World News

ตามติดแผน ‘ฉีดวัคซีนโควิด-19’ ทั่วโลก ‘รัสเซีย’ สั่งเดินหน้าครั้งใหญ่สัปดาห์หน้า

ตามติดแผน “ฉีดวัคซีนโควิด-19” หลายประเทศทั่วโลก “ปูติน” สั่ง “รัสเซีย” เดินหน้าขนานใหญ่สัปดาห์หน้า ด้าน “รัฐเท็กซัส” เตรียมรับวัคซีน 1.4 ล้านโดสให้กลุ่มเสี่ยงก่อน

วัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อสกัดการระบาดของไวรัสร้ายที่แพร่กระจายไปทั่วโลก โดยคาดว่าวัคซีนบางชนิดจะสู่โหมดการใช้งานจริงในวงกว้าง ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

หลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว จึงได้เข้าช่วงชิงโควต้าเพื่อให้ได้ใช้วัคซีนเป็นประเทศแรกๆ ของโลก รวมถึงประกาศแผนการ “ฉีดวัคซีนโควิด-19” ให้พลเมืองของตัวเอง

ฉีดวัคซีนโควิด-19

รัสเซียเตรียม ฉีดวัคซีนโควิด-19 ครั้งใหญ่ เน้นทีมแพทย์-ครูอาจารย์

วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย สั่งการให้รัฐบาลเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 ขนานใหญ่ในสัปดาห์หน้า

ขณะร่วมประชุมออนไลน์กับทัตยานา โกลิโควา รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย และเจ้าหน้าที่อาวุโสคนอื่น ๆ ปูตินกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และครูอาจารย์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง จะเป็นบุคคลกลุ่มแรกที่ได้รับวัคซีน ซึ่งจะถูกผลิตครบ 2 ล้านโดสภายในไม่กี่วันนี้

“ดิฉันมั่นใจว่า เราจะเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้” โกลิโควารายงานต่อปูติน พร้อมเสริมว่า การฉีดวัคซีนจะเป็นไปโดยสมัครใจและไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

ปูติน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เซอร์เกย์ ชอยกู รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย กล่าวว่ารัสเซียได้เริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนแก่ทหารแล้ว ซึ่งจะได้รับวัคซีนราว 80,000 นายภายในสิ้นปีนี้ ขณะเดียวกันจะมีหน่วยทหารช่างได้รับวัคซีนมากกว่า 400,000 นาย

ทั้งนี้ รัสเซียได้พัฒนาวัคซีนสำหรับป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว 2 ตัว ได้แก่ “สปุตนิก ไฟว์” (Sputnik V) และเอพิวัคโคโรนา (EpiVacCorona) ทั้งยังมีวัคซีนอีกตัวที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจนถึงตอนนี้ ซึ่งมีกำหนดทดลองทางคลินิกให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2563

เท็กซัสจ่อรับวัคซีนกว่า 1.4 ล้านโดส

เกร็ก แอ็บบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัสของสหรัฐ ประกาศว่า เท็กซัสจะรับ วัคซีนโควิด-19 มากกว่า 1.4 ล้านโดสจาก ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) โดยคาดว่าวัคซีนจะถูกส่งมาช่วงสัปดาห์วันที่ 14 ธันวาคม และเริ่มแจกจ่ายแก่ผู้ให้บริการที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

แอ็บบอตต์กล่าวว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 กลุ่มแรกๆ จะอิงหลักการกระจายวัคซีนที่พัฒนาโดยคณะผู้เชี่ยวชาญการจัดสรรวัคซีนของเท็กซัส และอาจมีการจัดสรรวัคซีนเพิ่มอีกในปลายปีนี้และเดือนมกราคมปีหน้าด้วย

“รัฐเท็กซัสเตรียมพร้อมรับมอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จากศูนย์ฯ และจะแจกจ่ายวัคซีนเหล่านี้อย่างรวดเร็วให้กับชาวเท็กซัสที่เข้ารับวัคซีนโดยสมัครใจ” แอ็บบอตต์กล่าว

เมื่อเดือนที่แล้ว แอ็บบอตต์และสำนักบริการสาธารณสุขเท็กซัส ประกาศหลักการจัดสรร วัคซีนโควิด-19 ของเท็กซัส ซึ่งบ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยโรคโควิด-19 โดยตรง และกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ จะเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้รับวัคซีน

สำนักข่าวเดลิ นิวส์ ของรัฐเท็กซัส ยืนยันว่าเท็กซัสมีผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2563 โดยตัวเลขทางการระบุว่าเท็กซัสมีผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8,372 รายต่อวันในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่เดือนตุลาคม เท็กซัสมีผู้ป่วยเฉลี่ยรายวันมากกว่า 4,340 ราย

 

ญี่ปุ่นผ่านกฎหมายฉีด “วัคซีนโควิด-19” ฟรี

ขณะที่เมื่อวานนี้ (2 ธ.ค. 63) ญี่ปุ่นออกกฎหมายฉบับใหม่ ซึ่งจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของการฉีด วัคซีนโควิด-19 แก่พลเรือนผู้พำนักอาศัยทุกคน

ราชมนตรีสภาของญี่ปุ่นลงมติเป็นเอกฉันท์ผ่านร่างกฎหมายที่จะแก้ไขกฎหมายการฉีดวัคซีนฉบับปัจจุบัน ท่ามกลางความหวังมีวัคซีนป้องกันโรคระบาดเร็วยิ่งขึ้น ขณะอัตราการติดเชื้อในประเทศกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง

การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเกิดขึ้นหลังโยชิฮิเดะ สุงะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แสดงคำมั่นว่าจะฉีดวัคซีนโรคโควิด-19 ให้พลเรือนผู้พำนักอาศัยในญี่ปุ่นทุกคนภายในครึ่งแรกของปี 2564

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นได้ทำข้อตกลงร่วมกับไฟเซอร์ อิงก์ (Pfizer Inc.) บริษัทเภสัชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ, โมเดอร์นา อิงค์ (Moderna Inc.) ของสหรัฐ และแอสตราเซเนกา พีแอลซี (AstraZeneca Plc) ของสหราชอาณาจักร เพื่อจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่เพียงพอสำหรับประชาชน 145 ล้านคน หากการพัฒนาประสบผลสำเร็จ

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ 6.71 แสนล้านเยน หรือราว 1.9 แสนล้านบาท เพื่อจัดซื้อวัคซีนครั้งนี้โดยเฉพาะ

อย่างไรก็ดี ร่างกฎหมายฉบับแก้ไขไม่ได้ชี้แจงว่า กฎหมายใหม่ดังกล่าวจะอนุญาตให้ชาวต่างชาติในญี่ปุ่นได้รับวัคซีนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือไม่

แม้กฎหมายจะแนะนำให้ประชาชนทุกคนเข้ารับการฉีด วัคซีนโควิด-19 แต่รัฐบาลจะอนุญาตให้ประชาชนสามารถปฏิเสธการฉีดวัคซีนได้ หากวัคซีนยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าปลอดภัยเพียงพอ

ที่มาสำนักข่าวซินหัว

อ่านข่าวเพิ่มเติม