World News

‘อิตาลี’ เร่งค้นหาเหยื่อธารน้ำแข็งถล่ม คร่าชีวิต 6 ศพ เจ็บอีก 8 ราย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยอิตาลี เร่งค้นหาผู้รอดชีวิต หลังเกิดเหตุหิมะถล่ม จากธารน้ำแข็งขนาดใหญ่สุด ในเทือกเขาแอลป์ ฝั่งอิตาลีพังลงมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 6 ราย และบาดเจ็บอีก 8 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า วันนี้ (4 ก.ค.) เจ้าหน้าที่กู้ภัยอิตาลี เดินหน้าค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างต่ิอเนื่อง หลังเกิดเหตุหิมะถล่ม เนื่องจากธารน้ำแข็งขนาดใหญ่สุด บนภูเขามาร์โมลาดา ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาโดโลไมท์ พังถล่มลงมาเมื่อวานนี้ (3 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น

62343454 303
ภาพถ่ายจากเฮลิคอปเตอร์ แสดงให้เห็นบริเวณที่ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่แตกออก ใกล้กับยอดเขามาร์โมลาดา

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ยังไม่ทราบอย่างชัดเจนว่า มีนักปืนเขาอยู่จำนวนมากน้อยเท่าใด ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ แต่นายจิอันเปาโล บอตตาซิน เจ้าหน้าที่ป้องกันภัยพลเรือน ในท้องถิ่นระบุว่า อาจมีผู้สูญหายราว 15 คน โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังดำเนินการตรวจสอบป้ายทะเบียน ของรถยนต์ที่จอดอยู่ในลานจอดรถ ส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะประเมินว่า มีผู้สูญหายไปจำนวนเท่าใด

ทั้งนี้ ธารน้ำแข็งบนภูเขามาร์โมลาดานั้น ถือเป็นธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่สุดในเทือกเขาโดโลไมท์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ ฝั่งอิตาลี สถานที่ยอดนิยม ที่ผู้คนมักไปเล่นสกีกันในช่วงฤดูหนาว

อย่างไรก็ดี ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธารน้ำแข็งดังกล่าว มีอัตราการละลายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งเหตุการณ์ครั้งนี้ยังเกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังจากที่อุณหภูมิบนยอดธารน้ำแข็งพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 10 องศาเซลเซียส

บรรดาผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์วิจัยซีเอ็นอาร์ ซึ่งเป็นแหล่งศึกษาเกี่ยวกับขั้วโลกของทางการอิตาลี ระบุว่า ธารน้ำแข็งดังกล่าว อาจจะละลายหายไปจนหมดภายในช่วง 25-30 ปีข้างหน้า ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ธารน้ำแข็งส่วนใหญ่ก็หายไปแล้ว

ขณะที่นายมัสซิโม เฟรซซอตติ ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยโรมาท เตร ของอิตาลี กล่าวว่า เหตุธารน้ำแข็งพังถล่มลงมานั้น มีสาเหตุมาจากอากาศที่อุ่นขึ้นอย่างผิดปกติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อน ที่ทำให้มีฝนลดลงราว 40-50% ในช่วงฤดูหนาว

อ่านข่าวเพิ่มเติม