ดูหนังออนไลน์
World News

FORTUNE ประกาศ 500 บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก ‘Walmart’อันดับหนึ่ง ขณะจีนผงาด

FORTUNE ประกาศรายชื่อ 500 บริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของโลกประจำปี 2021 ประกอบด้วยบริษัทจีน 143 แห่ง บริษัทสหรัฐ 122 แห่ง และบริษัทญี่ปุ่น 53 แห่ง โดย Walmart ยังรักษาอันดับหนึ่งต่อเนื่องเป็นปีที่ 8

FORTUNE ได้ประกาศรายชื่อ FORTUNE Global 500 สำหรับปีงบการเงิน 2020 ซึ่งเป็นการจัดอันดับ 500 บริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของโลกจากการประเมินรายได้ โดย Walmart คว้าอันดับหนึ่งเป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน และเป็นครั้งที่ 16 นับตั้งแต่ปี 1995

ขณะที่จีนแผ่นดินใหญ่ (รวมฮ่องกง) ยังคงมีบริษัทติดอันดับมากที่สุด ซึ่งเพิ่มขึ้น 11 บริษัทจากปีที่แล้วเป็น 135 บริษัท และเมื่อรวมไต้หวัน ทำให้มีบริษัทจากเกรทเทอร์ไชน่าติดอันดับรวมทั้งสิ้น 143 บริษัท

ด้านสหรัฐติดโผเพิ่มขึ้น 1 บริษัทรวมจำนวนเป็น 122 บริษัท ส่วนญี่ปุ่นมีบริษัทติดอันดับคงที่เป็น 53 บริษัท

ทั้งนี้ บริษัทในรายชื่อปี 2021 มาจาก 220 เมืองและ 31 ประเทศทั่วโลก และบริษัท FORTUNE500 ปีนี้ มีซีอีโอหญิงรวม 23 คน เพิ่มขึ้น 9 คนจากปีที่ผ่านมา

บริษัทในทำเนียบ FORTUNE500 ทำรายได้รวมกันมากกว่าหนึ่งในสามของจีดีพีโลก โดยทำรายได้ 31.7 ล้านล้านดอลลาร์ (ลดลง 5%) กำไร 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ (ลดลง 20%) และจ้างงาน 69.7 ล้านคนทั่วโลก

Apple (อันดับ 6) ทำกำไรได้ 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์ และเป็นบริษัทที่ทำกำไรสูงสุดในบรรดาบริษัท FORTUNE Global 500 ล้มแชมป์เก่า 2 สมัยอย่าง Saudi Aramco (อันดับที่ 14)

สก็อตต์ เดคาร์โล บรรณาธิการรายชื่ออันดับ FORTUNE 500 ประจำปี 2021 กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ซึ่งเป็นผลพวงจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 จะส่งผลในระยะยาวต่อธุรกิจทั่วโลก แต่หากหยิบภัยพิบัติดังกล่าวมาตัวเร่งปฏิกิริยา Global 500 ได้แสดงให้โลกเห็นถึงวิธีการปรับตัว วิวัฒนาการ และการสร้างตัวตนขึ้นใหม่ Global 500 เป็นภาพของโลกที่เราทิ้งไว้ข้างหลัง และเป็นแนวทางสำหรับสภาพแวดล้อมใหม่ที่กำลังก่อตัว”

บริษัทขนาดใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรกในรายชื่อ FORTUNE GLOBAL 500 ได้แก่

  1. Walmart (สหรัฐ)
  2. State Grid (จีน)
  3. Amazon.com (สหรัฐ)
  4. China National Petroleum (จีน)
  5. Sinopec (จีน)
  6. Apple (สหรัฐ)
  7. CVS Health (สหรัฐ)
  8. UnitedHealth Group (สหรัฐ)
  9. Toyota Motor (ญี่ปุ่น)
  10.  Volkswagen (เยอรมนี)

FORJUNE500

อ่านข่าวเพิ่มเติม: