ดูหนังออนไลน์
COVID-19

‘แจ็ค หม่า’ กับภารกิจสกัด ‘โควิด-19’ ฟื้นฟูชื่อเสียงจีนบนเวทีโลก


ชายผู้ร่ำรวยที่สุดในจีน “แจ็ค หม่า” ได้เปิดบัญชีทวิตเตอร์ของตัวเองเมื่อเดือนที่แล้ว ท่ามกลางการแพร่ระบาดของวิกฤติเชื้อไวรัสโควิด-19  ทุกโพสต์ของเขาล้วนมีเนื้อหาเกี่ยวกับโครงการบริจาคอุปกรณ์การแพทย์ให้แก่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

“โลกใบเดียวกัน สู้ด้วยกัน!” “เราสามารถทำสิ่งนี้ได้ด้วยกัน” แจ็ค หม่า ระบุไว้ในโพสต์แรกๆ  บนทวิตเตอร์ของเขา

GettyImages 1192058126

แจ็ค หม่า ผู้ร่วมก่อตั้ง “อาลีบาบา กรุ๊ป” ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซจากแดนมังกร กลายมาเป็นหัวเรือใหญ่ในปฏิบัติการจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น หน้ากากอนามัย และเครื่องช่วยหายใจ ให้กว่า 150 ประเทศที่กำลังเผชิญความยากลำบาก ในช่วงเวลาที่หลายชาติในโลกกำลังช่วงชิงอุปกรณ์ช่วยชีวิตผู้ป่วยโควิด-19

อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิจารณ์หรือแม้แต่ผู้สนับสนุนของแจ็ค หม่าเอง กลับไม่แน่ใจว่าเขากำลังนำพาตนเองไปสู่อะไรกันแน่ และเกิดคำถามว่า การสวมบทนักบุญในครั้งนี้จะเป็นการเผยโฉมหน้าแท้จริงของเขา ในฐานะสหายของพรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือเขาจะเป็นเพียงนักธุรกิจอิสระ ผู้ถูกพรรคคอมมิวนิสต์ใช้เป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อ

ที่ผ่านมา แจ็ค หม่า ดูจะปฏิบัติตามกฎระเบียบทางการทูตของจีนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในการเลือกว่าจะให้ความช่วยเหลือประเทศใด ทว่าอิทธิพลที่กำลังเพิ่มขึ้นของมหาเศรษฐีผู้นี้ อาจทำให้เขาตกเป็นเป้าของบรรดาผู้นำทางการเมืองจีน ที่อาจรู้สึกไม่ค่อยชอบใจในการแผ่ขยายอิทธิพลของเขาเท่าใดนัก

ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤติโรคระบาดขึ้นนี้ มหาเศรษฐีหลายคนได้ประกาศบริจาคเงินเพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัสร้าย เช่น แจ็ค ดอร์ซีย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหารของทวิตเตอร์ ที่ประกาศจะมอบเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์ เป็นกองทุนต่อสู้กับเชื้อไวรัสโควิด-19

ข้อมูลจาก “แคนดิด” (Candid) องค์กรตรวจสอบการบริจาคเพื่อการกุศลของภาคเอกชน ได้จัดให้อาลีบาบา อยู่ในอันดับที่ 12 ของผู้บริจาคเงินเพื่อต่อสู้กับวิกฤติที่โลกกำลังเผชิญอยู่นี้

อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับดังกล่าวไม่ได้รวมถึงการจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญ ซึ่งหลายประเทศอาจมองว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าเงินทองในสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้

ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสามารถจัดส่งอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นเหล่านี้ไปสู่ผู้ที่กำลังต้องการได้มากเท่ากับ แจ็ค หม่า อีกแล้ว โดยตั้งแต่เดือน มีนาคมที่ผ่านมา มูลนิธิแจ็ค หม่า และมูลนิธิอาลีบาบา ได้เริ่มภารกิจจัดส่งอุปกรณ์การแพทย์ที่สำคัญทางอากาศไปยังประเทศต่าง ๆ ในแอฟริกา เอเชีย ยุโรป ลาตินอเมริกา หรือแม้แต่ประเทศที่มีประเด็นอ่อนไหวทางการเมือง เช่น อิหร่าน อิสราเอล รัสเซีย และสหรัฐ

นอกจากนี้ แจ็ค หม่า ยังบริจาคเงินหลายล้านดอลลาร์เพื่อใช้ในโครงการวิจัยวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แต่สิ่งที่กลายเป็นข่าวดัง และทำให้เขาต่างจากมหาเศรษฐีใจบุญคนอื่น ๆ ก็คือ การจัดส่งเวชภัณฑ์ดังกล่าว

“เขามีศักยภาพ เงินทอง และความสามารถในการนำเครื่องบินขนส่งเวชภัณฑ์จากเมืองหางโจวไปยังกรุงแอดดิสอาบาบา ของเอธิโอเปีย หรือที่อื่น ๆ ที่จำเป็น” ดันแคน คลาร์ก ผู้เขียนหนังสืออัตชีวประวัติของแจ็ค หม่า กล่าว

“นี่คือระบบจัดการการขนส่งสินค้า นี่คือสิ่งที่บริษัท พนักงาน และบ้านเกิดของเขามีความเชี่ยวชาญ”

GettyImages 1184740329

ผู้ทรงอิทธิพล

หลังก้าวลงจากตำแหน่งประธานบริษัทอาลีบาบา กรุ๊ป เมื่อปี 2018 แจ็ค หม่า บอกว่า เขาจะมุ่งทำงานด้านการกุศล แต่ยังคงมีตำแหน่งถาวรในคณะกรรมการบริหารของบริษัทต่อไป ซึ่งชื่อเสียงและความร่ำรวยนี้เองทำให้เขาคือหนึ่งในบุคคลทรงอิทธิพลมากที่สุดในจีน

หลายฝ่ายชี้ว่าภารกิจด้านการกุศลของ แจ็ค หม่า ครั้งนี้เป็นไปตามแนวนโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์อย่างชัดเจน โดยไม่มีการหยิบยื่นความช่วยเหลือให้แก่บรรดาชาติที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับคู่อริอย่างไต้หวัน

กรณีดังกล่าวเห็นได้ชัดเจนตอนที่เขาประกาศทางทวิตเตอร์ ถึงแผนการบริจาคเวชภัณฑ์ให้แก่ 22 ประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกา ซึ่งในรายชื่อประเทศเหล่านี้ไม่มี ฮอนดูรัส และเฮติ ชาติพันธมิตรของไต้หวันรวมอยู่ด้วย และมูลนิธิของเขาได้ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดของประเทศที่ได้รับบริจาค โดยชี้แจงว่า “ขณะนี้ เรายังไม่แบ่งปันข้อมูลในระดับนั้น”

อย่างไรก็ตาม ภารกิจการบริจาคดังกล่าวได้สร้างความรู้สึกเป็นมิตรและซาบซึ้งใจให้แก่ประเทศที่ได้รับความช่วยเหลือจากจีนเป็นอย่างมาก ความสำเร็จนี้ทำให้แจ็ค หม่า ได้รับความสนใจในเชิงบวกมากเป็นพิเศษ แม้แต่สื่อของทางการจีนยังลงข่าวถึงเขาบ่อยพอ ๆ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำประเทศ

เรื่องดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการเปรียบเทียบที่น่าอึดอัดใจ เพราะยิ่ง แจ็ค หม่า ได้รับเสียงชื่นชมมากเท่าใด ก็ยิ่งทำให้นายสี ต้องเผชิญกับคำถามเรื่องการรับมือการแพร่ระบาดของโรคในช่วงแรก ๆ รวมทั้งต้นตอการเกิดโรคมากขึ้นเท่านั้น

ขณะเดียวกัน แม้รัฐบาลจีนจะดำเนินโครงการบริจาคด้านเวชภัณฑ์ให้ประเทศที่เผชิญโรคระบาดอย่างหนัก โดยเฉพาะในยุโรป และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ดูเหมือนความพยายามเหล่านี้จะไม่ได้รับเสียงชื่นชมจากนานาชาติมากนัก จากข้อกล่าวหาว่าจีนจัดส่งเวชภัณฑ์ด้อยคุณภาพไปให้หลายประเทศ ซึ่งต่างจากสิ่งของบริจาคของ แจ็ค หม่า ที่ยิ่งสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่เขา

เอริค โอแลนเดอร์ บรรณาธิการฝ่ายจัดการของเว็บไซต์ไชน่า แอฟริกัน โปรเจค แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า “เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่จะพูดว่าการบริจาคของแจ็ค หม่า ได้รับเสียงชื่นชมไปทั่วทั้งทวีปแอฟริกา”

เดินบนความเสี่ยง 

แต่สิ่งที่แจ็ค หม่า กำลังทำอยู่นี้ จะทำให้เกิดความเสี่ยง ที่รัฐบาลจีนจะไม่พอใจในตัวเขาหรือไม่

เป็นที่ทราบกันดีว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ไม่ใช่บุคคลที่ชอบแบ่งปันชื่อเสียง และความสนใจในรัฐบาลของเขากับคนดังคนใด  โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บุคคลมีชื่อเสียง เช่น นักแสดงหญิงแถวหน้าของจีน ผู้ประกาศข่าว หรือแม้แต่มหาเศรษฐีบางคนได้ “หายตัว” ไปเป็นเวลานาน ๆ ก่อนที่จะมีข่าวว่าพวกเขาหายไปรับโทษจำคุก จากนั้นจึงกลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง พร้อมกับการประกาศแสดงความจงรักภักดีต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน

แอชลีย์ เฟิง นักวิจัยด้านความมั่นคงของสหรัฐ ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ระบุว่า “มีข่าวลือว่า แจ็ค หม่า ก้าวลงจากตำแหน่งประธานบริษัทอาลีบาบา กรุ๊ป เมื่อปี 2561 เพราะเขาถูกมองว่าเป็นนักธุรกิจชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีกระแสความนิยมบดบังรัศมีของพรรคคอมมิวนิสต์

อันที่จริง แจ็ค หม่า สร้างความประหลาดใจให้หลายคนตอนที่เขาประกาศข่าวการก้าวลงจากตำแหน่งประธานบริษัท ขณะเดียวกันเขาก็ปฏิเสธข่าวลือว่ารัฐบาลจีนบังคับให้เขาลงจากอำนาจ

GettyImages 631335024

คลาร์ก ผู้เขียนหนังสืออัตชีวประวัติของแจ็ค หม่า ก็ยอมรับว่าได้ยินกระแสข่าวนี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์สำคัญเมื่อปี  2560 ซึ่งตอนนั้น แจ็ค หม่า ได้เข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และหารือเรื่องการค้าจีน-สหรัฐ อย่าง “เกินหน้าเกินตา” ทั้งที่ตอนนั้นประธานาธิบดีสี ยังไม่มีโอกาสได้พบผู้นำสหรัฐ จนกระทั่งอีกหลายเดือนต่อมา

คลาร์ก กล่าวว่า “มีกระแสข่าวในช่วงนั้นว่า แจ็ค หม่า อาจออกตัวเร็วเกินไป ผมจึงคิดว่าเหตุการณ์นี้ได้สอนให้รู้ว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องประสานงานกันให้มากขึ้น”

“แจ็ค หม่า เป็นตัวแทนของอำนาจอ่อนในภาคธุรกิจ” คลาร์ก กล่าว “แต่นี่ได้ก่อให้เกิดปัญหาด้วย เพราะรัฐบาลจีนค่อนข้างหวาดระแวงและเคลือบแคลงใจต่อคนนอกพรรคคอมมิวนิสต์ที่มีบทบาทเช่นนั้น”

อันที่จริง แจ็ค หม่า ก็ไม่ใช่คนนอกพรรคคอมมิวนิสต์เสียทีเดียว เพราะเขาเป็นสมาชิกพรรคมาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยช่วงทศวรรษ 80

แต่นั่นก็ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเท่าใดนัก ดังจะพิจารณาได้จากวาทะเด็ดของเขาที่ว่า ทัศนคติของอาลีบาบาที่มีต่อพรรคคอมมิวนิสต์ คือ “จงรักรัฐบาล แต่จงอย่าแต่งงานด้วย”

หาประโยชน์

แม้ว่ามูลนิธิของแจ็ค หม่า จะตัดสินใจในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐบาลจีน แต่ที่ผ่านมารัฐบาลจีนพยายามทำทุกอย่างเพื่อตักตวงประโยชน์จากความใจบุญของเขา

ภาพบรรดาทูตจีนที่มักจะเข้าไป “มีส่วนร่วม” ในพิธีส่งมอบเวชภัณฑ์ที่แจ็ค หม่า บริจาคให้แก่ประเทศต่าง ๆ นั้น ก็มีให้เห็นบ่อยครั้ง

นอกจากนี้จีนยังใช้การบริจาคของมหาเศรษฐีผู้นี้ในการวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐ จากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ชื่นชมไต้หวันว่าเป็นมิตรแท้ ที่บริจาคหน้ากากอนามัยให้ 2 ล้านชิ้น

เมื่อต้นเดือนเมษายน กระทรวงการต่างประเทศจีนได้ทวีตข้อความตอบโต้ ว่า “สงสัยว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้กล่าวถึงการบริจาคของแจ็ค หม่า ที่มอบหน้ากากอนามัย 1 ล้านชิ้น ชุดตรวจหาเชื้อ 5 แสนชิ้น รวมทั้งความช่วยเหลือจากบริษัทและมณฑลต่าง ๆ ของจีนแล้วหรือไม่”

หลายฝ่ายมองว่า บางทีรัฐบาลจีนอาจต้องการได้ชาวจีนผู้เป็นที่ชื่นชอบไปทั่วโลกเช่น แจ็ค หม่า

โอแลนเดอร์ บรรณาธิการฝ่ายจัดการของเว็บไซต์ไชน่า แอฟริกัน โปรเจค ชี้ว่า สาเหตุที่ มหาเศรษฐีชาวจีนผู้นี้เป็นที่ชื่นชอบในแอฟริกา เพราะเขาให้ความช่วยเหลือตามที่ได้รับปากไว้จริง ซึ่งต่างจากผู้บริจาคต่างชาติรายอื่นที่ให้คำมั่นสัญญามากมายแต่ทำไม่ได้จริง

GettyImages 1188209132

คลาร์ก ชี้ว่า แจ็ค หม่า มีความสำคัญต่อจีนอยู่ก่อนแล้ว จากความยิ่งใหญ่ทางเศรษฐกิจของอาลีบาบา ขณะเดียวกัน ความสนิทสนมกับบรรดาผู้นำโลกของเขายิ่งทำให้ชายผู้นี้มีคุณค่าต่อรัฐบาลจีนซึ่งกำลังพยายามกอบกู้ภาพลักษณ์ที่เสียหายของตน จึงไม่ต้องสงสัยว่า ภาพลักษณ์โดยรวมของจีนจะได้ประโยชน์จากงานการกุศลของ แจ็ค หม่า และเหล่านักธุรกิจผู้มั่งคั่งของประเทศ

แอดรูว์ กราบัวส์ จากแคนดิด บอกว่า การบริจาคของภาคเอกชนจีนเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้

“พวกเขาสวมบทแกนนำ ซึ่งเป็นสิ่งที่สหรัฐเคยทำในอดีต เช่น การรับมือกับวิกฤติอีโบลาระบาด” ในปี 2557 ซึ่งตอนนั้นสหรัฐได้ส่งทีมแพทย์และทุกอย่างไปยังแถบแอฟริกาตะวันตก เพื่อช่วยสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรค

ตอนนี้ บรรดาผู้บริจาคชาวจีนกำลังรับบทบาทดังกล่าวในการต่อสู้กับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

“พวกเขาแสดงถึงอำนาจอ่อนที่แผ่ขยายข้ามพรมแดน เข้าไปในพื้นที่ต่าง ๆ ส่งมอบความช่วยเหลือด้านการเงินและความรู้” กราบัวส์ กล่าว

ดังนั้น นี่จึงไม่ใช่เวลาที่รัฐบาลจีนจะเข้าไปขัดขวางแจ็ค หม่า

“นี่คือวิกฤติใหญ่ของโลกในขณะนี้ แต่ก็ชัดเจนว่านี่คือวิกฤติด้านความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับคนทั้งโลกด้วย ดังนั้นรัฐบาลจีนจึงต้องการใครสักคนที่จะมาช่วยบรรเทาแรงกดดันนี้”  คลาร์ก ผู้เขียนหนังสืออัตชีวประวัติของแจ็ค หม่า กล่าว

ที่มา :  BBC Thai