COVID-19

ศก.โลกปี 63 เดินหน้าดิ่งเหว ทรุดหนักสุดนับแต่ ‘Great Depression’

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกรายงาน “World Economic Outlook 2020″ หรือ”แนวโน้มเศรฐกิจโลกปี 2563” คาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้ จะหดตัวลง 3.0% ผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ล่มสลาย และมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจขาลงครั้งรุนแรงสุด นับแต่ “ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่” (Great Depression) ช่วงทศวรรษ 30

Growth 011

ในรายงานฉบับนี้ ไอเอ็มเอฟ ยังประเมินว่า เศรษฐกิจโลกอาจฟื้นตัวขึ้นบางส่วนในปี 2564 ด้วยการขยายตัวราว 5.8% แต่เตือนว่า การคาดการณ์ในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลาง “ภาวะไร้เสถียรภาพอย่างรุนแรง” และผลลัพธ์ที่ออกมาอาจจะเลวร้ายกว่านี้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19

“การฟื้นตัวในปี 2564 นั้น จะเกิดขึ้นบางส่วน จากการคาดการณ์ว่า ระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จะยังอยูในระดับต่ำกว่าที่ไอเอ็มเอฟเคยคาดการณ์ไว้สำหรับปีหน้า ก่อนที่จะเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19″ กิตา โกพินนาธ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ไอเอ็มเอฟ กล่าว และว่า ในกรณีที่สถานการณ์อยู่ในระดับดีที่สุด เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่จะสูญเสียผลผลิตทางเศรษฐกิจราว 9 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงระยะเวลา 2 ปี ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงกว่าจีดีพีของเยอรมนี และญี่ปุ่นรวมกัน

รายงานระบุด้วยว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19  จำกัดการเดินทาง และทำลายซับพลายเชน ส่งผลให้ผลผลิตเศรษฐกิจทั่วโลกลดลง จนนำไปสู่ภาวะถดถอยยาวนาน ซึ่งอาจรุนแรงกว่าความเสียหายในเหตุการณ์ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ระหว่าปี 2472-2475

ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่” หรือ Great Depression เกิดขึ้นเพราะเศรษฐกิจเสียหายอย่างรุนแรงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และความพยายามของยุโรป และสหรัฐ ที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจในเวลาสั้นๆ ทำให้เกิดภาวะฟองสบู่  จนสร้างความเสียหายขยายวงกว้างไปทั่วโลก ทำให้ผลผลิตทางเศรษฐกิจทั่วโลกในขณะนั้นลดลงราว 10% ขณะที่ประเทศอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ในเวลานั้นมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) หดตัวราว 16%

สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ ไอเอ็มเอฟชี้ว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจของประเทศส่วนใหญ่ในโลกจะรุนแรงสุดช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างหนักที่ทำให้หลายประเทศต้องใช้มาตรการปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่สถานการณ์จะคลี่คลายในช่วงครึ่งปีหลัง หากสถานการณ์ดีขึ้นและรัฐบาลต่าง ๆ ทั่วโลกเริ่มผ่อนคลายมาตรการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกครั้ง

16Apr Asean

แต่หากการแพร่ระบาดยังเยื้อไปจนถึงไตรมาส 3  จะทำให้เศรษฐกิจโลกหดตัวลงอีก 3% และทำให้การฟื้นตัวในปี 2564 ช้ามากขึ้น ซึ่งเป็นผลของ “แผลเป็น” จากการล้มละลายของกิจการจำนวนมาก และปัญหาการว่างงานที่ยืดเยื้อ

หากมีการแพร่ระบาดครั้งที่ 2 ในปีหน้า ก็จะยิ่งทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การหดตัวของเศรษฐกิจโลกอีก 5-8% และทำให้โลกเข้าสู่ภาวะถดถอย 2 ปีติดต่อกัน

“มีความเป็นไปได้สูงว่าในปีนี้ เศรษฐกิจโลกจะประสบกับภาวะถดถอยที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ Great Depression เลวร้ายยิ่งกว่าวิกฤติการเงินโลกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อาจเรียกได้ว่านี่คือ “Great Lockdown” ที่ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกหดตัวลงอย่างมาก”