COVID-19

วัคซีนโควิด ‘จีน-รัสเซีย’ ตัวเลือกที่ ‘ประเทศกำลังพัฒนา’ ต้องคิดหนัก


ในช่วงเวลาที่ประเทศพัฒนาแล้ว จำนวนหนึ่ง รวมถึง สหรัฐ และบางประเทศในยุโรป กำลังเดินหน้าฉีดวัคซีนต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัคซีนที่พัฒนาโดยไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทคนั้น หลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา ที่ยังไม่มีวัคซีนต้านโควิดเป็นของตนเอง กำลังเบนเข็ม ไปหาวัคซีนที่พัฒนาโดยรัสเซีย และจีน

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า “วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19” กลายมาเป็นสิ่งที่ตอกย้ำ ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำ ระหว่างประเทศพัฒนาแล้ว ฐานะร่ำรวย และประเทศกำลังพัฒนา ที่มีรายได้น้อย เพิ่มมากยิ่งขึ้น จากการที่ฝ่ายแรก เป็นผู้ที่จับจองวัคซีนที่ผลิตออกมาในช่วงแรกไปเกือบทั้งหมด

shutterstock 707059162

สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้หลายประเทศกำลังพัฒนา หันไปมองวัคซีนที่ผลิตโดยรัสเซีย และจีน โดยเริ่มคิดว่า อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แม้ว่าในตอนเเรกจะไม่เเน่ใจถึงคุณภาพก็ตาม

แต่ความหวังดังกล่าว ก็มาพร้อมกับคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใส และความปลอดภัย เช่นกัน

วอชิงตัน โพสต์ สื่อดังของสหรัฐ เผยแพร่บทสัมภาษณ์ นพ. นาออร์ บาร์ซีฟ แพทย์ด้านโรคติดเชื้อ เเละนักระบาดวิทยา อาจารย์ประจำคณะแพทย์ศาสตร์วิทยาลัยสาธารณสุขบลูมเบิร์ก ในสังกัดมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ ที่บอกว่า ความคิดที่ว่าวัคซีนของรัสเซีย และจีน ไม่ดี เท่าของประเทศอื่น เป็นความคิดปนกระเเสชาตินิยม

“ไม่มีเหตุผลที่จะเชื่อว่าวัคซีนของ 2 ประเทศนี้ ใช้ไม่ได้ผล”

อย่างไรก็ดี นพ. บาร์ซีฟ ย้ำว่า ผู้เชี่ยวชาญจะต้องเห็นข้อมูลจากการทดลองกับมนุษย์ในกลุ่มตัวอย่างจำนวนมาก หรือที่เรียกว่าการทดลองในเฟสที่สาม ก่อนที่จะสรุปเกี่ยวกับประสิทธิภาพ และความปลอดภัย

ที่ผ่านมา ประเทศกำลังพัฒนา มีความเห็นแตกต่างกันออกไป เกี่ยวกับวัคซีน ที่พัฒนาโดยรัสเซีย และจีน โดยเมื่อเร็วๆ นี้ นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา ระบุว่า ยังไม่สั่งวัคซีนของจีน ที่พัฒนาโดยบริษัทซิโนเเวค ซึ่งยังไม่มีองค์กรระดับโลกรายใดรับรอง เข้ามาใช้ เพราะกัมพูชา “ไม่ได้เป็นถังขยะ และ ไม่ได้เป็นที่ทดลองฉีดวัคซีน”

รายงานของวอชิงตัน โพสต์ บอกด้วยว่า ในตอนแรกนั้น ตรุกีแสดงความกังขา ต่อวัคซีนของรัสเซีย แต่ก็ถอนคำวิจารณ์ในเวลาต่อมา ส่วนอาร์เจนตินา กล่าวว่า จะใช้วัคซีนของรัสเซียในเดือนนี้

shutterstock 1827366647

ทางด้าน เจนนิเฟอร์ บูอี จาก แรนด์ คอร์ป หน่วยงานด้านนโยบายระดับโลก ที่ไม่แสวงหาผลกำไร ในสหรัฐ ระบุว่า การตอบรับวัคซีนของจีน และรัสเซีย เกิดขึ้น ขณะที่ยังไม่มีการพิจารณาผลการทดลองโดยผู้เชี่ยวชาญ ในขั้นตอน peer review พร้อมย้ำว่า ความมั่นใจเรื่องวัคซีน ขึ้นอยู่กับผลการทดสอบในเฟสที่สาม

ขณะที่ บลูมเบิร์ก รายงานว่า หากเทียบกับโครงการวัคซีนของประเทศตะวันตกแล้ว การทดลองของจีนมีข้อมูลน้อยมากเรื่องประสิทธิผล และความปลอดภัย ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ

กระนั้นก็ตาม ประธานาธิบดีสี จินผิง ของจีน ยืนยันว่า วัคซีนของจีนจะเปิดให้ใช้ได้ทั่วโลก และบริษัทจีนก็ได้ลงนามความตกลงในการส่งวัคซีนต้านโควิด-19 กับหลายประเทศเเล้ว เช่น อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โดยอ้างอิงระดับประสิทธิผล 86% จากการทดลองกับคนกว่า 30,000 ราย

อ่านข่าวเพิ่มเติม