COVID-19

วิจัยชี้ ‘วัคซีนไฟเซอร์’ ประสิทธิภาพร่วงเหลือ 47% หลังฉีด 6 เดือน


ผลวิจัยล่าสุดชี้ วัคซีนไฟเซอร์ ที่พัฒนาโดย “ไฟเซอร์-ไบโอเอนเทค” มีประสิทธิภาพลดลงเหลือเพียง 47% เท่านั้น หลังฉีดครบ 2 โดสไปได้ 6 เดือน

นักวิจัยจากบริษัทไฟเซอ ร์และไคเซอร์ เพอร์มาเนนเต้ เปิดเผยผลการศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ไฟเซอร์ ร่วมกับบริษัทไบโอเอนเทค ของเยอรมนี พัฒนาขึ้นมา โดยระบุว่า วัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพ ในการป้องกันการติดเชื้อลดลงจาก 88% เหลือเพียง 47% หลังฉีดโดสสองไปได้ 6 เดือน

วัคซีนไฟเซอร์

ข้อมูลดังกล่าว ซึ่งเผยแพร่ในวารสารการแพทย์ Lancet หลังจากที่ได้ประกาศผลการศึกษาดังกล่าวไปก่อนหน้านี้เมื่อเดือนสิงหาคม แต่เป็นข้อมูลที่ยังไม่ได้ผ่านการทบทวนโดยผู้วิจัยรายอื่น ๆ และเป็นข้อมูลที่ทางการสหรัฐใช้ เพื่อประเมินว่า ควรฉีดวัคซีนเข็ม 3 เพื่อกระตุ้นภูมิหรือไม่

วัคซีนไฟเซอร์ ประสิทธิภาพ เป็นเรื่องปกติ

นักวิจัยเปิดเผยว่า ตัวเลขประสิทธิภาพที่ลดลงไม่ได้มีสาเหตุจากการกลายพันธุ์ของไวรัส เป็นแค่เพียงการลดลงตามปกติทั่วไปของวัคซีนเท่านั้น ส่วนประสิทธิภาพในการป้องกันการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตนั้นยังคงอยู่ที่ 90% เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน แม้เป็นการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา

ทางด้านนายลูอิส โฮดาร์ รองประธานอาวุโส และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ ประจำแผนกวัคซีนของไฟเซอร์กล่าวว่า ผลการวิเคราะห์เจาะจงสายพันธุ์ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า วัคซีนของไฟเซอร์ และไบโอเอนเทค มีประสิทธิภาพ กับไวรัสกลายพันธุ์ ทุกสายพันธุ์ที่น่ากังวล  รวมถึงเดลตา

ผลการวิจัย ที่มาจากการศึกษาระเบียนสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ของประชาชนราว 3.4 ล้านคน ระหว่างเดือนธันวาคม 2563-สิงหาคม 2564 นั้น แสดงให้เห็นว่า  ประสิทธิภาพของวัคซีนโควิดไฟเซอร์ ในการป้องกันสายพันธุ์เดลตา หลังจากที่ฉีดไปแล้ว 1 เดือนอยู่ที่ 93%

แต่เมื่อผ่านไป 4 เดือน จะลดลงมาอยู่ที่ 53% ส่วนประสิทธิภาพต่อไวรัสโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์อื่น ๆ นั้น จะลดลงมาอยู่ที่ 67% จากเดิมที่ 97% ซึ่งนางซารา ทาร์ทอฟ หนึ่งในผู้นำการวิจัยนี้ บอกว่า ผลที่ออกมาดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า สายพันธุ์เดลตา ไม่ได้เป็นสายพันธุ์ที่สามารถหลุดรอดไปจากการปกป้องของวัคซีนได้แต่อย่างใด

อ่านข่าวเพิ่มเติม