ดูหนังออนไลน์
COVID-19

อาเซียนกลายเป็นศูนย์กลางระบาดโควิด ‘โกลด์แมน แซคส์’เศรษฐกิจกระทบหนัก

อาเซียนกำลังกลายเป็นศูนย์กลางการระบาดของโควิด-19 กลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา มีผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งขึ้นสูงกว่าทุกภูมิภาคของโลก แม้แต่อินเดีย

จากข้อมูลล่าสุด ประเทศในอาเซียนที่มีผู้ติดโควิดรายวันมากที่สุด คือ อินโดนีเซีย 56,757 ราย รองลงมา คือ มาเลเซีย 13,215 ราย ไทย 9,692 ราย ฟิลิปปินส์ 5,221 ราย เมียนมาร์ 4,188 ราย เวียดนาม 3,416 ราย ลาว 116 รายและสิงคโปร์ 48 ราย มีเพียงบรูไนที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ

อาเซียน

การแพร่ระบาดในอาเซียนพุ่งทะยานขึ้น มาจากโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลตา ที่พบในอินเดียครั้งแรกเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากนั้นได้แพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็วทั่วโลก

การแพร่ระบาดที่ยังแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้โกลด์แมน แซคส์ ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจในหลายประเทศอาเซียนในปี 2564 ซึ่งรวมถึงไทย เนื่องจากไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดในภูมิภาคแห่งนี้ โดยเฉพาะไวรัสสายพันธุ์เดลตาซึ่งแพร่ระบาดอย่างหนักในอินโดนีเซีย ไทย และมาเลเซียในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

โกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ลงสู่ระดับ 1.4% จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 2.1% พร้อมกับปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจอินโดนีเซียลงสู่ระดับ 3.4% จากระดับ 5%, ลดคาดการณ์เศรษฐกิจมาเลเซียลงสู่ระดับ 4.9% จากระดับ 6.2%, ลดคาดการณ์เศรษฐกิจสิงคโปร์ลงสู่ระดับ 6.8% จากระดับ 7.1% และปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ลงสู่ระดับ 4.4% จากระดับ 5.8%

อาเซียน

การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ส่งผลให้ประเทศไทยและอินโดนีเซียเพิ่มความเข้มงวดในการใช้มาตรการควบคุมการระบาด ขณะที่มาเลเซียขยายเวลาการใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศออกไปอย่างไม่มีกำหนด จากเดิมซึ่งกำหนดสิ้นสุดลงในวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางด้านฟิลิปปินส์ก็ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะสามารถผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดซึ่งรวมถึงการเว้นระยะห่างทางสังคมในปีนี้

จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นและการใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดมากขึ้น จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอาเซียนในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ในระดับที่รุนแรงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

สิงคโปร์มีการฉีดวัคซีนในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยข้อมูลจาก Our World in Data ระบุว่า มีประชาชนในสิงคโปร์กว่า 41% ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว ขณะที่ประชาชนในมาเลเซีย 12.4% ได้รับวัคซีนครบโดส และประชาชนในอินโดนีเซีย 5.7% ได้รับวัคซีนครบโดส ส่วนประชาชนในไทยและฟิลิปปินส์ที่ได้รับวัคซีนครบโดสมีไม่ถึง 5%

อ่านข่าวเพิ่มเติม: