World News

‘รัสเซีย’ ยังไม่เลิกถล่มมาริอูโปล ‘เซเลนสกี’ ขู่ยุติเจรจา หากไม่เลิกสังหารพลเรือน

รัสเซียกลับมาเปิดฉากโจมตี “มาริอูโปล” เมืองอุตสาหกรรมเหล็กขนาดใหญ่ของยูเครนอีกครั้ง เพียงไม่กี่วันหลังจากรัฐบาลรัสเซียประกาศชัยชนะที่เมืองแห่งนี้ “เซเลนสกี” ประกาศ ยูเครนจะยุติการเจรจา หากรัสเซียยังไม่เลิกสังหารพลเรือนในมาริอูโปล และจัดทำประชามติในพื้นที่ที่ตนยึดครอง 

ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี้ ของยูเครน เปิดเผยว่า รัสเซียได้โจมตีกองทหารรักษาการณ์ของยูเครนชุดสุดท้าย ที่อยู่ในโรงงานถลุงเหล็กขนาดใหญ่ในเมืองมาริอูโปล  และว่า กองทัพยูเครนไม่พร้อมที่จะฝ่าวงล้อมของทหารรัสเซีย ที่ปิดล้อมอยู่

136 Mariupol nowadays March 2022 By Maximilian Clarke

อย่างไรก็ดี เขาบอกว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และนายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ จะเดินทางมาเยือนกรุงเคียฟ ของยูเครนในวันนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับประเภทของอาวุธที่ยูเคนต้องใช้ต่อสู้กับรัสเซีย ในขณะที่การรุกรานยูเครนของรัสเซียดำเนินไปเป็นเดือนที่ 3 แล้ว

“ทันทีที่เรามี (อาวุธเพิ่มเติม) ทันทีที่เรามีอาวุธมากพอ เชื่อผมได้ว่า เราจะยึดคืนดินแดนต่าง ๆ ที่ถูกยึดครองชั่วคราวทันที”

ทั้งนี้ การโจมตีเมืองมาริอูโปล ซึ่งเป็นยุทธการครั้งใหญ่ที่สุดในวิกฤติครั้งนี้ โหมกระหน่ำต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ เนื่องจากรัสเซียต้องการยึดเมืองแห่งนี้เพื่อเชื่อมต่อภูมิภาคดอนบาส ทางภาคตะวันออกของยูเครน เข้ากับแหลมไครเมียติดทะเลดำ ที่รัสเซียผนวกดินแดนในปี 2557 โดยคาดว่า มีชาวเมืองมาริอูโปลถูกสังหารจากการโจมตีของรัสเซียไปแล้วกว่า 20,000 คน

นายเซเลนสกี้ บอกด้วยว่า ยูเครนจะยุติการเจรจาทางการทูตกับรัสเซีย หากกองทัพรัสเซียยังเดินหน้าสังหารประชาชนในเมืองมาริอูโปล และจัดทำประชามติที่มิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อแยกตัวหรือประกาศเอกราชให้กับพื้นที่ที่ตนยึดครองได้ช่วงศึกสงคราม โดยเฉพาะที่เมืองเคอร์ซอน

ผู้นำยูเครนยังส่งสัญญาณถึงความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับ นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย เพื่อหารือถึงทางออกของสงครามในครั้งนี้ โดยเขาย้ำว่า ตนเองไม่มีสิทธิ์กลัว หากประชาชนชาวยูเครนยังแสดงพลัง และกล้าที่จะยืนหยัดต่อต้านกองทัพของรัสเซียอย่างไม่หวาดหวั่น

เขาเปิดเผยด้วยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 รายในเมืองโอเดสซา เมืองท่าริมทะเลดำ ด้านกองทัพยูเครนกล่าวว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธ 2 ลูกถล่มฐานทัพแห่งหนึ่งและอาคารที่พักอาศัยของพลเรือน 2 แห่งเมื่อวานนี้

“แน่นอนว่าเขายังมีขีปนาวุธเหลือ แน่นอนว่าเขายังข่มขู่ประชาชนของเราด้วยขีปนาวุธต่อไปได้ แต่สิ่งที่เขาทำเป็นข้อพิสูจน์ที่ทรงพลังมากพอที่ชาวโลกจะได้เห็นกันในที่สุดว่า รัสเซียเป็นรัฐสนับสนุนการก่อการร้าย และกองทัพรัสเซียคือองค์กรผู้ก่อการร้าย”

อย่างไรก็ดี รัสเซียปฏิเสธว่าไม่ได้ตั้งเป้าโจมตีพลเรือนใน “ปฏิบัติการพิเศษทางการทหาร” ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า รัสเซียใช้ขีปนาวุธความแม่นยำสูงทำลายอาคารโลจิสติกส์ในโอเดสซา ที่ใช้เป็นคลังอาวุธที่สหรัฐและกลุ่มประเทศยุโรปส่งมาให้ยูเครน

อ่านข่าวเพิ่มเติม