COVID-19

‘ไฟเซอร์’ เผยวัคซีนโควิด-19 ประสิทธิภาพในเด็ก 5-11 ปี สูงถึง 90%


ไฟเซอร์และไบออนเทค เปิดเผยว่าวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ของบริษัททั้งสอง มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพป้องกันโรคโควิด-19 ได้  90.7% ในกลุ่มเด็กอายุ 5-11 ปี

บริษัททั้งสองเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในเอกสารที่เผยแพร่ เมื่อวันศุกร์ (22 ต.ค.) ก่อนการประชุมคณะที่ปรึกษาของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ  (FDA) ในวันอังคาร (26 ต.ค.) นี้

ปัจจุบันไฟเซอร์และไบออนเทคกำลังยื่นขออนุมัติใช้งานกรณีฉุกเฉินแก่วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แบบฉีด 2 โดส เพื่อฉีดให้เด็กอายุ 5-11 ปี ด้วยปริมาณ 10 ไมโครกรัมต่อโดส และเว้นระยะห่างระหว่างโดสราว 3 สัปดาห์

บริษัททั้งสองเผยว่าวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แบบฉีด 2 โดส ที่ฉีดให้เด็กอายุ 5-11 ปี มีประสิทธิภาพระดับสูงในการป้องกันโรคโควิด-19 ระหว่างช่วงที่โรคโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา ระบาดทั่วสหรัฐ

U.S. COVID 19 FPIZER VACCINE FULL APPROVAL scaled 1

คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวัคซีนและผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่เกี่ยวข้องของสำนักงานฯ มีกำหนดประชุมวันที่ 26 ตุลาคม เพื่อหารือการอนุมัติใช้วัคซีนดังกล่าวในเด็กอายุ 5-11 ปี โดนหากมีการอนุมัติ วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคจะกลายเป็นวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตัวแรก สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี

อนึ่ง วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของไฟเซอร์-ไบออนเทค ได้รับอนุมัติอย่างเต็มรูปแบบสำหรับผู้มีอายุ 16 ปีขึ้นไป และได้รับอนุมัติใช้งานกรณีฉุกเฉินสำหรับเด็กอายุ 12-15 ปี

ก่อนหน้านี้ ไบออนเทคและไฟเซอร์ประกาศว่าวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ของบริษัททั้งสอง ซึ่งฉีดเป็นโดสกระตุ้น ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันโรคโควิด-19 สูงสุดร้อยละ 95.6

ไบออนเทค บริษัทสัญชาติเยอรมัน ระบุว่าการศึกษาแบบสุ่มที่มีการควบคุม ระยะที่ 3 ในประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป จำนวนกว่า 10,000 คน พบการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โคเมอร์เนตี (Comirnaty) โดสกระตุ้น ช่วยฟื้นฟูการปกป้องร่างกายจากโรคโควิด-19 ได้ในระดับสูง

“ข้อมูลสำคัญเหล่านี้ช่วยขยายองค์ความรู้ที่มีอยู่และแสดงให้เห็นว่าวัคซีนโดสกระตุ้นสามารถปกป้องประชาชนส่วนมากจากเชื้อไวรัสฯ และเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ได้” อูกูร์ ซาฮิน ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไบออนเทคกล่าว

ไฟเซอร์

การศึกษาแบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็น 2 กลุ่ม ครึ่งหนึ่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดสกระตุ้น ส่วนอีกครึ่งได้รับยาหลอก โดยเว้นระยะจากการฉีดวัคซีนโดสที่ 2 เฉลี่ย 11 เดือน ผลการศึกษาพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในกลุ่มที่ฉีดวัคซีนโดสกระตุ้นเพียง 5 ราย ขณะที่พบผู้ป่วยในกลุ่มที่ได้ยาหลอก 109 ราย

ไบออนเทคและไฟเซอร์ยังประกาศแผนการยื่นข้อมูลเพิ่มเติมจากผลการศึกษานี้ เพื่อเผยแพร่บนวารสารวิทยาศาสตร์ พร้อมยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก

“เราตั้งตาคอยแบ่งปันข้อมูลเหล่านี้กับหน่วยงานสาธารณสุข และร่วมกันพิจารณาว่าจะนำข้อมูลชุดนี้ไปสนับสนุนกระบวนการฉีดวัคซีนโดสกระตุ้นทั่วโลกได้อย่างไรบ้าง” อัลเบิร์ต บูร์ลา ประธานและซีอีโอของไฟเซอร์กล่าว

ที่มา:สำนักข่าวซินหัว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight