World News

‘อนามัยโลก’ จัดประชุมฉุกเฉิน หลังยุโรป เจอผู้ติดเชื้อ ‘ฝีดาษลิง’ ทะลุ 100 ราย

องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดการประชุมฉุกเฉินขึ้น เพื่อหารือเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิง หลังมีการยืนยัน พบผู้ติดเชื้อ หรือต้องสงสัยติดเชื้อมากกว่า 100 รายในยุโรป ขณะที่โรคดังกล่าวนั้นเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งปกติแล้วมักพบในแอฟริกากลางและตะวันตก

WHO ระบุว่า การระบาดดังกล่าวไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะเกิดขึ้นในประเทศที่ไวรัสฝีดาษลิง ไม่ใช่ไวรัสประจำถิ่น และมีแนวโน้มว่าจะมีรายงานการพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกในไม่กี่วันข้างหน้านี้ เนื่องจากมีการตรวจสอบและเฝ้าระวังในวงกว้างมากขึ้น

ฝีดาษลิง

“WHO กำลังทำงานร่วมกับประเทศที่ได้รับผลกระทบและประเทศอื่น ๆ ในการขยายการเฝ้าระวังโรค เพื่อค้นหาและสนับสนุนประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ และเพื่อให้คำแนะนำในการจัดการกับโรคดังกล่าว”

ก่อนหน้านี้ เยอรมนีเปิดเผยว่า การระบาดของโรคฝีดาษลิงนี้ นับเป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรป โดยมีรายงานพบผู้ติดเชื้อในอย่างน้อย 9 ประเทศในยุโรป ได้แก่ เบลเยียม ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส สเปน สวีเดน และสหราชอาณาจักร

นอกจากนี้ ยังพบผู้ติดเชื้อโรคดังกล่าวในสหรัฐ แคนาดา และออสเตรเลียด้วย

สเปน รายงานพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิง 24 รายใหม่ในวันศุกร์ (20 พ.ค.) ส่วนใหญ่ในกรุงมาดริด ซึ่งทางการได้สั่งปิดซาวน่าแห่งหนึ่ง ที่มีความเชื่อมโยงกับผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอิสราเอล กำลังรักษาชายผู้หนึ่งที่มีอายุราว 30 ปีขึ้นไป ซึ่งเขาแสดงอาการของโรคดังกล่าว หลังจากที่เขาเพิ่งเดินทางกลับจากยุโรปตะวันตก

ทั้งนี้ โรคฝีดาษลิงนั้นพบครั้งแรกในลิง และโรคนี้มักแพร่ระบาดจากการสัมผัสอย่างใกล้ชิด และแทบไม่ได้แพร่กระจายออกนอกทวีปแอฟริกา ดังนั้นการพบผู้ติดเชื้อโรคนี้ในประเทศต่าง ๆ จึงทำให้เกิดความกังวลอย่างมาก

ฝีดาษลิง

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์คาดว่า การระบาดของโรคฝีดาษลิง ไม่น่าจะพัฒนาไปสู่การแพร่ระบาดใหญ่เหมือนอย่างโรคโควิด-19 เนื่องจากไวรัสนี้ไม่ได้แพร่กระจายได้ง่ายเหมือนกับไวรัส SARS-COV-2

โรคฝีดาษลิงเป็นอาการป่วยจากเชื้อไวรัสที่ไม่รุนแรง โดยมีอาการไข้ และมีผื่นขึ้นตามร่างกาย และจะกลายเป็นตุ่มหนองในเวลาต่อมา

“นี่เป็นการระบาดของโรคฝีดาษลิงครั้งใหญ่และในวงกว้างที่สุดเท่าที่เคยมีมาในยุโรป” หน่วยงานทางการแพทย์ของกองทัพเยอรมนี ซึ่งตรวจพบผู้ป่วยรายแรกในประเทศเมื่อวันศุกร์ (20 พ.ค.) ระบุ

อ่านข่าวเพิ่มเติม