COVID-19

‘ไบโอเอนเทค’ ชี้ ต้องปรับสูตร ‘วัคซีนโควิด-19’ เพื่อต้าน ‘โอไมครอน’

ซีอีโอไบโอเอนเทค ชี้ จำเป็นต้องพัฒนาสูตร “วัคซีนโควิด-19” ที่มีใช้กันอยู่ในขณะนี้ เพื่อรับมือกับการระบาดของ “โอไมครอน” ที่ระบาดง่ายขึ้นกว่าเดิม แม้กระทั่งในกลุ่มผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว 

สำนักขาวซินหัว รายงานว่า นายอูกูร์ ซาฮิน ซีอีโอ ไบโอเอนเทค บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ ของเยอรมนี กล่าวถึงไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ สายพันธุ์โอไมครอนว่า จะต้องมีการปรับสูตรวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เนื่องจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอน สามารถติดต่อกันได้ง่ายขึ้น แม้กระทั่งในผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว

get 22 2

นายซาฮิน ระบุว่า เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน เป็น “สายพันธุ์หลบหนี” (escape variant) ซึ่งหมายความว่า สายพันธุ์ดังกล่าว อาจทำให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว ติดเชื้อได้ อย่างไรก็ดี เขาเชื่อว่า ผู้ที่ติดเชื้อโอไมครอนหลังฉีดวัคซีน จะยังคงได้รับการป้องกัน จากการเกิดอาการป่วยรุนแรงของโรคโควิด-19

การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอน 32 ตำแหน่งจากทั้งหมด 50 ตำแหน่งที่พบในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อโปรตีนหนาม ซึ่งเชื้อไวรัสใช้เพื่อเข้าและเพิ่มจำนวนในเซลล์ของมนุษย์ โดยวัคซีนส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่กลไกนี้ และบรรดานักวิจัยเชื่อว่า ระบบภูมิคุ้มกันอาจไม่สามารถจำแนกโปรตีนดังกล่าวได้อย่างพอเพียงอีกต่อไป เนื่องด้วยมีจำนวนการกลายพันธุ์สูง

นายซาฮิน เปิดเผยว่า ไบโอเอนเทคน่าจะปรับสูตรวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทได้ค่อนข้างเร็ว พร้อมเสริมว่า เขาไม่ได้คาดคิดว่า เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ที่มีการกลายพันธุ์สูงอย่างโอไมครอน จะปรากฏขึ้นจนกว่าจะถึงช่วงปีหน้า

ทั้งนี้ ไบโอเอนเทค เริ่มพัฒนาวัคซีนตัวใหม่ที่มีการปรับสูตรตามเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนแล้ว แต่วัคซีนตัวใหม่นี้ ยังไม่สามารถป้องกันการระบาดระลอกแรกของเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนได้ เนื่องจากขั้นตอนการพัฒนาสู่การฉีดจริงจะใช้เวลาราว 100 วัน

เมื่อนับถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ไบโอเอนเทค และไฟเซอร์ ซึ่งพัฒนาวัคซีนร่วมกันนั้น ได้จัดสรรวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ปริมาณมากกว่า 2,000 ล้านโดสให้กับประเทศ และภูมิภาคต่าง ๆ กว่า 150 แห่งทั่วโลกแล้ว โดยทั้งสองบริษัทคาดการณ์ว่า กำลังการผลิตวัคซีนจะสูงแตะ 4,000 ล้านโดสในปี 2565

อ่านข่าวเพิ่มเติม