World News

เสี่ยงมาก! จีนห้ามสถาบันการเงิน เสนอบริการ ‘เงินดิจิทัล’ ชี้ ไม่ปลอดภัย


จีนสั่งห้ามสถาบันการเงิน และบริษัทรับชำระเงิน จัดหาบริการที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม “เงินดิจิทัล” พร้อมเตือนนักลงทุนอย่าเก็งกำไร 

สมาคมอินเทอร์เน็ตแห่งชาติจีน สมาคมธนาคารจีน และสมาคมการชำระเงินและการหักบัญชีแห่งชาติจีน ออกแถลงการณ์ร่วมกัน ประกาศห้ามสถาบันการเงิน และบริษัทด้านการชำระเงิน จัดหาบริการที่เกี่ยวข้องกับเงินดิจิทัล หรือ คริปโตเคอร์เรนซี การเคลื่อนไหวที่นักวิเคราะห์ชี้ว่า เป็นความพยายามล่าสุดของจีน ในการจำกัดตลาดค้าเงินดิจิทัล ที่กำลังมาแรง

shutterstock 1014478300

ภายใต้คำสั่งห้ามดังกล่าว สถาบันการเงิน รวมถึง ธนาคาร และช่องทางชำระเงินออนไลน์ ต้องไม่นำเสนอบริการที่เกี่ยวข้องกับเงินดิจิทัล ไม่ว่า จะเป็นการจดทะเบียน การค้า เคลียร์ริ่ง และชำระเงิน

“เมื่อเร็ว ๆ นี้ เงินดิจิทัล มีราคาที่พุ่งสูงขึ้น และดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การเก็งกำไนในการซื้อขายเงินดิจิทัลกลับมาอีกครั้ง ซึ่งสร้างความเสี่ยงอย่างมากต่อทรัพย์สินของประชาชน และเป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจรูปแบบปกติ รวมถึง ภาคการเงินด้วย”

ที่ผ่านมา แม้จีนจะห้ามการซื้อขายเงินดิจิทัล และ การระดมทุนแบบดิจิทัลด้วยการเสนอขายโทเ​​​คนดิจิทัล ผ่านระบบบล็อกเชนต่อสาธารณชน (ICO) แต่ไม่ได้ห้ามบุคคลทั่วไปถือครองเงินดิจิทัล

คำสั่งห้ามครั้งล่าสุดนี้ ยังรวมถึง การห้ามสถาบันการเงิน จัดหาบริการออมทรัพย์ ทรัสต์ หรือการให้คำมั่นถึงบริการเงินดิจิทัล และการออกผลิตภัณฑืการเงิน ที่เกี่ยวข้องกับเงินดิจิทัลด้วย

ทั้งนี้ คำสั่งห้ามดังกล่าว ไม่ได้เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อสกัดกั้นเงินดิจิทัลเป็นครั้งแรกของทางการจีน โดยเมื่อปี 2560 จีนได้สั่งปิดตลาดซื้อขายเงินดิจิทัลท้องถิ่น ทำให้ตลาดเก็งกำไรที่มีสัดส่วน 90% ของการซื้อขายบิทคอยน์ทั่วโลก ต้องยุติลง

ในเดือนมิถุนายน 2562 ธนาคารกลางจีน ยังประกาศสกัดกั้นการเข้าถึงตลาดซื้อขายเงินดิจิทัลทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงเว็บไซต์ ICO ด้วย โดยมีเป้าอยู่ที่การปิดกั้นการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลทั้งหมด

แถลงการณ์ครั้งล่าสุดของทั้ง 3 สมาคมข้างต้น ยังเน้นถึงความเสี่ยงของการซื้อขายเงินดิจิทัล โดยระบุว่า เงินเสมือนจริงนี้ ไม่ได้มีเงินจริง ๆ สนับสนุนอยู่ ทั้งยังสามารถปั่นราคาได้ง่าย และกฎหมายจีนก็ไม่ได้ให้ความคุ้มครองสัญญาซื้อขายด้วย

ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ของจีน ยังเป็น 1 ในปัจจัยที่ฉุดให้ “บิทคอยน์” สกุลเงินดิจิทัล ที่ได้รับความนิยมมากสุดในโลก ร่วงลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 40,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบ 14 สัปดาห์

อ่านข่าวเพิ่มเติม