COVID-19

ฟุ้ง! คนอังกฤษ 50% มีแอนติบอดีโควิด-19 แต่มีเสียงเตือนยังไม่พ้นจุดอันตราย


อังกฤษฟุ้ง “ประชาชนเกินครึ่ง” มีแอนติบอดีโควิด-19 แต่ผู้เชี่ยวชาญเสียงเตือน ตอนนี้ยังไม่พ้นจุดอันตราย

สำนักงานสถิติแห่งชาติสหราชอาณาจักร (ONS) เปิดเผยว่า ประชากรครึ่งหนึ่งของชาวสหราชอาณาจักร ซึ่งประกอบด้วยประเทศอังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ มีแอนติบอดีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) แล้ว

โควิด อังกฤษ ผ่นอมาตรการ

สำนักงานฯ ระบุว่าประชาชนราว 55% ในอังกฤษ, 51% ในเวลส์, 49% ในไอร์แลนด์เหนือ และ 43% ในสกอตแลนด์ มีแอนติบอดีโรคโควิด-19 แล้ว เมื่อนับถึงวันที่ 14 มีนาคม 2564 ทว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นของผู้อาศัยในบ้านเรือนส่วนตัว ไม่รวมผู้อาศัยในสถานที่ต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาลและบ้านพักคนชรา

การมีแอนติบอดีโรคโควิด-19 ในร่างกายบ่งบอกว่าผู้นั้นเคยมีเชื้อไวรัสฯ หรือได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว ซึ่งปกติร่างกายมักใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ในการผลิตแอนติบอดีให้มีปริมาณมากพอสำหรับการต่อสู้กับเชื้อไวรัสฯ

สหราชอาณาจักรตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่ม 4,040 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสม 4,341,736 ราย ขณะเดียวกันมีผู้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดสแรกแล้วมากกว่า 30.6 ล้านคน โดยสหราชอาณาจักรกำลังมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายฉีดวัคซีนโดสแรกให้ 9 กลุ่มเสี่ยง ซึ่งรวมถึงผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ภายในวันที่ 15 เมษายน และผู้ใหญ่ทุกคนภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม

สถิติล่าสุดนี้ถูกเผยแพร่ขณะรัฐบาลอนุญาตให้ 2 ครัวเรือนหรือกลุ่มคนพบปะกลางแจ้งได้สูงสุด 6 คน ซึ่งรวมถึงการกลับมาเปิดสวนส่วนตัวและการเล่นกีฬาแบบทีมกลางแจ้ง ด้านร้านค้าปลีกที่ไม่จำเป็น ร้านอาหาร และผับ ซึ่งให้บริการในพื้นที่กลางแจ้ง จะได้รับอนุญาตให้เปิดทำการอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 12 เมษายนเป็นต้นไป

shutterstock 1700563906

บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ประกาศแผนการยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ ครั้งที่ 3 นับตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่ในประเทศ โดยแผนการดังกล่าวแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน เพื่อทยอยยกเลิกข้อจำกัดทางกฎหมายทั้งหมดในอังกฤษจนถึงช่วงกลางเดือนมิถุนายน

ด้านคณะผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าสถานการณ์ในสหราชอาณาจักรนั้นยังไม่พ้นจุดอันตราย ท่ามกลางข้อกังวลเกี่ยวกับเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ใหม่ และการแพร่ระบาดระลอก 3 ในทวีปยุโรป

ที่มาสำนักข่าวซินหัว

อ่านข่าวเพิ่มเติม