COVID-19

โควิดพ่นพิษ ‘ธุรกิจญี่ปุ่น’ ล้มแล้ว 1,500 ราย จ่อขยาย ‘ภาวะฉุกเฉิน’ ถึง 20 มิ.ย.


 โควิด พ่นพิษ “ธุรกิจญี่ปุ่น” ล้มละลาย – ปิดตัวแล้ว 1,500 ราย แต่ยังคุมระบาดไม่อยู่ รัฐบาลเตรียมขยาย “ภาวะฉุกเฉิน” ไปถึง 20 มิ.ย.

เตโกกุ ดาต้าแบงก์ (Teikoku Databank) บริษัทวิจัยสินเชื่อ เปิดเผยว่าธุรกิจสัญชาติญี่ปุ่นราว 1,500 ราย ต้องประกาศล้มละลายหรือปิดตัวลง เนื่องจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

ธุรกิจ ญี่ปุ่น โควิด

ตัวเลขดังกล่าวครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 จนถึงปัจจุบัน โดยอุตสาหกรรมร้านอาหารและภัตตาคารได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีร้านอาหารและภัตตาคารประกาศล้มละลายหรือปิดตัวถึง 250 แห่ง ตามด้วยอุตสาหกรรมก่อสร้าง 140 แห่ง และอุตสาหกรรมที่พัก 89 แห่ง

เตโกกุฯ ระบุว่าจำนวนการล้มละลายเพิ่มขึ้นทุกเดือนนับตั้งแต่เดือนมกราคมปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลกลางประกาศบังคับใช้ภาวะฉุกเฉินเพื่อควบคุมโรคโควิด – 19 ครั้งที่ 2 ในกรุงโตเกียวและหลายจังหวัดใกล้เคียง

มาตรการฉุกเฉินดังกล่าวกำหนดให้บาร์และร้านอาหารในบางเขตเมืองใหญ่ ซึ่งรวมถึงโตเกียว ปิดบริการเร็วขึ้น ประชาชนต้องทำงานจากระยะไกล งดเดินทางข้ามจังหวัด ละเว้นการเดินทางนอกสถานที่โดยไม่จำเป็น และอื่น ๆ

นอกเหนือจากร้านอาหารและที่พัก อุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้รับผลกระทบเชิงลบเช่นกัน โดยเมื่อร้านอาหารหรือโรงแรมถูกบังคับปิดบริการ บริษัทขนาดเล็กอย่างบริษัทไฟฟ้าที่ดำเนินงานซ่อมบำรุงให้ธุรกิจขนาดใหญ่พลอยได้รับผลกระทบเช่นกัน

เตโกกุฯ เสริมว่า หากอนาคตเกิดการระบาดของโรค โควิด – 19 ระลอกที่ 4 จะทำให้มีจำนวน ธุรกิจญี่ปุ่น ล้มละลายเพิ่มขึ้นอีก

shutterstock 1907310526

เชื้อยังไม่สงบ ญี่ปุ่น จ่อขยาย “ภาวะฉุกเฉิน”

ด้วยสถานการณ์โควิด – 19 ที่ยังคงแพร่ระบาดอย่างหนัก วันนี้ (28 พ.ค.) รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมขยายระยะเวลาบังคับใช้ภาวะฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 ในกรุงโตเกียวและ 8 จังหวัดใกล้เคียงต่ออีก 3 สัปดาห์ จนถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2564

ภาวะฉุกเฉินที่ถูกบังคับใช้ใน 9 จังหวัดของญี่ปุ่น ได้แก่ โตเกียว ฮอกไกโด ไอชิ เกียวโต โอซากา เฮียวโงะ โอกายามะ ฮิโรชิมะ และฟุกุโอกะ กำหนดให้ร้านอาหารและบาร์ปิดบริการเวลา 20.00 น. งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ลูกค้า ขอความร่วมมือประชาชนทำงานที่บ้านและงดเดินทางข้ามจังหวัด กิจกรรมขนาดใหญ่มีผู้เข้าร่วมไม่เกิน 5,000 คน หรือ 50% ของความจุของสถานที่ ส่วนกรุงโตเกียว เมืองหลวงของประเทศ สั่งปิดให้บริการโรงภาพยนตร์และห้างสรรพสินค้า

โยชิฮิเดะ สุงะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น มีกำหนดแถลงข่าวอธิบายรายละเอียดและสาเหตุของการขยายระยะเวลาบังคับใช้ภาวะฉุกเฉิน หลังหารือกับคณะผู้เชี่ยวชาญและทำการตัดสินใจอย่างเป็นทางการ ณ ที่ประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจ ในช่วงเย็นวันนี้

ญี่ปุ่น บังคับใช้ภาวะฉุกเฉินในโตเกียว โอซากา เกียวโต และเฮียวโงะ ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2564 โดยเดิมมีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 11 พฤษภาคม แต่ถูกขยายระยะเวลาและขยายพื้นที่บังคับใช้ครอบคลุมไอชิ ฟุกุโอกะ ฮอกไกโด โอกายามะ ฮิโรชิมะ และโอกินาวา

สื่อท้องถิ่นรายงานว่าจังหวัดไซตามะ คานางาวะ กิฟุ และมิเอะ จะประกาศขยายมาตรการกึ่งฉุกเฉิน (quasi emergency) จนถึงวันที่ 20 มิถุนายน ขณะจังหวัดกันมะ อิชิกาวะ และคุมาโมโตะ จะยกเลิกมาตรการกึ่งฉุกเฉินตามกำหนดวันที่ 13 มิถุนายน

shutterstock 1738766102

ยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าการกรุงโตเกียว เป็นหนึ่งในผู้นำระดับภูมิภาค ที่เรียกร้องรัฐบาลกลางขยายระยะเวลาบังคับใช้ภาวะฉุกเฉิน แม้โตเกียวมีกำหนดจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในอีก 2 เดือนข้างหน้า โดยโคอิเกะกล่าวว่าญี่ปุ่นยังอยู่ในช่วงแรกเริ่มของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จึงไม่มีทางเลือกนอกจากบังคับใช้มาตรการต่อไป

บรรดาผู้ว่าราชการจังหวัดต่างกังวลว่ายอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายใหม่ที่ยังไม่ลดลงอยู่ในระดับน่าพอใจ ประกอบกับหลายโรงพยาบาลในบางภูมิภาครองรับผู้ป่วยจำนวนมากจนใกล้ขั้นวิกฤต เนื่องจากเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ ที่พบครั้งแรกในสหราชอาณาจักรและในอินเดีย ทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดในญี่ปุ่นรุนแรงขึ้น

นอกจากนั้นรัฐบาลญี่ปุ่นถูกวิพากษ์วิจารณ์หนัก เนื่องจากญี่ปุ่นมีอัตราฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ต่ำที่สุดในหมู่ประเทศพัฒนาแล้ว โดยข้อมูลระบุว่าญี่ปุ่นที่มีประชากร 126 ล้านคน ฉีดวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งโดสให้ประชาชนเพียง 5% เท่านั้น และมีประชาชนฉีดวัคซีนครบสองโดสเพียง 2%

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ขนาดใหญ่ 2 แห่ง ในกรุงโตเกียวและจังหวัดโอซากา เมื่อวันจันทร์ (24 พ.ค.) เพื่อเร่งฉีดวัคซีนให้ผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 36 ล้านคน เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม

ทั้งนี้ ญี่ปุ่น มีผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่มมากกว่า 4,100 ราย และผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 111 ราย เมื่อวันวานนี้ (27 พ.ค.)

ที่มาสำนักข่าวซินหัว

อ่านข่าวเพิ่มเติม