World News

เมียนมาพลิกกลยุทธ์ ฟื้นตลาดท่องเที่ยวซบ


วิกฤติโรฮิงญาที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากชาติตะวันตกเดินทางเข้าประเทศลดลง ทำให้เมียนมาตัดสินใจดำเนินทุกกลยุทธ์ที่ทำได้ เพื่อดึงดูดนักเดินทางจากชาติต่างๆ ที่อยู่ใกล้บ้านให้เดินทางมามากขึ้น รวมถึง การผ่อนคลายกฎระเบียบด้านวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น พร้อมตั้งเป้าที่จะให้มีนักเดินทางจากประเทศกลุ่มนี้เดินทางมายังเมืองมัณฑะเลย์มากถึง 500,000 คนในปีนี้

MYANMAR YANGON PAGODA TOURISM RESIZE

ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา เมียนมาได้ยกเลิกวีซ่า สำหรับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น และเกาหลีใต้นาน 1 ปี เพื่อเป็นการทดลอง หลังจากที่พลเมืองของทั้ง 2 ประเทศนี้เดินทางมายังเมียนมาลดลงมาสักพักหนึ่งแล้ว โดยในปี 2559 มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางมายังเมียนมา 100,000 คน และเพิ่มขึ้่นมาอยู่แค่เพียง 101,500 คนในปี 2560

ขณะที่ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวจีน ที่เดินทางเข้ามามีเพิ่มขึ้นถึง 36% ซึ่งนักท่องเที่ยวจากจีน มาเก๊า และฮ่องกง ไม่ได้รับสิทธิพิเศษแบบเดียวกับ 2 ประเทศดังกล่าว แต่ได้รับสิทธิให้สามารถขอวีซ่าหน้าด่านได้ที่สนามบินย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และเนย์ปิดอว์ โดยเสียค่าธรรมเนียมคนละ 50 ดอลลาร์ จากเดิมที่กำหนดให้เฉพาะการขอวีซ่าล่วงหน้าเท่านั้น

นอกจากจะมีการปรับนโยบายวีซ่า เพื่อดึงดูดผู้มาเยือนให้เพิ่มขึ้นแล้ว เมียนมายังมีการออกกฎหมายฉบับใหม่ ที่เปิดทางให้นักลงทุนต่างชาติ สามารถเข้าถือหุ้นในบริษัทท้องถิ่นได้สูงสุด 30% และได้สิทธิปลอดภาษีในการดำเนินงานนานสูงสุด 7 ปี

bagan 0810

กระทรวงแรงงาน ผู้อพยพ และประชากรเมียนมายังยกเลิกแผนที่จะกำหนดให้ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ จะต้องมีเงินสดติดตัวขั้นต่ำ 1,000 ดอลลาร์ เพื่อยืนยันถึงความสามารถในการใช้จ่าย ข้อเสนอที่โดนวิจารณ์อย่างหนักจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งจากนายโอห์น หม่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และโรงแรม

“ครอบครัวที่มีสมาชิกมากกว่า 1 คน จะมีเงินคนละ 1,000 ดอลลาร์ได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น นักเดินทางต่างประเทศ ก็มักจะใช้บัตรเครดิต แทนการถือเงินสดในการเดินทางท่องเที่ยว” นายหม่องกล่าว

ที่มา: The ASEAN Post