ดูหนังออนไลน์
World News

‘เฟซบุ๊ก-อินสตาแกรม’ บล็อกบัญชี ‘ทรัมป์’ ต่อ อีก 6 เดือนตัดสินใหม่

บอร์ดกำกับดูแลของ “เฟซบุ๊ก”  มีมติ คงการระงับบัญชีผู้ใช้งาน เฟซบุ๊ก และ “อินสตาแกรม” ของอดีตประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ต่อไป แต่ระบุว่า บริษัทดำเนินการไม่เหมาะสม ที่ประกาศระงับโดยไม่มีกำหนด และให้เวลา 6 เดือน พิจารณาเรื่องนี้

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า “Oversight Board” หรือคณะกรรมการอิสระ กำกับดูแล นโยบายต่าง ๆ ของเฟซบุ๊ก ยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดีย รวมถึงพิจารณาคอนเทนต์ ที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียแห่งนี้ มีมติที่จะคงการระงับบัญชีของ “โดนัลด์ ทรัมป์” อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งบนเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม ต่อไป

พร้อมกันนี้ ยังสั่งให้ เฟซบุ๊ก ทบทวนการตัดสินใจนี้ ที่มีขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา และ “ปรับการตอบสนองอย่างเหมาะสม” แบบเดียวกับที่ปฏิบัติต่อบุคคลอื่น ๆ รวมถึง ผู้ใช้งานทั่วไปด้วย

Oversight Board ระบุว่า การตัดสินใจตั้งแต่แรกเริ่ม ในการระงับบัญชีทรัมป์อย่างไม่มีกำหนดนั้น เป็นการกระทำที่ “ไม่แน่นอน” และ “ไม่มีมาตรฐาน” ซึ่งการแก้ไขเรื่องนี้ให้ถูกต้องนั้น จะต้องสอดคล้องกับกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ใช้กับสมาชิกเฟซบุ๊กคนอื่น ๆ ด้วย โดยให้เวลาเฟซบุ๊ก 6 เดือน ดำเนินการแก้ไขเรื่องดังกล่าว

นางเฮลเล ธอร์นนิง ชมิดท์ ประธานร่วม Oversight Board ของเฟซบุ๊ก ยอมรับระหว่างการแถลงมติข้างต้นว่า ไม่มีทางออกที่ง่ายดายสำหรับเรื่องนี้ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า เฟซบุ๊กจะยินดีกับการตัดสินใจนี้

“พวกเรากำลังบอกให้เฟซบุ๊ก ย้อนกลับไป และดำเนินการประเมินกับเรื่องราวประเภทนี้ ให้มีความโปร่งใสมากกว่านี้ ต้องปฏิบัติกับทุกคน เหมือน ๆ กัน และอย่าใช้บทลงโทษตามอำเภอใจ “

คณะกรรมการ ยังให้คำแนะนำหลายประการเกี่ยวกับวิธีที่ เฟซบุ๊กควรปรับปรุงนโยบายต่าง ๆ ของบริษัท ซึ่งยักษ์โซเชียลมีเดียรายนี้ ให้คำมั่นว่า จะดำเนินการทบทวนนโยบายของบริษัท อย่างระมัดระวัง

แต่เดิมนั้น Oversight Board มีกำหนดจะประกาศการตัดสินใจเมื่อเดือนที่แล้ว แต่เลื่อนการพิจารณาคดีออกไปเพื่อทบทวนการตอบสนองต่อสาธารณะมากกว่า 9,000 คดี โดยในขณะนี้ทรัมป์ ซึ่งถูกแบนจากทวิตเตอร์ด้วยนั้น  ได้เปิดตัวเว็บไซต์ใหม่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (4 พ.ค.) เพื่ออัปเดตผู้สนับสนุนเกี่ยวกับความคิดของเขา

หลังมติดังกล่าวออกมา นายทรัมป์ ระบุว่า  “เรื่องที่เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และ กูเกิล ทำถือเป็นการสร้างความอับอายขายหน้าอย่างสิ้นเชิง”

“การพูดอย่างเสรี ถูกพรากไปจากประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา เพราะพวกบ้าคลั่งซ้ายหัวรุนแรง กลัวความจริง” เขากล่าวโดยอ้างถึงตัวเองในฐานะประธานาธิบดี

“ประชาชนในประเทศของเราจะไม่ยืนหยัดเพื่อมัน บริษัท โซเชียลมีเดียที่ทุจริตเหล่านี้ต้องจ่ายราคาทางการเมือง และจะต้องไม่ได้รับอนุญาตให้ทำลายและทำลายกระบวนการเลือกตั้งของเราอีก” เขากล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา เฟซบุ๊กประกาศบล็อกทรัมป์มิให้โพสต์ข้อความใด ๆ ในบัญชีของเขา รวมทั้งในบัญชีอินสตาแกรมอย่างไม่มีกำหนด หลังจากที่เขาถูกกล่าวหาว่า ยุยงปลุกปั่นให้กลุ่มผู้สนับสนุน บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภา เพื่อขัดขวางกระบวนการประกาศรับรองชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของนายโจ ไบเดน

ในครั้งนั้น นายมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) ของเฟซบุ๊ก  ประกาศว่า บัญชีผู้ใช้งานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อยู่บนแพลตฟอร์มทั้งเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม “ถูกระงับอย่างไม่มีกำหนด” หรืออย่างน้อย เป็นเวลา 2 สัปดาห์  เนื่องจากทรัมป์อาศัยบัญชีผู้ใช้งาน บนทั้ง 2 แพลตฟอร์ม เพื่อปลุกระดมให้เกิดการจลาจล ต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย

ซีอีอโอ เฟซบุ๊ก ระบุว่า นายทรัมป์ ตั้งใจที่จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ในตำแหน่ง เพื่อบ่อนทำลาย การเปลี่ยนถ่ายอำนาจอย่างสันติ และชอบด้วยกฎหมาย ให้กับนายไบเดน ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งต่อจากเขา

การตัดสินใจที่จะใช้แพลตฟอร์มของตัวเอง เพื่อยกโทษ แทนที่จะประณามการกระทำของผู้สนับสนุนของเขา ที่อาคารรัฐสภา ได้สร้างความไม่สบายใจให้กับผู้คนในสหรัฐ และทั่วโลก  โดยเฟซบุ๊ก ลบข้อความเหล่านี้ออก เพราะเห็นว่า ผลกระทบจากข้อความเหล่านี้ จะกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น

นายซัคเคอร์เบิร์ก บอกด้วยว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทของเขาเปิดทางให้นายทรัมป์ ใช้แพลตฟอร์มในแบบที่สอดคล้องกับนโยบายบริษัท ซึ่งมีบางครั้ง ที่อาจโดนลบเนื้อหา หรือติดป้ายเตือน หากข้อความที่โพสต์ละเมิดนโยบาย เพราะเชื่อว่าประชาชนมีสิทธิในการเข้าถึงสุนทรพจน์ทางการเมืองในวงกว้างที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้แต่คำพูดที่ขัดแย้งกัน

แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แตกต่างออกไป เป็นเรื่องของการใช้แพลตฟอร์มบริษัท เพื่อปลุกระดมการจลาจลอย่างรุนแรงต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตย

เฟซบุ๊กเชื่อว่า มีความเสี่ยงอย่างมาก ถ้าอนุญาตให้ทรัมป์ได้ใช้งานแพลตฟอร์มต่อไป ในช่วงเวลานี้ จึงตัดสินใจที่จะขยายระยะเวลาการระงับบัญชีของผู้นำสหรัฐ ทั้งบนเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม ออกไปอย่างไม่มีกำหนด อย่างน้อยในอีก 2 สัปดาห์ จนกว่าการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างสันติจะเสร็จสิ้นลง

อ่านข่าวเพิ่มเติม