คด่วน!! โบรกฯแนะซื้อหุ้นปันผลดักผลตอนแทนสุดปัง

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมของทุกปี น่าจะเป็นช่วงที่ดีที่สุด สำหรับการทยอยเข้าซื้อหุ้นที่คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลช่วงครึ่งปีหลังของปี 2561 เพราะผลตอบแทนที่จะได้รับมีโอกาสได้ทั้ง 2 ทาง คือ รูปแบบผลตอบแทนจากเงินปันผล และส่วนต่างของราคาหุ้น แต่ผู้ลงทุนต้องเลือกซื้อหรือขายให้ถูกจังหวะด้วย

อย่างไรก็ตาม จากสำรวจความคิดเห็นของโบรกเกอร์จะพบว่า ในเดือนกุมภาพันธ์จะมีคำแนะนำให้ซื้อหุ้นปันผลเพื่อดักผลตอบแทนที่ดี ซึ่งจะการคัดเลือกหุ้นที่คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงมาให้ทยอยซื้อเข้าพอร์ตลงทุนกันได้แล้ว

โดย บล.ทิสโก้ ได้คาดการณ์หุ้นที่จ่ายเงินปันผลระดับที่ดี  ซึ่งประเมินว่าจะให้อัตราผลตอบแทนไม่น้อยกว่า 6% ประกอบด้วย AP, ASEFA, ASK, KGI, MFC, MSC, NNCL, ORI, SC, SCP, SIS, TIP, TKS, VNT

ส่วนหุ้นที่คาดว่าจะมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับ 3-6% ได้แก่  AH, ANAN, AUCT, COM7, CTW, DELTA, GL HANA, IHL, KIAT, LH, LIT, LPN, MOONG, NYT, PTTGC, QH, SAT, SMIT, SNC, TWPC, UTP, WHAUP

สอดคล้องกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่แนะนำให้เข้าลงทุน หุ้นที่จ่ายเงินปันผลเด่นในรอบนี้ เช่น AP ,LPN ,PSH , KKP หรือหุ้นใหญ่ที่ปันผลเด่นได้แก่  PTT และ LH เป็นต้น

ขณะที่ บล.บัวหลวง ยังระบุว่า ฝ่ายวิจัยได้แนะนำให้ซื้อหุ้นแบงก์ใหญ่ได้แก่ BBL, TISCO, KKP, SCB, KBANK เพื่อซื้อดักการประกาศจ่ายเงินปันผล ภายหลังจากรายงานผลประกอบการมาแล้ว ซึ่งหุ้นกลุ่มแบงก์ ช่วงครึ่งหลังเดือนกุมภาพันธ์จะเป็นช่วงที่คณะกรรมการแบงก์จัดประชุมเพื่ออนุมัติงบการเงินรายปี และ การประกาศจ่ายเงินปันผล  โดยคาดการประกาศปันผลรอบนี้ จะหนุนราคาหุ้นให้ขึ้นได้ดีกว่าปีที่แล้ว ซึ่งปีที่แล้วมีปัจจัยลบ ทั้งเรื่องการตั้งสำรองเพิ่มตามมาตรฐานบัญชีใหม่, การยกเว้นค่าธรรมเนียมธุรกรรม อิเล็กทรอนิกส์ แต่ปีนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าวแล้ว

บล.ทรีนีตี้ เชื่อว่า ในสภาวะที่ Valuation ของตลาดหุ้นไทยปรับตัวผันผวน ทำให้ประเมินว่าหากจะต้องเข้าลงทุน ณ วันนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องโฟกัสไปยังกลุ่มหุ้นปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงมั่นใจว่ากลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ปันผลสูงในดัชนี SETHD จะตอบโจทย์ดังกล่าวได้

ทั้งนี้ หากคัดเลือกเฉพาะหุ้นในดัชนีที่ราคายังคงปรับตัวขึ้น Laggard ตลาดนับตั้งแต่ต้นปี และมี Valuation ที่อยู่ในระดับต่ำ ราคาเทียบมูลค่าพื้นฐานล่วงหน้า (Forward PBV ) ต่ำกว่า 1.2 เท่าและราคาเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้นล่วงหน้า( Forward PE) ต่ำกว่า 12 เท่า จะพบว่าได้แก่ PTTGC, SCB, KTB, BCP, BBL

ส่วนกลุ่มหุ้นอื่นที่มองว่าสามารถถือลงทุนระยะยาวแม้จะมีกำไรจากส่วนต่างแล้ว( Let profit run) ได้ก็คือ กลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งฝ่ายวิจัยประเมินว่าสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น ได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว ได้แก่ AOT, AAV, ERW, SPA, BEAUTY, DDD, TKN

จากการสำรวจข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะเห็น บริษัทขนาดใหญ่ที่รายงานผลประกอบการงวดปี 2561และได้ประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงขึ้นกว่าเดิม ประกอบด้วย บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC แจ้งมติคณะกรรมการบริษัท อนุมัติการจ่ายเงินปันผล งวดดำเนินงานวันที่ 1 มกราคม 2561 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ในอัตราหุ้นละ 9.50 บาท วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 3 เมษายน 2562 และวันที่จ่ายปันผล 19 เมษายน 2562

ส่วน บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP จ่ายปันผลเป็นเงินสด อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด 3.25 บาทต่อหุ้น วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผลวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 12 กุมภาพันธ์ 2562 วันที่จ่ายปันผล 11 เมษายน 2562

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์กล่าวว่า การที่หุ้น PTTEP และหุ้น SCC รายงานกำไรหลักดีกว่าคาด และที่สำคัญประกาศจ่ายเงินปันผลสูงกว่าคาดทั้งคู่ โดยหุ้น PTTEP จ่ายหุ้นละ 3.25 บาทต่อหุ้น สูงกว่าที่ตลาดคาดกันที่ 2.25 บาทต่อหุ้น ขณะที่หุ้น SCC จ่ายหุ้นละ 9.5 บาทต่อหุ้น แต่ตลาดคาด 7.5 บาทต่อหุ้น การจ่ายเงินปันผลได้สูงขึ้นกว่าที่คาดการณ์ถือว่าเป็นสัญญาณบอกล่วงหน้าถึงแนวโน้มกำไรกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีน่าจะมีแนวโน้มที่ดีกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์กันไว้ด้วย

อย่างไรก็ตามตั้งแต่ต้นปี 2562 ดัชนีโดยรวมของหุ้นปันผลหรือ SETHD  ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 65 จุด โดยดัชนีเปิดที่ระดับ 1,175.74 จุด โดยสูงสุดที่ 1,241.31 จุด

Add Friend Follow
The Bangkok Insight Editorial Team