ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% มาอยู่ที่ระดับ 1.5% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ใน 19 ประเทศ ที่ใช้สกุลเงินยูโร
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า อีซีบี ขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในเดือนกรกฎาคม และ 0.75% ในเดือนกันยายน โดยการเคลื่อนไหวในเดือนกรกฎาคม ถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 11 ปี และเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2543

นางคริสติน ลาการ์ด ประธานอีซีบี ระบุว่า สถานการณ์ยูเครนและความไม่แน่นอนทั่วโลก ส่งผลให้เศรษฐกิจกลุ่มยูโรโซน ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในด้านลบต่อเนื่อง และความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงมีอยู่สูง
“ทุกคนต้องทำหน้าที่ของตัวเอง และงานของเราคือ การสร้างเสถียรภาพด้านราคา”
นางลาการ์ด ยังเรียกร้องให้รัฐบาลใน 19 ประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร ดำเนินมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จากภาวะเงินเฟ้อ อย่างระมัดระวัง และไม่ทำให้ภาวะเงินเฟ้อเลวร้ายลงกว่าเดิม
ทั้งนี้ ธนาคารกลางยุโรป ได้ยกเลิกมาตรการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดำเนินมาหลายปี หลังจากภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ที่เป็นผลมาจากการบุกยูเครนของรัสเซีย และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่แข็งแกร่ง หลังการระบาดใหญ่ของโควิด-19
ขณะที่นักวิเคราะห์ตั้งคำถามว่ามาตรการดังกล่าวอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เศรษฐกิจยุโรปทรุดหนักถึงขั้นถดถอยหรือไม่ โดยตลาดคาดการณ์ว่า อีซีบีจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไปถึงระดับ 2% ในเดือนธันวาคมปีนี้ และปรับขึ้นไปที่ 3% ในปีหน้า
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ใช้ยาแรง! แบงก์ชาติเวียดนาม ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 1% สกัดเงินเฟ้อ-ปกป้องระบบธนาคาร
- ‘แบงก์ชาติญี่ปุ่น’ ไม่ขึ้น ดอกเบี้ย ชี้ เศรษฐกิจเพิ่งฟื้นตัว เมิน ‘เงินเฟ้อ’ พุ่งสูง
- ‘พาวเวล’ ลั่นไม่ลดดอกเบี้ย จนกว่าคุมเงินเฟ้อได้ 2% หลัง ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ตามคาด