COVID-19

ผลสำรวจชี้ ‘Work from Home’ เหตุคนทำงานนานขึ้น สภาพจิตใจแย่ลง


ผลสำรวจล่าสุด พบ พนักงานที่ทำงานจากที่บ้าน ต่างมีชั่วโมงทำงานที่ยาวขึ้น เมื่อเทียบกับการทำงานที่ออฟฟิศ ก่อนหน้าที่ทั่วโลกจะต้องเผชิญกับการระบาดของไวรัสโควิด-19

นอร์ดวีพีเอ็น ทีมส์ (NordVPN Teams) บริษัทด้านการจัดหาเครือข่ายส่วนบุคคลเสมือนจริง (VPNs) ที่มีฐานการดำเนินงานอยู่ในนิวยอร์ก สหรัฐ เปิดเผยผลสำรวจ ที่จัดทำขึ้นในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยพบว่า การทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home ทำให้ในแต่ละวันทำงาน มีชั่วโมงทำงานเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 2.5 ชั่วโมง

shutterstock 1483153502

ในสหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์ พนักงาน จะต้องทำงานจนถึงเวลา 20.00 น. และมักจะออกจากระบบช้ากว่าปกติ เพื่อสรุปผลจากการทำงานตลอดทั้งวัน
ส่วนในเดนมาร์ก เบลเยียม และสเปน ในระยะแรกจะมีชั่วโมงการทำงานเพิ่มสูงขึ้น แต่ก็สามารถกลับสู่จำนวนชั่วโมงการทำงานปกติได้

ทั้งนี้ นอร์ดวีพีเอ็น ทีมส์ ที่ทำงานร่วมกับบริษัทมากกว่า 10,000 แห่ง ใช้วิธีการคำนวณชั่วโมงการทำงานของพนักงาน ผ่านทางปริมาณข้อมูลที่ส่งผ่านเซิร์ฟเวอร์ต่าง ๆ ซึ่งบริษัทพบด้วยว่า ในช่วงเวลารับประทานอาหารกลางวันนั้น การใช้ VPN ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ  แสดงให้เห็นว่า พนักงานใช้เวลาพักรับประทานอาหารกลางวันสั้นลง ขณะทำงานอยู่ที่บ้าน

นอกจากนี้ ยังพบว่า ในช่วงเทศกาลขอบคุณพระเจ้า มียอดการใช้ VPN เพิ่มขึ้นถึง 41% เมื่อเทียบกับวันหยุดทั่วไป สะท้อนว่า ผู้คนใช้เวลาที่อยู่กับครอบครัวไปกับการทำงาน

shutterstock 1675427878

อย่างไรก็ตาม นอร์ดวีพีเอ็น ชี้ว่า แม้ข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ จะไม่สามารถแยกแยะ ระหว่างการใช้งาน VPN เพื่อการทำงาน และเรื่องส่วนตัว ออกจากกันได้ แต่ข้อมูลที่ได้มา ก็สามารถสะท้อนให้เห็นถึงชั่วโมงการทำงานที่เพิ่มขึ้น

นางออสเต วาลิโคไนท์ โฆษกนอร์ดวีพีเอ็น ทีมส์ อธิบายว่า ในทางเทคนิคแล้ว ผู้คนสามารถทำภารกิจส่วนตัว ขณะที่ล็อกอินเข้าสู่ VPN ของที่ทำงานได้ แต่บริษัท พบว่า พนักงานมักจะใช้ทรัพยากรของที่ทำงานอย่างระมัดระวัง และมักจะใช้อย่างเหมาะสมมากกว่า เมื่อเทียบกับการทำงานอยู่ที่บ้าน

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของ ไวลด์กูส (Wildgoose) ผู้ให้บริการด้านการสร้างทีมเสมือนจริง สำหรับธุรกิจ ระบุว่า 55% ของพนักงานในสหราชอาณาจักร บอกว่า พวกเขาถูกคาดหวังให้ทำงาน นอกเวลางานปกติ เมื่อต้องทำงานที่บ้าน และ 74% รู้สึกเหนื่อยล้า เครียด และหมดไฟ ระหว่างที่เกิดสถานการณ์โรคระบาดใหญ่

ไวลด์กูส ดำเนินการสอบถามความคิดเห็นพนักงาน จากบริษัท 133 แห่ง ในสหราชอาณาจักร และพบว่า 44% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ระบุว่า พวกเขาต้องทำงานเพิ่มขึ้น ในขณะที่ทำงานอยู่ที่บ้าน และ 31% ระบุว่า การเปลี่ยนมาทำงานที่บ้าน ในช่วงที่เกิดโรคระบาดนี้ ส่งผลต่อสุขภาพจิตของพวกเขา อาทิ รู้สึกซึมเศร้า วิตกกังวล และเหนื่อยล้า

shutterstock 679967428

นายจอห์นนี เอ็ดเซอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร ไวลด์กูส กล่าวว่า ขณะที่ผู้คนเริ่มเคยชินกับการทำงานที่บ้าน ในช่วงที่เกิดโรคระบาดใหญ่ ความท้าทายที่เกิดขึ้นก็คือ การรักษาสมดุลระหว่างการทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน

“ภาระงานที่มากขึ้น ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับการทำงาน ในช่วงเวลาที่มีความเจ็บป่วยอยู่รอบตัวนั้น ทำให้เส้นแบ่งระหว่างการทำงาน กับการใช้ชีวิตส่วนตัว  ยิ่งเลือนรางมากขึ้น ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ ที่ทั้ง 2 เรื่องนี้ ควรจะแยกออกจากกัน”

อ่านข่าวเพิ่มเติม