COVID-19

‘อิสราเอล’ สั่งปิดประเทศ ไม่รับทุกชาติ หลังเจอคนติด ‘โอไมครอน’

รัฐบาลอิสราเอลมีมติห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์ล่าสุดอย่าง บี.1.1.529 (B.1.1.529) หรือ “โอไมครอน” (Omicron)

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า คำสั่งข้างต้นมีผลบังคับใช้นาน 14 วัน โดยถูกประกาศ หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ซึ่งหารือถึงการ กลับมาบังคับใช้ข้อจำกัดป้องกันและควบคุมโรคระบาดใหญ่ รวมถึงจะมีการใช้เทคโนโลยีติดตามโทรศัพท์อีกครั้งเพื่อติดตามผู้ที่จำเป็นต้องกักตัว

ปัจจุบัน อิสราเอลรายงานการตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์โอไมครอน จำนวน 1 ราย ซึ่งสายพันธุ์นี้ พบครั้งแรกในแถบแอฟริกา

get 27 9

อิสราเอลกำหนดให้ 50 ประเทศในแอฟริกาเป็น พื้นที่สีแดง โดยห้ามชาวอิสราเอลเดินทางไปยังประเทศเหล่านี้ ขณะชาวอิสราเอลที่เดินทางมาจากภูมิภาคแอฟริกาต้องกักตัว โดยชาวอิสราเอลทุกคนที่เดินทางมาจากแอฟริกา ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาต้องเข้าตรวจหาโรคโควิด-19 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ตามมาตรการเฝ้าระวัง

เมื่อวันเสาร์ (27 พ.ย.) กองทัพอิสราเอลประกาศแผนการแจกจ่ายชุดทดสอบโรคโควิด-19 ที่บ้านหลายร้อยชุด ให้ผู้เดินทางกลับจากประเทศในแอฟริกา และจะเปิดโรงแรมกักตัวอีกครั้ง

ทางด้านนาฟตาลี เบนเน็ตต์ นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีแต่ความไม่แน่นอน แต่เป้าหมายคือการเปิดประเทศด้วยเศรษฐกิจ ที่เดินหน้าตามปกติและระบบการศึกษาแบบเปิด

ทั้งนี้ ไวรัสโควิด ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์โอไมครอน มีแนวโน้มแพร่ระบาดง่ายกว่าเชื้อไวรัสโควิดกลายพันธุ์ หลายสายพันธุ์ก่อนหน้า และปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดว่าวัคซีนที่มีอยู่ จะมีประสิทธิภาพป้องกันเชื้อไวรัสโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์ล่าสุดนี้หรือไม่

อิสราเอลเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้เด็กอายุ 5 ปีขึ้นไปในสัปดาห์นี้ แต่พ่อแม่ผู้ปกครองยังคงพาลูกหลานเข้ารับวัคซีนน้อยมาก ขณะยอดผู้ป่วยเสียชีวิตนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 สูงเกิน 8,100 ราย ส่วนยอดผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวสูงเกิน 7,000 ราย และในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาล 120 ราย

อ่านข่าวเพิ่มเติม