COVID-19

ซีอีโอ ‘J&J’ ชี้ อาจต้องฉีด ‘วัคซีนโควิด’ ทุกปี เหตุไวรัสกลายพันธุ์ไปเรื่อย


ซีอีโอ J&J ระบุ ผู้คนอาจจำเป็นต้องฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เป็นประจำทุกปี ต่อเนื่องไปอีกหลายปี เพื่อป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อ เนื่องจากเชื้อไวรัสสามารถกลายพันธุ์ไปเรื่อย ๆ 

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า นายอเล็กซ์ กอร์สกี้ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) ได้แสดงความคิดเห็นว่า เป็นเรื่องโชคร้ายที่ ระหว่างการระบาดออกไปนั้น เชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถกลายพันธุ์ได้

shutterstock 1446788876

“ทุกครั้งที่เกิดการกลายพันธุ์ ก็เหมือนกับการกดเบอร์โทรศัพท์ใหม่ ที่จะได้ข้อมูลใหม่กลับมา ซึ่งก็เหมือนกับเราได้เห็นการกลายพันธุ์ใหม่ เป็นการกลายพันธุ์ไปเรื่อย ๆ  ซึ่งอาจทำให้เกิดความสามารถในการต่อต้านภูมิคุ้มกัน หรือมีการตอบสนองที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่ต่อการรักษาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวัคซีนด้วย”

นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดออกมาให้ความเห็นว่า มีความเป็นไปได้สูงที่โควิด-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งหมายถึงโรคที่มีการแพร่ระบาดอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา ถึงแม้คาดว่า น่าจะมีการแพร่ระบาดในวงแคบกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ ระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องเฝ้าระวังเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักวิจัยสามารถผลิตวัคซีนเพื่อป้องกันได้

ทั้งนี้ นายกอร์สกี้ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ หลัง J&J ประกาศว่า ได้ยื่นขอรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐ สำหรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของ J&J เป็นกรณีเร่งด่วนแล้ว โดยวัคซีนโควิดของ J&J นั้นเป็นประเภทฉีดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และไม่จำเป็นต้องฉีดซ้ำอีกครั้งหนึ่งในอีก 3-4 สัปดาห์ให้หลัง เหมือนกับวัคซีนของไฟเซอร์ และโมเดอร์นา ซึ่งทำให้สะดวกต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ให้บริการสาธารณสุข

ผลการทดสอบทางคลินิค แสดงให้เห็นว่า วัคซีนโควิดของ J&J มีประสิทธิภาพในการป้องกันราว 66% สำหรับกลุ่มคนที่มีอาการปานกลาง และอาการหนัก โดยมีประสิทธิภาพ 85% ที่ช่วยให้ไม่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และ 100% ในการป้องกันการเสียชีวิต ในทุกภูมิภาค ที่บริษัทดำเนินการทดลองวัคซีนตัวนี้

นอกจากนี้ ยังนำไปทดสอบกับเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ด้วย โดยให้ผล 57% สำหรับการกลายพันธุ์ สายพันธุ์แอฟริกาใต้ และ 66% ต่อการกลายพันธุ์ที่พบในลาตินอเมริกา

อ่านข่าวเพิ่มเติม