World News

‘ยูเอ็น’ เตือน ‘โลกร้อน’ ขึ้น 2.7 องศาเซลเซียส ต้องลดปล่อย ‘ก๊าซเรือนกระจก’ มากกว่านี้


“ยูเอ็น” เตือน การลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในระดับปัจจุบัน กำลังจะทำให้ในศตวรรษนี้ โลกจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 2.7 องศาเซลเซียส ชี้ประเทศต่าง ๆ  ต้องลดการปล่อยมลพิษให้ได้มากถึง 55% เพื่อให้โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นเพียง 1.5 องศาเซลเซียสในศตวรรษนี้ 

สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยรายงานประจำปี ว่าด้วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ระบุว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในระดับปัจจุบันของประเทศต่าง ๆ  จะทำให้โลกมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 2.7 องศาเซลเซียสในศตวรรษนี้

รายงานดังกล่าว ที่จัดขึ้นโดย โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นอีพี (UNEP)  แสดงให้เห็นว่า คำมั่นของประเทศต่าง ๆ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่คาดการณ์ไว้ในปี 2573 ได้มากขึ้นเพียง 7.5% เมื่อเทียบกับการให้คำมั่นในครั้งก่อน

shutterstock 1672414813

หากเป็นเช่นนั้น โลกจะมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 2.7 องศาเซลเซียสในศตวรรษนี้ ลดลงจากเดิมที่โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติคาดการณ์ไว้ที่ 3 องศาเซลเซียส

อย่างไรก็ดี ประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มอีก 30% เพื่อจำกัดให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นเพียง 2 องศาเซลเซียส และต้องลดการปล่อยก๊าซอีก 55%  เพื่อให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นเพียง 1.5 องศาเซลเซียส

ทั้งนี้ การเปิดเผยรายงานดังกล่าว มีขึ้นก่อนเปิดฉากการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศของยูเอ็น (COP26) ในสัปดาห์หน้า  ซึ่งรายงานฉบับนี้ เป็นการเปรียบเทียบการปล่อยมลพิษตามที่เคยคาดการณ์ไว้ กับการจำกัดอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นในศตวรรษนี้ ตามที่ได้ตกลงไว้ในความตกลงปารีส ที่เป็นไปตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ขณะเดียวกัน นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น กล่าวว่า ถ้าประเทศต่าง ๆ ยังไม่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง ในอีก 10 ปีข้างหน้า ทุกคนจะไม่อาจบรรลุเป้าหมาย ที่จำกัดอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส

นายกูเตอร์เรส ย้ำด้วยว่า กลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลก หรือจี 20 ควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างยิ่ง และควรให้คำมั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับเป้าหมายที่จำกัดอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส

อ่านข่าวเพิ่มเติม