COVID-19

‘อนามัยโลก’ จัด ‘โควิดอินเดีย B.1.617’ เป็นสายพันธุ์น่ากังวล


องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในอินเดียเมื่อปีที่แล้วเป็น “สายพันธุ์น่ากังวล” ทั่วโลก

จากการศึกษาเบื้องต้นที่เผยว่า โควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ บี.1.617 ระบาดง่ายกว่าสายพันธุ์อื่นอย่างมาก ระบาดไปแล้วมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก และต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม  กลายเป็นโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ตัวที่ 4 ที่ WHO ประกาศเป็นสายพันธุ์น่ากังวล ต่อจากสายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในอังกฤษ บราซิล และแอฟริกาใต้

shutterstock 1769187632 1

โควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ บี.1.617 กำลังได้รับการศึกษา เพื่อระบุว่า มีส่วนต่อจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอินเดีย หรือไม่ ซึ่งทำให้โรงพยาบาลรับผู้ป่วยไม่ไหวและฌาปนสถานเผาศพผู้เสียชีวิตไม่ทัน

ขณะที่อินเดียมีรายงานผู้ติดเชื้อในรอบ 24 ชั่วโมง อีก 366,161 คน และเสียชีวิต 3,754 ราย ลดลงจากจุดสูงสุดที่มีการบันทึก แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าตัวเลขแท้จริงอาจสูงกว่าที่รายงานมาก

จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้การขาดแคลนออกซิเจนยังเป็นปัญหาและลุกลามไปไกลมากกว่ากรุงนิวเดลี เมืองหลวง แล้ว

สื่อท้องถิ่นในรัฐอานธรประเทศ ทางใต้ของอินเดีย รายงานว่า ผู้ป่วยโควิด 11 คน เสียชีวิตเมื่อคืนในเมืองติรูปาตี หลังถังออกซิเจนมาส่งโรงพยาบาลล่าช้า

ขณะที่ รัฐบาลอินเดียกล่าวว่า มีหลักฐานของความเชื่อมโยงระหว่างโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ บี.1.617 และการระบาดรุนแรงระลอกที่สองของอินเดีย แต่ความเชื่อมโยงดังกล่าวยังไม่เป็นที่ยอมรับอย่างสมบูรณ์

รัฐต่าง ๆ ในอินเดีย เริ่มล็อกดาวน์ เคอร์ฟิว และจำกัดการเคลื่อนที่ ภายในท้องถิ่นตัวเองในช่วงเดือนที่แล้ว แต่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ได้รับแรงกดดันมากขึ้นในการประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศ และหยุดการระบาดของไวรัส

นายกรัฐมนตรีโมดี ยังเผชิญเสียงวิจารณ์ ที่อนุญาตให้ประชาชนรวมกลุ่มในเทศกาลศาสนาฮินดู และหาเสียงเลือกตั้งต่อไป ทั้งที่จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวานนี้ (10 พ.ค.) รัฐมนตรีสาธารณสุขของกรุงนิวเดลีกล่าวว่า เมืองหลวงมีวัคซีนเหลือใช้เพียง 3-4 วัน ขณะที่โครงการฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างล่าช้า โดยตอนนี้มีเพียง 34.8 ล้านคน หรือ 2.5% ของประชากรทั้งประเทศ ที่ได้ฉีดวัคซีนครบ 2 โดส

องค์การอนามัยโลกกล่าว่า วัคซีนในปัจจุบันยังมีประสิทธิภาพต่อต้านโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย แม้ว่าบรรดาผู้นำทางเทคนิค ขององค์การอนามัยโลกกล่าวว่า อาจมีหลักฐานบางอย่างเกี่ยวกับ “ประสิทธิภาพการต่อต้านลดลง”

อ่านข่าวเพิ่มเติม